อัพเดทล่าสุดเมื่อ 25 นาที 39 วินาที ที่ผ่านมา

กสม.ลั่นพาลูกเข้า มทบ.11 ตามหาแม่ถูกอุ้มเพราะเสื้อยืดต้องห้าม

8 ก.ย. 2561 จากกรณีการบุกเข้าจับกุมนางวรรณนภา (สงวนนามสกุล) พร้อมกับการยึดเสื้อยืดสีดำมีแถบป้ายสีขาวแดงบริเวณหน้าอกจำนวนมาก ที่ห้องพักย่านสำโรง สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2561 เวลา 06.00 น. ในวันนี้ทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้นัดหมายบุตรชายทั้งสองของนางวรรณามาเพื่อพบกับนางวรรณา เนื่องจากมีข่าวว่าทางทหารชุดจับกุมตัวจะนำตัวมาส่งตำรวจเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน 

ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า รู้สึกผิดหวังเนื่องจากคาดว่าแม่จะได้พบกับลูกในวันนี้

“เด็กทั้งสองคนดูจะมีความเครียดเนื่องจากมีความคาดหวังว่าจะได้พบแม่ แต่ก็ไม่ได้พบสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาก็คือการปล่อยตัววรรณากลับบ้านโดยไม่ต้องมีคดีติดตัว หรืออย่างน้อย หากเป็นไปได้ ก็คืออย่างน้อยๆ ก็คือ ขอสิทธิให้ลูกได้พบหน้าแม่ ได้รับทราบชะตากรรม และอยากขอสิทธิประกันตัวตาม ป. วิอาญา” ภาวิณี ระบุ

ภาวิณีกล่าวว่ายังไม่ทราบว่าวรรณาจะถูกดำเนินคดีอย่างไร แต่สิทธิที่จะได้เยี่ยมญาติเป็นหลักสิทธิมนุษยชนสากลเลยว่าจะเกิดขึ้นโดยทันที เป็นหลักประกันว่าผู้ถูกควบคุมตัวยังปลอดภัยไม่ได้สาบสูญไปไหน แต่ที่ผ่านมาการควบคุมตัวของ คสช. ผู้ต้องขังจะจะไม่มีสิทธิในการพบญาติเลย ซึ่งเราอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่จริงมันเป็นเรื่องผิดปกติ

ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่าทาง กสม. ได้ติดต่อไปทาง คสช. ว่าจะพาลูกของนางวรรณา ไปเยี่ยมมารดาของตนที่ มทบ. 11 โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน ทั้งโดยสิทธิผู้ต้องขังและโดยหลักว่าลูกย่อมมีสิทธิได้พบกับพ่อแม่ การขอเข้าพบผู้ถูกควบคุมตัวดังกล่าวไม่ใช่การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยพรุ่งนี้นางอังคณาจะนำบุตรของนางวรรณาเข้าพบนางวรรณาที่ มทบ. 11 เวลา 9.00 น.

วันเดียวกันนี้ (8 ก.ย. 2561) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่าได้รับรายงานเพิ่มเติมว่านางวรรณภา อายุ 30 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดมหาสารคาม เคยมีอาชีพขายขนม ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือวินมอเตอร์ไซค์รับส่งผู้โดยสารบริเวณย่านสำโรง โดยเธอมีบุตรชายสองคน อายุ 14 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และอายุ 9 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยทั้งสามคนอาศัยร่วมกับแฟนใหม่ของนางวรรณภา ในห้องเช่าย่านสำโรง

แฟนของนางวรรณภาระบุว่าประมาณหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ เห็นว่านางวรรณภาไปรับเสื้อยืดสีดำล้วน มีลายโลโก้เล็ก ๆ เป็นสี่เหลี่ยมลายสีขาวสลับแดงอยู่ตรงหน้าอกเสื้อ และไม่ได้มีถ้อยคำใด ๆ บนเสื้อ มาไว้ที่ห้องจำนวนหนึ่ง โดยเข้าใจว่านางวรรณภาจะนำมาขายเพื่อหารายได้เสริม แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าขายอย่างไร และไม่ทราบว่าเสื้อมีความหมายใด

แฟนของนางวรรณภาระบุว่าทราบว่านางวรรณภาเอง ไม่เคยเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง หรือเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองมาก่อน และเธอยังมีอาการปวดหัวไมเกรน ต้องมีการไปรับยามารับประทานเป็นประจำด้วย

สำหรับเหตุการณ์การควบคุมตัวเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 6 ก.ย. 2561 ประมาณ 6.00 น. เศษ ขณะนั้นนางวรรณภาและลูกสองคนยังนอนหลับอยู่ ส่วนแฟนของนางวรรณภาออกไปทำงานแล้ว ได้มีคนมาเคาะประตูห้องเช่าเสียงดัง เมื่อลูกชายคนโตของวรรณภาลุกขึ้นไปเปิดประตู ก็พบว่า มีทหารในเครื่องแบบประมาณ 6 นาย อีก 2 คน แต่งชุดสีเทายืนอยู่หน้าห้อง และสอบถามว่าคนชื่อวรรณภาอยู่หรือไม่ ลูกชายจึงได้เรียกมารดาออกไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่

จากนั้น เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เข้ามาค้นในห้อง โดยไม่ได้ถอดรองเท้า และได้เหยียบไปบนที่นอนที่ปูอยู่บนพื้นด้วย โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปรื้อค้นที่ราวตากผ้า กระสอบใส่เสื้อยืดที่วางกองอยู่ และตรวจดูตามซอกมุมของห้องต่างๆ ระหว่างการตรวจค้น ลูกชายระบุว่าทหารได้สอบถามแม่ซ้ำๆ ว่าเอาเสื้อมาจากไหน และเสื้อเป็นของใคร

หลังการตรวจค้น ทหารได้นำกระสอบที่บรรจุเสื้อทั้งหมด ถุงสำหรับแพ็คเสื้อ สมุด 1 เล่ม และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ซึ่งเป็นของลูกชายคนโตไป แม้ลูกชายจะพยายามบอกว่าเป็นของตนก็ตาม พร้อมกับนำตัววรรณภาออกไปด้วย โดยไม่ได้บอกลูกว่าจะพาตัวไปที่ไหน ลูกชายคนโตเองก็ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่นำตัวแม่ไปเพราะเหตุใด

หลังจากออกไปประมาณ 15 นาทีแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารก็ได้นำตัวนางวรรณภากลับมาที่ห้องใหม่ พร้อมกับนำเสื้อที่ยึดไปออกจากกระสอบมาวางกองที่พื้นห้อง และให้วรรณภานั่งถ่ายรูปกับเสื้อ ก่อนนำตัววรรณภาและเสื้อยืดทั้งหมดออกไป

ต่อมา เวลาประมาณ 10.30 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารประมาณ 4 นาย ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เดินทางกลับมาที่ห้องเช่า โดยนำเงิน 500 บาท มาให้กับลูกชายของวรรณภา ซึ่งไม่ได้ไปโรงเรียนเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ แฟนของวรรณภาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เขาทราบภายหลังจากร้านค้าหน้าปากซอยว่า เจ้าหน้าที่เดินทางมาโดยรถ 2 คัน และจอดเฝ้าอยู่ซักพัก ก่อนที่จะเข้าไปที่อาคารซึ่งเป็นห้องเช่าของครอบครัววรรณภา

หลังจากนั้น วันที่ 7 ก.ย. 2561 ลูกชายของวรรณภาระบุว่า เวลาประมาณ 16.00 น. วรรณภาได้ใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ทราบว่าเป็นของใคร ติดต่อมา โดยโทรติดต่อมาสองครั้ง ครั้งละประมาณ 30 วินาที แจ้งให้ลูกชายดูแลน้องให้ดี ๆ และใช้จ่ายอย่างประหยัด

จนถึงปัจจุบัน วันที่ 8 ก.ย. 2561 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ที่วรรณภาถูกควบคุมตัวไปจากที่พัก วรรณภายังไม่ได้รับการปล่อยตัว และยังไม่ทราบว่าถูกควบคุมตัวไว้ที่ใด

จากการสอบถามแฟนของวรรณภา พบว่า รายได้จากการขับวินมอเตอร์ไซค์ของวรรณภาพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายของสามคนแม่ลูกวันต่อวัน ส่วนรายได้จากการรับจ้างของแฟนวรรณภาจะเก็บไว้สำหรับเป็นค่าเช่าห้องพัก ไม่มีเงินเหลือเก็บสะสม การที่วรรณภาถูกควบคุมตัวไปจึงหมายถึงการขาดรายได้ของครอบครัว และลูกทั้งสองของเธอจะขาดเงินสำหรับใช้จ่ายในการกินอยู่และไปโรงเรียน

ก่อนหน้านี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยังได้รับรายงานกรณี น.ส.สุรางคณาง (นามสมมติ) ประกอบอาชีพช่างเสริมสวย ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวไปจากบ้านย่านเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 ก.ย. เช่นเดียวกัน จากเหตุครอบครองเสื้อสีดำดังกล่าว แต่กรณีนี้เธอได้รับการส่งตัวกลับบ้าน ในค่ำวันเดียวกัน โดยไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาใด เธอระบุว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารนำตัวไป มณฑลทหารบกที่ 11 และถูกเจ้าหน้าที่ทหารสอบถามเกี่ยวกับเสื้อดังกล่าว พร้อมห้ามเธอใส่และห้ามซื้อเสื้อเพิ่มอีก

โดยในวันนี้ (8 ก.ย. 2561) องค์กรสหพันธรัฐไทได้ออกแถลงการณ์ประณามการจับกุมดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการข่มขู่และยัดเยียดข้อหาเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวด้วย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai