ปปส. เสนอใช้ ม.44 ปลดล็อคกัญชาทางการแพทย์ พร้อมแก้ระเบียบทำลายของกลาง แต่ห้ามใช้สันทนาการ

หลังประยุทธ์ ทวงถามความคืบหน้า ปปส. จ่อเสนอ คสช. ใช้มาตรา 44 ปลดล็อคให้วิจัย และใช้กัญชาทดลองทางการแพทย์ได้ แก้ระเบียบเรื่องการทำลายของกลาง ชี้กระบวนการพิจารณาประมวลกฎหมายยาเสพติดล่าช้า จำเป็นต้องใช้ช่องทางพิเศษ ย้ำอนุญาตทางการแพทย์เท่านั้น ไม่ให้ใช้เพื่อความสนุกสนาน และกัญชายังเป็นยาเสพติดประเภท 5 อยู่

 การเผาทำลายกัญชาที่จังหวัดนครพนม ดัดแปลงภาพจาก: กรมประชาสัมพันธ์

20 ก.ย. 2561 ประชาชาติออนไลน์ และแนวหน้าออนไลน์ รายงานตรงกันว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะทำงานงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. …. และร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดกรรมาธิการสภานิติบัญญัติ ให้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธธรรม เนื่องจากได้รับการท้วงติงว่ากฎหมายดังกล่าวค่อนข้างมีความล่าช้าในการพิจารณา

ดังนั้งจึงมีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาว่า ควรแยกข้อกฎหมายบางส่วนออกมาดำเนินการเพื่อความรวดเร็ว เป็นการทำคู่ขนานกันไป โดยประเด็นที่มีการเสนอให้ใช้ทางพิเศษ เสนอให้คสช.ออกเป็นคำสั่ง ม.44 คือเรื่องของกัญชา ที่จะให้มีการประกาศ ใช้บังคับ ได้ทันในเรื่องของการใช้เพื่อการวิจัยทางการแพทย์หรือการใช้ทดลองรักษากับคนได้ แต่ยังคงกัญชาไว้เป็นยาเสพติดประเภท 5 เช่นเดิม นอกจากนี้ยังมีเรื่องของระเบียบการทำลายของกลางในคดี ร่วมทั้งการออกคำสั่งเกี่ยวกับรถบรรทุกสินค้าทุกประเภทต้องเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ เพื่อป้องกันการซุกซ่อน ลักลอบขนยาสพติด

มีรายงานว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวได้รับการทวงถามจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ถึงความล่าช้าในการพิจารณา จึงมีการหารือให้นำประเด็นที่สำคัญแยกออกมายบังคับใช้ก่อน ทั้งนี้เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2561 ได้มีการนำเสนอรายงานความคืบหน้าอีกครั้งให้ พล.อ.อ.ประจิน รับทราบ

ย้ำเตรียมให้วิจัยกัญยาทางการแพทย์เท่านั้น ควบคุมการปลูกโดยสาธารณสุข อนุญาตให้ใช้รักษาโรค แต่กัญชาจะเป็นยาเสพติดประเภท 5 อยู่ ห้ามใช้เพื่อการสันทนาการ

ทั้งนี้ เฟสบุ๊กเพจแฟนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้เผยแพร่คำชี้ ความคืบหน้าการอนุญาตให้ใช้กัญชาในการรักษาโรค โดยระบุว่า จากกรณีมีกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์เรียกร้องให้มีการอนุญาตให้ใช้กัญชา เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ รวมถึงกระแสข่าวที่เครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่งในต่างประเทศสนใจพัฒนาเครื่องดื่มกัญชาเพื่อสุขภาพ สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องได้รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ ผลดี ผลเสีย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อควบคุม การนำกัญชาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และอาจก่อเป็นกระแสการเข้าใจผิดของสังคมได้

ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ศอ.ปส.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับพืชเสพติด โดยเห็นว่า ควรกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ต่อไป โดยไม่อนุญาตให้มีการใช้ในเชิงสันทนาการ แต่เปิดช่องให้สามารถขออนุญาตศึกษาวิจัยกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้อย่างสะดวกและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ออกกฎกระทรวง เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 หรือในประเภท 5 พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 6 ม.ค. 2560 กำหนดให้ผู้ที่มีความประสงค์ปลูก จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีกัญชาไว้ในครอบครอง เพื่อการศึกษาวิจัย หรือเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ ต้องยื่นคำขอพร้อมด้วยเหตุผลความจำเป็น จำนวนหรือปริมาณ และหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาอนุญาต

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ดำเนินการเสนอร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีอำนาจอนุญาตให้ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (กัญชา) เพื่อการศึกษาวิจัย หรือเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ หรืออุตสาหกรรมได้ อีกทั้งยังมีอำนาจประกาศกำหนดชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (กัญชา) ซึ่งอนุญาตให้เสพเพื่อการรักษาโรค หรือเสพเพื่อการศึกษาวิจัยได้โดยไม่เป็นความผิด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai