'พานทองแท้' ได้ประกัน 1 ล้าน พร้อมเงื่อนไข 'ห้ามออกนอกประเทศ' 

'พานทองแท้' ได้ประกัน 1 ล้าน พร้อมเงื่อนไข 'ห้ามออกนอกประเทศ' หลังอัยการสั่งฟ้อง คดีเช็คกรุงไทย 'โอ๊ค' ประกาศพร้อมสู้คดีไม่หนี 'มดดำ' พ้อผิดอะไร แค่ให้กำลังใจเพื่อน

ที่มาภาพ Banrasdr Photo

10 ต.ค.2561 ภายหลังจากวันนี้ อัยการมีคำสั่งฟ้อง พานทองแท้ ชินวัตร บุตรอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในข้อหาสบคมกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน กรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร โดย พานทองแท้ เดินทางมาพร้อมกับน้องสาว และอดีต ส.ส.เพื่อไทยและสมาชิกพรรคเพื่อไทย มาคอยให้กำลังใจ

ข่าวสดออนไลน์ รายงานความคืบหน้าว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศาลอาญาทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง พนักงานอัยการควบคุมตัว พานทองเเท้ มาเพื่อส่งฟ้องตัวต่อศาล โดยมีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา เดินทางมาที่ศาลด้วย

เวลา 14.00 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว พานทองแท้ โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ภายหลังจำเลยได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด พร้อมคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาล

รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ศาลนัดสอบคำให้การ พานทองแท้ จำเลยว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ในวันที่ 5 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.

ธรัมพ์ ชาลีจันทร์และ ประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงผลการสั่งคดีที่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้ส่งสำนวนไว้เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2561 กล่าวหา เกศินิ จิปิภพ ผู้ต้องหาที่ 1 กาญจนาภา หงส์เหิน ผู้ต้องหาที่ 2 วันชัย หงษ์เหิน ผู้ต้องหาที่ 3 และ พานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน

ธรัมพ์ กล่าวว่า ในสำนวนคดีนี้ได้แบ่งเงินเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก รับโอนเช็ค 26 ล้านบาท ซึ่งอัยการสั่งฟ้องนางกาญนาภา ผู้ต้องหาที่ 2 กับ วันชัย ผู้ต้องหาที่ 3 ในความผิดฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงินตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5,9

และ 60 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2558 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 รวมถึงพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 ปี 2526 มาตรา 4 โดยอัยการมีคำสั่งไม่สั่งฟ้องนางเกศินี ผู้ต้องหาที่ 1 และ พานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน กรณีเช็ค 26 ล้านบาท

ส่วนที่สอง รับโอนเช็ค 10 ล้านบาท ซึ่งในวันนี้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ได้สั่งฟ้อง พานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 เพียงคนเดียว ฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบคบกันฟอกเงิน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 5,9 และ 60 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 รวมถึงพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 มาตรา 4

ธรัมพ์ กล่าวว่า กลุ่มที่รับโอนเงินได้มาจากการกระทำความผิดนั้น เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ส่งสำนวนกล่าวหาผู้ต้องหารวมแล้ว 159 คน กระทำผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินมาให้อัยการพิจารณาเพิ่มเติมด้วย

โดยในส่วนผู้โอนเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดนั้น อัยการได้ยื่นฟ้อง วิชัย กฤษดาธานนท์ กับพวกรวม 13 คน ฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไปแล้ว หลังจากพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ส่งสำนวนกล่าวหา วิชัย มาให้อัยการพิจารณาเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2560

ประยุทธ กล่าวถึงเหตุสั่งไม่ฟ้องและอายุความดำเนินคดีว่า เหตุผลการสั่งไม่ฟ้องนางเกศินี และ พานทองแท้ ในกรณีเช็ค 26 ล้านนั้น ขณะนี้ไม่สามารถระบุรายละเอียดทั้งหมดได้เนื่องจากกระบวนการสั่งคดียังไม่ถึงที่สุด เพราะอัยการต้องส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งไม่ฟ้อง กลับไปให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ พิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่

หากพนักงานสอบสวนเห็นพ้องกับอัยการคือสั่งไม่ฟ้อง คดีก็จะเป็นไปตามที่สั่งไว้ครั้งแรก แต่ถ้าพนักงานสอบสวนมีความเห็นแย้ง ยืนยันให้ฟ้อง จะต้องส่งให้อัยการสูงสุด(อสส.) เป็นผู้ชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย

ขณะที่ ประยุทธ กล่าวว่า ในส่วนของนางเกศินี ผู้ต้องหาที่ 1 นั้น ตามสำนวนพนักงานสอบสวนก็มีความเห็นควรไม่ฟ้องมาอยู่แล้ว แต่ พานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 พนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นควรสั่งฟ้อง รับเช็คโอนเงินมาทั้ง 2 ฉบับคือ 26 ล้านบาทและ 10 ล้านบาท

ซึ่งอัยการเร่งส่งสำนวนคืนดีเอสไอแล้ว และคาดว่าดีเอสไอจะพิจารณาความเห็นโดยเร็วตามกรอบเวลาภายในอายุความ พร้อมส่งสำนวนและความเห็นการสั่งคดีเช็คเงิน 26 ล้านบาทกลับมาให้อัยการได้ทันเวลาอายุความ

ประยุทธ กล่าวว่า ความผิดฐานฟอกเงินมีโทษจำคุก 1-10 ปี อายุความไม่เกิน 15 ปี ซึ่งคดีดังกล่าวเกิดในช่วงปี 2547-2548 จะเหลือเวลาดำเนินคดีปีเศษ สำหรับผู้ต้องหาในกลุ่มรับโอนเงินอีก 159 คนนั้น คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา หากอัยการมีคำสั่งจะแถลงให้ทราบต่อไป

ข่าวสดออนไลน์ รายงานด้วยว่า การสั่งคดีวันนี้ ในกลุ่มของผู้ต้องหามีเพียง พานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 เท่านั้นที่มาให้การกับอัยการ ซึ่งอัยการนำตัว พานทองแท้ ไปยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ช่วงบ่ายวันนี้ ส่วน กาญจนาภา และ วันชัย ผู้ต้องหาที่ 2 ที่ 3 ที่อัยการสั่งฟ้องรับเช็คโอนเงิน 26 ล้านบาทนั้น วันนี้ยังไม่มารายงานตัวกับอัยการ จึงนัดให้ทั้งสองมาฟังคำสั่งฟ้องพร้อมนำตัวไปฟ้องในวันที่ 18 ต.ค.นี้

'โอ๊ค' ประกาศพร้อมสู้คดีไม่หนี 'มดดำ' พ้อผิดอะไร แค่ให้กำลังใจเพื่อน

ขณะที่วานนี้ พานทองแท้ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Oak Panthongtae Shinawatra' ประกาศพร้อมสู้คดีไม่หนีไปไหน ลั่นทำทุกอย่างเพื่อชนะเผด็จการ

นอกจากนี้ มดดำ คชาภา ตันเจริญ พิธีกรชื่อดัง โพสต์อินสตาแกรม 'moddamkachapa' ถึงกรณีที่ พานทองแท้ เดินทางไปฟังคำสั่งฟ้องคดีดังกล่าว โดยตัดพ้อว่าผิดอะไร แค่ให้กำลังใจเพื่อน

 

 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

วันนี้ขอวันนึงเถอะ ถ้าเพื่อนคุณ ไม่ได้ผิด เพื่อนคุณกำลังไม่สบายใจคุณ จะทำยังไง ปกติกูdramaไม่ค่อยออก โลกสวยก็ไม่ค่อยถนัด แต่คราวนี้ เพื่อนโดนตรง ทำไมคนอื่นเขาแสดงความคิดทางการเมืองด่าคนได้ แต่เป็นฉันให้กำลังใจเพื่อนสนิท ด่ากูจัง ผิดไรวะ ก็เพื่อนกู @oak_ptt ไม่ได้ทำไรผิด อะ กูก็รักเพื่อนกูไหมวะ ใครด่ามากูด่ากลับ กูเปนกระเทย ด่าใครหรือไม่ด่าก็ไม่ใช่จะดูดี เพื่อนกู กูก็รักเนอะ @numning @bam9770 เตรียมใบสมัครพรรคให้ด้วย จบ เจ็บคอ

A post shared by moddamkachapa 159 (@moddamkachapa) on

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai