นศ.ม.อ.ปัตตานีจัด 'ชวนเพื่อนๆ ไปเช็คอินหนองจิก' หลังถูกประกาศควบคุมพื้นที่พิเศษ

หลังพื้นที่ ต.บางเขา และ ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก ถูกประกาศควบคุมพื้นที่พิเศษล่ามือยิงทหารพราน นักศึกษา ม.อ.ปัตตานี จัด "ชวนเพื่อนๆ ไปเช็คอินหนองจิก" ยันที่ผ่านมามันพิสูจน์แล้วว่า กฎอัยการศึก ไม่สามารถแก้ไขปัญหา แนะเปิดพื้นที่ทางการเมือง ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก 

ภาพจาก เฟสบุ๊กแฟนเพจ 'Free Voice'

19 ก.ย.2561 จากเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ออกประกาศควบคุมพื้นที่พิเศษตาม พ.ร.บ.กฏอัยการศึก ควบคุมอาวุธปืน เรือและยานพาหนะที่ต้องนำมาลงทะเบียนกับหน่วยทหารและอำเภอที่ตั้งในพื้นที่ ต.บางเขา และ ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ภายใน 7 วัน ภายหลังมีเหตุคนร้ายซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนของกองร้อยทหารพรานบริเวณบ้านบางทัน ต.บางเขา เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย นั้น

เฟสบุ๊กแฟนเพจ 'Free Voice' รายงานว่า วันนี้ (19 ก.ย.61) เมื่อเวลา 12.00 น กลุ่มนักกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี รวมตัวทำกิจกรมม "ชวนเพื่อนๆ ไปเช็คอินหนองจิก" โดย มีการแจกใบปลิว, ชูป้ายข้อความรณรงค์  และเชิญชวนนักศึกษาแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

อาริฟ ดาเล็ง ผู้ประสานงาน สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเยาวชนนักเรียนปาตานี (PerMAS) เขต Patani Lama กล่าวว่า หลังจากมีการประกาศยกระดับการบังคับใช้กฎอัยการศึก ควบคุมพื้นที่พิเศษ ทาง PerMAS มีมติให้รีบลงพื้นที่เพื่อฟังเสียงของชาวบ้าน และร่วมสังเกตการณ์ สำหรับ PerMAS มีจุดยืนที่ชัดเจนมาตลอดว่า กฏอัยการศึกไม่สามารถทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ดีขึ้นเลย ความขัดแย้งทางการเมืองต้องจัดการด้วยแนวทางทางการเมืองเท่านั้น

อาริฟ เล่าต่อว่า การจัดกิจกรรม "ชวนเพื่อนๆ ไปเช็คอินหนองจิก" ในวันนี้เพื่อ ชวนเพื่อนไปดูว่าบรรยากาศที่นั้นเป็นอย่างไร วิถีชีวิตภายใต้การควบคุมพิเศษนั้นเป็นอย่างไร ตอนนี้มีเสียงเล่าต่อกันตามร้านน้ำชา, โลกออนไลน์ มากมายถึงความลำบากของชาวบ้านในพื้นที่ คนในพื้นที่ปาตานีต่างเป็นห่วงและกังวลอย่างยิ่ง ต่อปฏิบัติการลักษณะนี้ ระยะยาวมันจะไม่เป็นผลบวกแน่นอนต่อทิศทางของสถานการณ์ในพื้นที่

“เราในฐานะนักศึกษา จึงคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องลงพื้นที่ เก็บข้อมูลและนำเสนอเสียงของชาวบ้านด้วยว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร ข้อเท็จจริงเป็นแบบไหน และเรายืนยันว่า การทหารนำการเมืองนั้น ไม่สามารถจัดการความขัดแย้งทางการเมืองได้" อาริฟ กล่าว

ซอบารียะฮ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ กล่าวว่า ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมามันพิสูจน์แล้วว่า กฎอัยการศึก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่นี้ได้ ตลอดสิบกว่าปี ที่ผ่านมามันพิสูจน์แล้วจริงๆ และฉันว่ารัฐบาลไทยจะยกเลิกมันโดยเร็ว เปิดพื้นที่ทางการเมือง ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก นั้นจึงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการจัดการความขัดแย้ง

ด้าน อนัส นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ เล่าว่า ดีใจที่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมเชิญชวนเพื่อนๆ นักศึกษาในครั้งนี้ ผมก็พอได้อ่านข่าวจากโลกออนไลน์อยู่บ้าง แค่อ่านเราก็รู้สึกได้ถึงความหดหู่ หวาดกลัว บรรยากาศในหมู่บ้านเป็นอย่างไร ก็พอมีเพื่อนๆ นักศึกษาที่มาจากหมู่บ้านแห่งนั้นเล่าให้ฟัง

"มันใกล้นิดเดียวกับรั้วมหาวิทยาลัย และเราก็ลูกหลานชาวบ้าน เราไม่ใช่คนอื่น ผมจึงอยากชวนเพื่อนๆ ลงไปด้วยกันในวันพรุ่ง" อนัส กล่าว

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai