ปชช.พื้นที่ขัดแย้ง EEC ร่อน จม.เปิดผนึก ชี้ ‘TNN24’ รายงานข่าวไม่ครบ ขาดปมเดือดร้อนขอคืนที่ทำกิน

‘กลุ่มโยธะการักษ์ถิ่น’ เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง สถานีโทรทัศน์ TNN 24 พบลงพื้นที่ทำข่าว แต่กลับเสนอข่าวไม่ครบถ้วน เหตุระบุเพียงประชาชนในพื้นที่ยอมรับว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์จะใช้ที่ดิน 4 พันไร่สร้างเมืองใหม่เป็นเพียงข่าวลือ แต่กลับไม่ลงบทสัมภาษณ์ที่เล่าถึงความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบจากการขอคืนที่ดินทำกินโดยทหารเรือ ที่อาจจะถูกในไปใช้ประโยชน์ตามอำนาจของกฎหมายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

26 ก.ย. 2561 ผู้สื่อข่าวประชาไท รายงานว่า ประชาชนกลุ่มโยธการักษ์ถิ่น เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง สถานีโทรทัศน์ TNN 24 หลังจากที่ทางสถานีได้นำเสนอข้อมูลข่าวสาร เรื่อง “เกษตรกรโยธะกา” ยอมรับใช้ที่ราชพัสดุทำเมืองใหม่แค่ข่าวลือ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2561 เนื้อหาในจดหมายดังกล่าว ระบุว่า

“ตามที่ สถานีโทรทัศน์ TNN 24 ช่อง 16 ได้นำเสนอข่าว“เกษตรกรโยธะกา” ยอมรับใช้ที่ราชพัสดุทำเมืองใหม่แค่ข่าวลือ เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561  ซึ่งเนื้อหาข่าวเป็นการลงพื้นที่สัมภาษณ์สอบถามข้อเท็จจริงจากชาวบ้านในกลุ่มโยธะการักษ์ถิ่น จำนวนหลายราย อาทิเช่น  นางเบณจวรรณ สิงหนาท, นางบุผา ใยเยี่ยม, นางสายทอง เก่งกานา และผู้ใหญ่สมหมาย บุญนิมิ

ซึ่งเนื้อหาที่ถูกนำเสนอออกอากาศนั้น มีแต่เพียงประเด็นการสร้างเมืองใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเครือเจริญโภคพันธ์จะเข้ามาเป็นผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดินผืนนี้หรือไม่

แต่ในวันที่มีการลงพื้นที่ทำข่าวนั้น ชาวบ้านได้ให้สัมภาษณ์ในประเด็นการที่เราเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการขอคืนที่ดินทำกินโดยทหารเรือ และอาจจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ตามอำนาจของกฎหมายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  ดังนั้นการไม่นำเสนอข่าวในประเด็นดังกล่าว ทั้งๆทีมีการให้สัมภาษณ์จึงอาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ในการรับรู้ของสาธารณชนต่อชาวบ้านกลุ่มโยธะการักษ์ถิ่น และทำให้ชาวบ้านโยธะการักษ์ถิ่นเกิดความไม่สบายใจต่อการนำเสนอข่าวไม่สมบูรณ์ครบถ้วนตามเนื้อหาตามที่สัมภาษณ์

กลุ่มโยธะการักษ์ถิ่นจึงขอส่งจดหมายเปิดผนึกมายังท่าน เพื่อชี้แจงในกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งได้แนบเอกสารประวัติศาสตร์ชาวนาตำบลโยธะกามาให้เพื่อสร้างความเข้าใจเพิ่มเติม และขอให้ผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงได้นำเทปบันทึกภาพการสัมภาษณ์ในประเด็นที่เป็นการบอกเล่าปัญหาความทุกข์ยากของชาวบ้าน รวมทั้งความเห็นในเชิงสิทธิการใช้ที่ดินทำกิน  เผยแพร่ออกอากาศในวาระต่อไปโดยเร็ว”

บทความ ประวัติศาสตร์ที่ดินชาวนาตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

ชาวบ้านตั้งกลุ่ม 'โยธะการักษ์ถิ่น' ยันที่บรรพบุรุษ-ไม่ย้ายออก หลังกองทัพเรือขอคืนพื้นที่ 4 พันไร่

เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ทนายฟ้องสื่อ อ้างเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ปมเสนอข่าว 'ซีพียึดที่รัฐ 4,000 ไร่'

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวประชาไท รายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2561 ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ตัวแทนประชาชน-หัวหน้าครอบครัวของประชาชนใน หมู่ 2 หมู่ 10 หมู่ 11 และหมู่ 12 ใน ต.โยธะกา จำนวนประมาณ 100 คน ได้เข้าร่วมประชุมหารือกัน เนื่องจากเมื่อกลางปี 2557 ประชาชนใน ต.โยธะกาได้รับหนังสือจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ฉะเชิงเทรา แจ้งยกเลิกสัญญาเช่าและการเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินราชพัสดุ และส่งมอบที่ดินคืนทหารเรือ ด้วยเหตุผลว่า กองทัพเรือมีแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยธะกา เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหาร 

หลังจากปี 2557 เป็นต้นมา สำนักงานธนารักษ์เลิกเก็บค่าเช่าที่ดินจากชาวบ้าน แต่ชาวบ้านยังคงใช้ที่ดินทำนาต่อไป ไม่มีใครส่งมอบที่ดินหรือย้ายออกไปปลายปี 2560 ชาวบ้านได้รับหนังสืออีกครั้งจากกองทัพเรือ ขอให้ส่งมอบคืนที่ดินให้แก่กองทัพเรือ ภายใน 7 วัน โดยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ขนย้ายทรัยพ์สิน และบริวารออกไปจากที่ดิน พร้อมกับทำหนังสือส่งมอบที่ดิน พร้อมทั้งระบุว่าหากยังเพิกเฉยทางราชการมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากนั้นชาวบ้านได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน เพื่อร้องเรียนและขอสิทธิในการใช้ที่ดินต่อไป 

ต่อมาได้มีการลงข่าวคำให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมธนารักษ์ ในข่าวประชาชาติธุรกิจออนไลน์ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2561 ระบุว่า กรมธนารักษ์ได้จัดหาที่ราชพัสดุสนับสนุนโครงการอีอีซีใน 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง กว่า 11,000 ไร่ ในส่วนของฉะเชิงเทรานั้น เป็นที่ของกองทัพเรือที่ส่งคืนให้กรมธนารักษ์ อยู่ใน อ.บางน้ำเปรี้ยว พื้นที่ประมาณ 4,000 ไร่เศษ อยู่บริเวณศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือ ที่ ต.โยธะกา ซึ่งได้ส่งมอบให้อีอีซีไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะนำไปพัฒนาเป็นอะไรขึ้นกับอีอีซีจะกำหนด

จำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากการยกเบิกสัญญาเช่าดังกล่าว ประกอบด้วย ผู้เดือดร้อนเฉพาะที่อยู่อาศัย ผู้เดือดร้อนทั้งที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน และผู้เดือดร้อนเฉพาะที่ดินทำกิน ในพื้นที่ หมู่ 2 หมู่ 10 หมู่ 11 และหมู่ 12 รวม 166 ครัวเรือน มีผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 635 คน

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์