จีนให้เงินช่วยเหลือแอฟริกา 6 หมื่นล้านดอลลาร์ เมินคำครหาการทูตกับดักหนี้

ทางการจีนลั่นให้ความช่วยเหลือในแอฟริกาอีก 6 หมื่นล้านดอลลาร์ทั้งแบบให้เปล่าและเงินกู้ หลังประชุมสุดยอดผู้นำ จีน-ภูมิภาคแอฟริกาที่จัดขึ้นแบบไม่แคร์เสียงวิจารณ์ว่าโครงการ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" ของจีนกำลังทำให้แอฟริกาจมลงไปในกองหนี้สิน เสียเปรียบการแข่งขันของธุรกิจในประเทศเมื่อเจอนายทุนจากแดนมังกร

ภาพงานประชุมสุดยอดผู้นำจีน-ประเทศในทวีปแอฟริกา (ที่มา: focac.org)

6 ก.ย. 2561 ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำจากกลุ่มประเทศในแอฟริกาเข้าร่วมประชุมท่ามกลางข้อกังขาที่ว่าโครงการ ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road - OBOR)’ ที่จีนเข้าไปก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในแอฟริกานั้นยิ่งทำให้ปัญหาหนี้สินของประเทศแอฟริกาบางประเทศย่ำแย่ลงกว่าเดิมหรือไม่

การประชุมซัมมิทในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน โดยเจ้าหน้าที่ทางการจีนและแอฟริกาต่างก็ไม่ยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ และทางการจีนยังจะปล่อยเงินช่วยเหลือแอฟริกาเพิ่มในวงเงิน 60,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่ในการประชุมเมื่อปี 2558 ก็เคยให้เงินช่วยเหลือในวงเงินเดียวกัน

แมคกี ซัลล์ ผู้นำประเทศเซเนกัลบอกว่าข้อตกลงกับจีน "อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบ" โดยไม่สนใจเสียงวิจารณ์ ส่วน ไซริล รามาโฟซา ผู้นำแอฟริกาใต้กล่าวว่าพวกเขาสามารถทำข้อตกลงกับจีนได้ในการพยายามทำให้ "เกิดการเพิ่มมูลค่าการส่งออกสู่จีน" และบอกว่าการประชุมนี้เป็น "การเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ในความสัมพันธ์จีน-แอฟริกา"

นอกจากให้สัญญาเรื่องวงเงินช่วยเหลือประเทศแอฟริกา 60,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 3 ปีถัดจากนี้แล้ว สีจิ้นผิงยังบอกว่าจะยกเลิกหนี้สินให้กับประเทศที่ยากจนที่สุดในแอฟริกาด้วย โดยในวงเงินดังกล่าวจะประกอบด้วยทั้งเงินให้เปล่า 15,000 ล้านดอลลาร์ เงินกู้ระบบต่างๆ 20,000 ดอลลาร์ สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "การจัดสรรเงินทุนพัฒนา" 10,000 ล้านดอลลาร์ และเงินที่ใช้ซื้อของนำเข้าจากแอฟริกา 5,000 ดอลลาร์ และจะมีการส่งเสริมให้บริษัทจีนเข้าไปลงทุนในประเทศแอฟริกาในช่วง 3 ปีข้างหน้า

ฉู่จิงหู ผู้แทนพิเศษของจีนในกิจการแอฟริกากล่าวว่าทางการจีนได้พยายามอย่างมากในการสร้างความร่วมมือกับแอฟริกา และมีการค้นคว้าอย่างละเอียดแล้วก่อนเลือกทำโครงการ ทั้งยังบอกกับสื่อว่าจีนไม่ได้กำลังเพิ่มหนี้ให้กับแอฟริกา

สื่ออัลจาซีราระบุว่าในขณะที่สีจิ้นผิงชื่นชมโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่ให้เงินกู้ยืมเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งถนน ทางรถไฟ ท่าเรือ และอื่นๆ แต่ก็มีนักวิจารณ์มองว่าโครงการอุปถัมภ์เหล่านี้กำลังทำให้ประเทศบางประเทศจมอยู่ภายใต้ภาระหนี้สินมหาศาล

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เคยเปิดเผยข้อมูลว่าจีนให้เงินกู้ยืมประเทศแอฟริกันรวมแล้ว 125,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงระหว่างปี 2543-2559 ขณะที่งานวิจัยของศูนย์เพื่อการพัฒนาโลกจากสหรัฐฯ ระบุว่าโครงการเช่นนี้ของจีนทำให้เกิดความ "น่าเป็นห่วงอย่างมาก" เกี่ยวกับเรื่องปัญหาหนี้สาธารณะที่จะเกิดขึ้นกับประเทศในแถบเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาที่รับทุนจากจีน

สะพานข้ามแม่น้ำบริษัทจีนสร้างในเคนยาถล่ม เจ็บ 28 ราย

นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่คนในประเทศที่รับทุนจากจีนทักท้วงคือการที่จีนมักส่งแรงงานประเทศตัวเองเข้าไปทำงานก่อสร้าง รวมถึงมองโครงการให้เงินกู้ยืมของจีนว่าเป็นการเอื้อประโยชน์กับบริษัทของชาวจีนเองเท่านั้น ความกังวลเหล่านี้อาจจะเพิ่มมากขึ้นในประเทศอื่นๆ ของโลกที่ตั้งคำถามว่า "การช่วยเหลือ" ของจีนมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินไปหรือไม่

บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์เดลีเนชัน ก็เขียนวิจารณ์เรื่องนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (3 ก.ย.) ว่าถึงเวลาแล้วที่เหล่าผู้นำประเทศแอฟริกาเหล่านี้จะพิจารณาอย่างจริงจังในเรื่องความสัมพันธ์กับจีน บท บ.ก. ดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่าทุนจีนไม่เพียงแต่จะสร้างเรื่องน่าเจ็บปวดทางการเงินให้แอฟริกาเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งอิทธิพลเข้ามาในระดับสังคมแอฟริกัน ไม่ว่าจะเป็นการแย่งงานคนในพื้นที่ หรือการส่งผู้จัดทัวร์จีนเข้ามาแย่งพื้นที่ของไกด์ทัวร์ภายในประเทศเคนยาเอง

ทั้งนี้ เคยมีกรณีที่อดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด นาชีด ของมัลดีฟส์ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลปัจจุบันของประเทศตัวเองที่ทำให้ประเทศติดค้างหนี้สินจีน สร้างความเสียเปรียบในการต่อรองถ้าหากจีนจะอ้างยึดครองพื้นที่มัลดีฟส์ นอกจากนี้ยังวิจารณ์ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ทำกับจีนเป็นโครงการจำพวกที่ทำในเชิง "อวดเบ่ง" ไม่ได้ใช้ประโยชน์จริง

อดีตผู้นำมัลดีฟส์เตือนประเทศอาจถูกจีนยึด เหตุหนี้สินมหาศาลในโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์

เรียบเรียงจาก

At China-Africa summit, officials dismiss debt criticism, Aljazeera, Sep. 5, 2018

Africa should weigh China ties for gains, Daily Nation, Sep. 3, 2018

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์