แม่พยาบาลเกด ประกาศเดินสายพบทูตคุยอัพเดทคดีสลายแดง 53 หลังมีข่าว 'นายพล' รุกเจรจายุติคดี

พะเยาว์ อัคฮาด ประกาศจัดกิจกรรม "ยุติธรรมดำเนิน" เดินสายพบทูตสวิส-อิตาลี-ญี่ปุ่น และยูเอ็น พรุ่งนี้ เพื่ออัพเดทสถานการณ์ปัจจุบันของคดีสลายการชุมนุมเสื้อแดงปี 53 หลังมีข่าว 'นายพล' รุกเจรจาให้ยุติคดี

(แฟ้มภาพ ประชาไท) ภาพ พะเยาว์ และ พันธ์ศักดิ์ จัดกิจกรรมเดินเท้าจากวัดปุทมฯ ถึง อนุสรณ์สถานฯ ทวงถามความยุติธรรม 6 ม.ค.2559

26 ก.ย.2561 พะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ กมนเกด อัคฮาด หรือ เกด พยาบาลอาสาซึ่งเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2553 โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก 'Phayaw Akkahad' ระบุว่า พรุ่งนี้ (27 ก.ย.61) จะจัดกิจกรรม ภายใต้ชื่อ "ยุติธรรมดำเนิน" หรือ Justice walk โดยญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี2553 จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อเอคอัคราชทูตเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของคดี 99 ศพ ที่มีคนพยายามจะทำให้คดีนี้เป็นคดีมุมดำหรือหาผู้กระทำความผิดไม่ได้

โดยมีตารางกิจกรรม คือเวลา 13.00 น. วางดอกไม้ไว้อาลัยแก่ผู้สูญเสียบริเวณวัดปทุมวนารามก่อนเดิ จากวัดปทุมผ่านแยกราชประสงค์ ไปตามจุดหมายดังนี้ 1. สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย (ถ.ชิดลม) 2. สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย(ตึกออลซีซั่น) 3.สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (ถ.วิทยุ) และ 4. จากนั้นจะขึ้นรถไปที่องค์การสหประชาชาติหรือ UN เป็นที่สุดท้าย

"ท่านใดสะดวกขอเชิญร่วมเดินทวงความยุติธรรมด้วยกัน" พะเยาว์ โพสต์

ทั้งนี้ในจำนวนสถานเอกอัครราชทูตที่ พะเยาว์ ประกาศไปนั้น มีพลเมืองของประเทศเหล่านั้น 2 คนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมนั้นด้วย คือ ฟาบิโอ โปเลนกี ช่างภาพชาวอิตาลี ที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 ซึ่งเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 56 ศาลมีคำสั่งในการไต่สวนการตายระบุว่า เหตุและพฤติการณ์แห่งการตายสืบเนื่องมาจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืน เป็นเหตุให้เกิดบาดแผลกระสุนปืนทะลุหัวใจ ปอด ตับ เสียโลหิตปริมาณมาก โดยมีวิถีกระสุนปืนยิงมาจากด้านเจ้าพนักงานที่กำลังเคลื่อนเข้ามาควบคุมพื้นที่จากทางแยกศาลาแดงมุ่งหน้าไปแยกราชดำริ โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ ขณะที่อีกคนคือ ฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ ชาวญี่ปุ่น รถูกยิงเสียชีวิตในคืนวันที่ 10 เม.ย. 2553 จากการสลายการชุมนุม นปช. ของ ศอฉ. บนถนนดินสอ บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา โดยศาลมีคำสั่งในวันที่  30 เม.ย. 58 ว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำหรือไม่อาจทราบได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายทั้ง 3 มีแนววิถีกระสุนปืนมาจากทิศทางใด

สำหรับ กระแสข่าวนายพลรุกเจรจาให้ยุติคดีสลายการชุมนุม นปช. ปี 53 นั้น เกิดขึ้น 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงอัยการสูงสุดและผู้เกี่ยวข้องในคดีสลายการชุมนุมดังกล่าว โดย ณัฐวุฒิ อ้างถึง บทความคอลัมน์ มองรอบทิศ เรื่อง "นายพล" เดินแรง โดยผู้ใช้นามปากกา พยัคฆ์น้อย หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับประจำวันที่ 6 ก.ย. 2561 ซึ่งเขียนว่ามีนายทหารระดับ "นายพล" เดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสำนวนคดีสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553 โดย "นายพล" ขอให้ผู้ใหญ่ฝ่ายอัยการยุติเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีเกือบ 20 ศพ ที่ศาลไต่สวนสาเหตุการตายเป็นที่ยุติแล้วว่าเสียชีวิตเพราะถูกกระสุนปืนความเร็วสูงจากฝั่งเจ้าหน้าที่ ให้ทำเป็น "สำนวนมุมดำ" หาตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้ จึงไม่ต้องส่งฟ้องศาล และ ณัฐวุฒิ ยังระบุด้วยว่า จะมอบหมายตัวแทนฝ่ายกฎหมายเดินทางไปยืนคำร้องเรื่องนี้ต่อสำนักงานอัยการสูงสุดอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

ขณะที่ คดี 6 วัดปทุมวนาราม ศาลมีคำสั่งในการไต่สวนการเสียชีวิตตั้งแต่ 6 ส.ค.56 แล้ว ว่า สุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1, อัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแห่ง ผู้เสียชีวิตที่ 2, มงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ผู้เสีย ชีวิตที่ 3, รพ สุขสถิต อายุ 66 ปี อาชีพพนักงานขับ รถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4, กมนเกด ฮัคอาด อายุ 25 ปี อาชีพพยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5, และ อัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 โดยทั้ง 6 ศพ ถูกยิงเสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. สมัย อภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ศาลสั่งว่าผู้ตายที่ 1,3-6 ถึงแก่ความตายเนื่องจากกระสุนปืน .223 จากทหารกองพันจู่โจมพิเศษที่ 3 ค่ายเอราวัณ จ.ลพบุรี ที่ประจำอยู่บริเวณรางรถไฟฟ้า BTS หน้าวัดปทุมฯ ขณะเกิดเหตุ ส่วนผู้ตายที่ 2 ตายจากกระสุน .223 จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ที่ประจำการอยู่บริเวณถนนพระราม 1 ช่วงเกิดเหตุ ภายใต้คำสั่งของ ศอฉ.  และผลการตรวจจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่พบร่องรอยการยิงปืนของมือทั้ง 6 ศพ จึงเชื่อว่าทั้ง 6 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อาวุธปืน รวมทั้งขณะเกิดเหตุมีด่านเจ้าหน้าที่ตรวจค้นอาวุธแน่นหนา 

นอกจากนี้ ภายหลังการอ่านคำสั่งในวันนั้น ผู้สื่อข่าวประชาไทยังรายงานด้วยว่า ศาลกล่าวสรุปประเด็นให้ผู้ที่เข้าร่วมฟังด้วยว่า 1.เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานทหาร 2.ผู้ตายทั้ง 6 ไม่มีคราบเขม่าดินปืนที่มือทั้งสองข้าง แสดงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนมาก่อน 3.การตรวจยึดอาวุธในวัดปทุมวนาราม ไม่น่าเชื่อว่ามีการตรวจยึดจริง และ 4.กรณีชายชุดดำ ไม่ปรากฏว่ามีชายชุดดำอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยศาลมีคำสั่งให้นำคำสั่งนี้ส่งต่อให้พนักงานอัยการ เพื่อดำเนินการต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai