อัพเดทล่าสุดเมื่อ 25 นาที 13 วินาที ที่ผ่านมา
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว (!SPOILER ALERT!)

 

“... ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี ...”

“ประชารัฐ” กลายเป็นคำที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้นำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ เพื่อให้ส่วนราชการต่างๆ ใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดความสงบเรียบร้อย เกิดความสามัคคี และสร้างการพัฒนาประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง นอกจากนี้ท่านยังบอกขยายความว่าเป็นการร่วมมือกันในเชิงสร้างสรรค์ สร้างพลังทำความดีในประเทศชาติ ไม่ใช่เพื่อตนเอง หรือข้าราชการ แต่เพื่อประชาชน ไม่ใช่การหาเสียง แต่ถือว่าเป็นสัญญาระหว่างรัฐกับประชาชน ในการแก้ไขความผิดพลาดในอดีต

มีการแบ่งยุทธศาสตร์ย่อยได้แก่ หนึ่ง รัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวก สนับสนุน เปิดช่องทางให้ประชาชนและเอกชน มีส่วนร่วมตามแนวทางประชาธิปไตย และสอง คือมีการทำงานร่วมกันระหว่า่งรัฐและเจ้าหน้าที่เพือ่การพัฒนา อาศัย “เครือข่ายประชารัฐ” เพื่อพัฒนาประเทศ สิทธิและสวัสดิการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ถ้าจะสรุปให้ง่าย หัวใจหลักคือ ให้มีส่วนร่วมระหว่างรัฐและประชาชน และมองว่าการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศจะไม่สำเร็จ หากขาดความร่วมมือระหว่างรัฐ และประชาชน

ยุทธศาสตร์นี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความเชื่อมั่นให้รัฐบาลที่มาโดยผิดกฎหมาย ผศ.ดร.สามชาย ศรีสันต์ กล่าวว่านโยบายประชารัฐเป็นนโยบายที่ประชันขันแข่งกับประชานิยม มีการนำภาคธุรกิจเอกชนมาเป็นส่วนขับเคลื่อนที่แทบจะควบคุมรัฐ กลุ่มทุนขยายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น แทนที่จะสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนที่มีอยู่แล้ว ซ้ำเติมประชาชนในฐานะแรงงานกรผลิต ดึงทรัพยากรออกจาชุมชน กลายเป็นการสร้างโครงสร้างทางสังคมที่เป็นอันตราย 

เห็นได้ชัดจากการจับมือกับเอกชนรายใหญ่ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเข้าหุ้นบริษัทประชารัฐรักสามัคคี โครงการที่โด่งดังคือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่นักวิจารณ์หลายท่านมองว่าเป็นการทำลายระบบประกันสุขภาพ ตราหน้าและตอกย้ำสถานภาพทางเศรษฐกิจของประชาชนระหว่างคนรวยและคนจนที่ถีบห่างออกจากกันเรื่อยๆ ในปัจจุบัน

ดร.เดชรัต สุขกำเนิด บอกว่าสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำแต่ไม่ได้ทำคือ การออกพ.ร.บ. วิสาหกิจชุมชน ซึ่งทำให้ประชาชนทุกคนเข้าร่วมกระบวนการได้อย่างเท่าเทียม แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าใครอยากเข้าวิสาหกิจชุมชน ก็ต้องมาร่วมกับรัฐภายใต้นโยบายประชารัฐ ผลที่เกิดขึ้นคือปริมาณคนจนในไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ความเหลื่อมล้ำมากขึ้นเกือบสองเท่า ถึงแม้ว่ารัฐบาลอ้างว่าจีดีพีขึ้นแต่ก็อาจสรุปได้ว่าทั้งคนจนและคนรวยมีเงินมากขึ้น แต่รายได้คนรวยกลับมากกว่า

แนวคิดประชาสังคม (Civil Society) มีนิยามสรุปโดยรวมได้ว่าเป็นการรวมตัวกัน เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันโดยไม่ถูกบังคับ ไม่ได้มีการผูกพันธ์กันก่อนหน้า ตัวอย่างเช่นการต่อสู้เพื่อปากท้อง ไปจนถึงกิจกรรมการกุศล อาจจะเรียกได้ว่าแนวคิดนี้เองถูกเอาไปฉวยใช้เพื่อความชอบธรรมของรัฐบาล เพราะสุดท้ายแล้วกิจกรรมการรวมตัวเพื่อเรียกร้องสิทธิจำนวนมากกลับถูกจำกัดริดรอน

ในขณะที่กิจรรมที่เสริมภาพการรวมพลังประชาชนเพื่อประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่ง อย่างกิจกรรม “ก้าวคนละก้าว” กลับได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาล ดังที่แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความเห็นว่าโครงการนี้เป็นตัวอย่างของแนวทางประชารัฐ ที่ประชาชนได้มาร่วมวางแผนพัฒนาและสนับสนุนโรงพยาบาล อย่างในภาพยนตร์ก็จะเห็นภาพทหารยืนบนรถที่กำลังแล่นและต้องก้มหัวให้กับป้ายโครงการ หรือทหารที่มายืนเป็นการ์ดให้กันประชาชนข้างทางที่มาให้กำลังใจพี่ตูน

ในตอนหนึ่งของสารคดีที่เราชอบมากเพราะทำให้เราได้เห็นทัศนคติของพี่ตูนต่อโครงการนี้ พูดไว้ประมาณว่าให้ออกมาลงมือ เช่นเดียวกับเนื้อความที่ภาพยนตร์สื่อว่าให้ลุกขึ้นมาทำ เชื่อมั่นใจตนเอง เหมือนกับพี่ตูนที่กล้าเลือกฝันและกล้าลงมือ คิดอะไรให้ทำเลย (ผู้จัดการและคนรอบตัวพี่ตูนบอกว่าพี่ตูนเป็นคนจำพวกที่อยากทำอะไรก็จะทำเลย ทำให้ได้ ไม่ยอมแพ้ ร้องเพลงคีย์สูงก็ต้องให้ได้) ดีกว่านั่งถกเถียงกันไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง พี่ตูนไม่ได้ปฏิเสธว่าการวิ่งอาจไม่ใช่การแก้ปัญหา โดยพลันเราก็เกิดคำถามว่าจริงหรือไม่ที่การออกมาวิ่งรับเงินบริจาค ดีกว่าการถกเถียงกัน

โครงการวิ่งของพี่ตูนที่ถูกจัดมาแล้วสามครั้ง ครั้งแรกให้โรงพยาบาลบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่สองเพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช ครั้งที่สามให้ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมถึงสารคดี 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว ที่ก็หักรายได้ให้กับอาคารอาคารนวมินทรบพิตร ที่มีคำโปรยว่าเป็นอาคารสุดท้ายที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานชื่อให้ โดยทุกครั้งจะมีการอ้างว่าโรงพยาบาลขาดแคลนงบประมาณ

งบประมาณแผ่นดินปี 2561 กระทรวงศึกษาธิการได้รับ 5.1 แสนล้านบาท กระทรวงกลาโหม 3.55 แสนล้านบาท ส่วนกระทรวงสาธารณสุขได้รับ 1.26 แสนล้านบาท องค์การอนามัยโลกชี้ว่างบประมาณสาธารณสุขในประเทศกำลังพัฒนาอยู่ราวๆ 6% แต่ของไทยได้เพียง 4.6% ของจีดีพี

สวัสดิการข้าราชการได้ค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงถึงราว 14,820 บาทต่อคน ขณะที่ระบบบัตรทองในปี 2561 ค่าใช้จ่ายต่อหัวราว 3,109.87 บาทต่อคนเท่านั้น มีการวิจารณ์ว่าสวัสดิการข้าราชการมีการบริหารใช้เงินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทำกำไรจากบริษัทยาข้ามชาติผ่านใช้ยานอกบัญชีอย่างสะดวกง่ายดาย ซึ่งต่างจากสิทธิสามสิบบาทที่ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินจากราชวิทยาลัย

สิทธิสามสิบบาทที่ถูกมองว่าเป็นภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลจากมุมมองของแพทย์กลุ่มอนุรักษ์นิยมเช่นเดียวกับแนวคิดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาจากรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ตัดคำว่า”เสมอกัน” ในการรับบริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน ออก รัฐมองคนไม่เท่ากัน ไม่จำเป็นต้องดูแลคนทุกคน ใครพอดูแลตัวเองได้ก็ต้องดูแลตัวเอง ผ่านโครงการบัตรอนาถา นอกจากนี้ในผนปฏิรูปประเทศยังระบุให้ประชาชนร่วมรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายตามกำลังความสามารถในการจ่าย ซึ่งจริงๆแล้ว ประชาชนก็จะอยู่ในสถานะร่วมจ่ายจากการเก็บภาษีประเภทต่างๆอยู่แล้ว แต่ก็มีการเสนอให้การร่วมจ่าย ณ จุดบริการ 30-50% จากประชาชนที่ไม่ใช่ “ผู้ยากไร้”

อย่างชัดเจนว่ารัฐไทยมีท่าทีตัดพันธะต่อพลเมืองด้านสาธารณสุขไปแล้ว มีให้เท่านี้ ที่เหลืออยากได้ก็ไปหากันเอง วิ่งรับบริจาคกันเอง แถมยังจะเพิ่มภาษี เรากำลังจะกลับไปในยุคที่รัฐจะไม่จัดหาบริการพื้นฐานด้านสุขภาพ (และอื่นๆ) ที่ประชาชนพึงได้ 

การสรรเสริญยกยอพี่ตูนดังเทพผู้มาปัดเป่า ตัวอย่างของศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติ ในขณะที่พี่ตูนบอกว่าตนเองไม่ต้องการชื่อเสียงเหล่านั้น? (มีพาร์ทเล่าความฝันที่ตนเองอยากกลับไปเป็นนักดนตรีธรรมดาๆ ร้องตามผับ แต่สุดท้ายก็บอกว่าเบื่อชีวิตที่ไม่มีคนไม่รู้จัก) การพยายามบอกให้คนลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อเป็นประโยชน์กับชาติไทย ให้เชื่อในความฝัน (life coach) ใต้กระแสเสรีนิยมใหม่ (Neo-liberalism) ที่รัฐบาลเปิดพื้นที่อิสระให้ทุนใหญ่ที่เกื้อหนุนกับชนชั้นนำ ทำลายระบบประกันสุขภาพ ในยุคสมัยนี้จะมีสักกี่ความฝันที่ทำได้หากไม่มีทุนใหญ่สนับสนุน 

ดังนั้นแล้วการวิ่งของพี่ตูน อาจยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพของประชาชนที่ต้องช่วยเหลือกันเองโดยมีผู้นำคือฝ่ายภาคประชาชนคือตูนและทีมงานผู้เป็นชนชั้นกลางที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐและเอกชนที่ต่างหยิบฉวยโอกาสในการสร้างผลกำไรและความชอบธรรมของตนเอง

ยิ่งน่าเศร้าไปกว่านั้นที่การตอกย้ำครั้งนี้ (กว่าสามครั้งหากนับตามจำนวนการจัดวิ่ง) ถูกโหมกระพือด้วยบรรยากาศแบบโรแมนติกของน้ำจิตน้ำใจคนในชาติ 

นี่จึงอาจกล่าวได้ว่า 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว เป็นภาพฉายของเหล่าผู้ถูกกดบังคับอย่างแท้จริงตามแนวคิดสปีวัคที่ขยับขยายจากกรัมชี่อีกที

เพราะพวกเขาต้องไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังถูกกดบังคับอยู่

ปล. "ประชารัฐ" กำลังถูกใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเมืองโดยกลุ่มนายทุนขอนแก่นกว่าสิบบริษัท ร่วมกับ ม. ขอนแก่น และเทศบาล ภายใต้ชื่อ "Khon Kaen Smart City"

อ้างอิง
- อานันท์ เกียรติสารพิภพ 2560 ยุทธศาสตร์ประชารัฐ รายการ ร้อยเรื่อง...เมืองไทย
- รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์ 2561 จีดีพี ดัชนีที่ไม่ได้วัดความเป็นอยู่ที่ดี
- SARA BAD ประชารัฐคืออะไร 2560 เพื่อคนไทยหรือเพื่อนายทุน??? 
- ภาณุวัฒน์ พันธุ์ประเสริฐ ปรากฏการณ์ตูน บอดี้สแลม กับประชาสังคมไทยในยุค 4.0 2560 
- สุเจน กรรพฤทธิ์ 2560 “อ่าน” การ “วิ่ง” ของ ตูน บอดี้แสลม
- นัชชา ตันติวิทยาพิทักษ์ 2561 ชีวิตยามเกษียณ 2 : รักษาฟรี ไม่แน่ว่าจะมีตอนเราแก่
- NATT HONGDILOKKUL 2018 Thailand’s Universal Health Coverage under the Coup d’état: Is a Coinsurance Raise Good?
- กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล 2561 ตามรอยเส้นทางบ่อนทำลาย 30 บาทรักษาทุกโรค เมื่อสุขภาพคน 48 ล้านคนคือภาระ
- ธนัชชนม์ ธนาธิป-ปริพัฒน์ 2013 ทบทวนความเป็นผู้ถูกกดบังคับ : ความไม่รู้ว่าถูกทุนกดบังคับ

ภาพจาก: กรมทหารราบที่ ๕ ค่ายเสนาณรงค์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai