อัพเดทล่าสุดเมื่อ 33 นาที 41 วินาที ที่ผ่านมา
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

บทความแปล: ประเทศจีนเป็นสังคมนิยมหรือไม่

คำตอบสั้นๆ คือ “ไม่ได้มากเท่าที่เคยเป็นมา” จีนยังคงอ้างว่าตนเป็นประเทศสังคมนิยมแต่มันได้เบี่ยงเบนจากวิถีแห่งลัทธิมาร์กซ์ซึ่งเคยเป็นจุดเริ่มต้น โดยปล่อยให้สังคมตัวเองรวยขึ้นเรื่อยๆ และไม่เท่าเทียมกันยิ่งขึ้น

ในปี 2017 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกล่าวสุนทรพจน์ยาวเหยียดชนิดที่ว่าเมื่อเสร็จแล้วกลับไปที่นั่ง ประธานาธิบดีคนก่อนคือหู จินเทาได้ชี้ที่นาฬิกาข้อมือให้เขาดู

ในการกล่าวรายงานที่มีความยาวถึง 3 ชั่วโมงครึ่งซึ่งมีขึ้นในการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์ทุกๆ 5 ปี มีเพียงไม่กี่คำที่ถูกพูดบ่อยเท่ากับคำว่า “สังคมนิยม”

แต่มันไม่ใช่ลัทธิสังคมนิยมใดๆ เลย

จากการเอ่ยคำว่า “ลัทธิสังคมนิยม” 73 ครั้ง ในรายงานของสี มี 59 ครั้งที่เป็น “สังคมนิยมตามแบบจีน” (socialism with Chinese characteristics) จริงๆ 

และนี่เป็นสิ่งแรกที่คุณต้องรู้ว่าจีนนั้นกล่าวอย่างชัดเจนว่าตนปฏิบัติตามลัทธิสังคมนิยมแต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องมาถกเถียงกันต่อไป

การค้นหาว่าจีนนั้นถูกปกครองอย่างไรไม่ได้สำคัญเพียงเพราะมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของพลเมืองจีนถึงพันสี่ร้อยล้านคน มันยังสำคัญที่ว่ารูปแบบการปกครองของจีน ไม่ว่าจะมีชื่ออย่างไรก็ตามก็อาจจะมายังประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านกับคุณก็ได้

“วิถี ทฤษฎี ระบบและวัฒนธรรมของลัทธิสังคมตามแบบจีน” สีกล่าวในสุนทรพจน์ปี 2017“ได้เสนอทางเลือกใหม่สำหรับประเทศอื่นๆ ซึ่งต้องการเร่งรัดการพัฒนาในขณะรักษาไว้ซึ่งความเป็น เอกราช และสังคมนิยมเช่นนี้ยังได้เสนอภูมิปัญญาและวิธีการแบบจีนในการแก้ไขปัญหาซึ่งมนุษยชาติกำลังเผชิญ”

“อะไรคือสังคมนิยม ?”

เช่นเดียวกับคำลงท้ายด้วย ism อื่นๆ สังคมนิยมไม่ได้มีเพียงนิยามเดียวอันเป็นที่ยอมรับกันทุกที่ แต่โดยสารัตถะแล้วมันเรียกร้องต่อการกระจายความมั่งคั่งและอำนาจที่เท่าเทียมกันยิ่งขึ้น

นโยบายแบบสังคมนิยมสามารถถูกนำมาใช้ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ สาวกของลัทธิมักสนับสนุนภาษีเชิงก้าวหน้ามากกว่าเดิม ระบบสวัสดิการสังคมที่ดีกว่าและบทบาทรัฐขนาดใหญ่ในการเข้าควบคุมเศรษฐกิจ หรือวิธีการอื่นซึ่งช่วยให้คนรวยกับคนจนมีความสมดุลกว่าเดิมและเสริมสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมกัน 

แต่ในกรณีประเทศจีน ลัทธิสังคมนิยมไม่ใช่เพียงแค่ความเท่าเทียมกัน มันควรจะพาประเทศไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือคอมมิวนิสต์

คอมมิวนิสต์ ตามนักปรัชญาเยอรมันคือคาร์ล มาร์กซ์คือสังคมที่ไร้ชนชั้นหรือรัฐบาล ในโลกอุดมคตินี้ ทุกคนจะทำงานอย่างเต็มอกเต็มใจต่อสาธารณะและในเวลาเดียวกันก็ได้รับในสิ่งที่ตัวเองต้องการจากสถาบันที่เป็นของส่วนรวม

ในช่วงระหว่างการล้มเลิกระบบทุนนิยมและการจัดตั้งคอมมิวนิสต์โดยสมบูรณ์ มาร์กซ์กล่าวว่าก็จะมีช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่ชนชั้นกรรมาชีพปกครองชนชั้นกลาง

ต่อมานักปฏิวัติรัสเซียคือวลาดิมีย์ เลนินได้พัฒนาสืบต่อแนวคิดนี้ เขากล่าวว่า พรรค“หัวหอกการปฏิวัติ” (vanguard) จะขึ้นมามีอำนาจในนามของชนชั้นกรรมาชีพบนช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านที่เขาเรียกว่า “สังคมนิยม” พรรคจะตัดสินใจในประเด็นทางการเมืองและเศรษฐกิจทั้งหมด

พรรคคอมมิวนิสต์จีนถูกก่อตั้งในปี 1921 ด้วยวัตถุประสงค์ดังกล่าว จนถึงบัดนี้ เจ้าหน้าที่ของพรรคยังมีความคิดในการสร้างสังคมแบบสังคมนิยมและวันหนึ่งจะเข้าสู่เป้าหมายของคอมมิวนิสต์

ในการถกเถียงกันว่าจีนนั้นยังอยู่บนเส้นทางที่เดินตั้งแต่แรกหรือไม่ นักเศรษฐศาสตร์การเมืองกล่าวว่าเราต้องพิจารณาคำถาม 2 ข้อคือ

  -พรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นหัวหอกปฏิวัติยังมีบทบาททรงอิทธิพลเหนือการพัฒนาเศรษฐกิจหรือไม่ 

  - ทรัพยากรของประเทศได้ถูกแจกจ่ายยังบรรดาพลเมืองอย่างเท่าเทียมหรือไม่
  เศรษฐกิจที่ถูกควบคุมโดยรัฐ
 

เพื่อเป็นการตอบคำถามว่าจีนทุกวันนี้ยังคงเป็นสังคมนิยมหรือไม่ เราจะพาคุณกลับไปยังรากเหง้าของจีนยุคใหม่ คือไปยังเวลาซึ่งมันถูกเรียกอย่างชัดเจนว่าเป็นประเทศสังคมนิยม

สาธารณรัฐประชาชนถูกก่อตั้งในปี 1949 จีนรับเอาแนวคิดสังคมนิยมตามแบบมาร์กซ์เลนินมาอย่างสุดจิตสุดใจ ในช่วงการปฏิรูปเมื่อทศวรรษที่ 50 แถบชนบทของจีนถูกแบ่งเป็น “คอมมูน”จำนวนมหาศาล นารวมขนาดใหญ่มีเจ้าของคือรัฐ สำหรับในเมืองก็มีการแบ่งเป็นหน่วยงาน ส่วนกรรมสิทธิส่วนตัวถูกยกเลิก

ประชาชนเป็นเจ้าของร่วมกันในคอมมูน จากงานในท้องทุ่งมาสู่การผลิตและอาหาร แม้แต่การทำอาหารส่วนตัวยังถูกห้าม กะทะ ชามและอุปกรณ์ทั้งหมดถูกใช้เฉพาะในห้องครัวของชุมชน

ผลลัพธ์นะหรือ? ประชาชนไม่มีแรงจูงใจมากพอในการทำงาน นี่ช่วยนำไปสู่ความยากจนกันทั่วหน้าและทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 1958 จนถึง 1962 ซึ่งทำให้เกิดการเสียชีวิตกว่า 30 ล้าน รวมไปถึงญาติหลายคนของทีมงานอิงค์สโตนด้วย

เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในปี 1978 ผู้นำของพรรคในสมัยนั้นคือเติ้ง เสี่ยวผิงได้เริ่มต้นการปฏิรูปเศรษฐกิจเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ชาวนาได้รับอนุญาตให้ขายพืชผลที่ตัวเองเพาะปลูก พ่อค้าได้รับอนุญาตให้เริ่มต้นธุรกิจ และชาวต่างชาติได้รับอนุญาตให้ลงทุนในจีน 

นี่กลายเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่ากระอักกระอ่วนสำหรับพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งมาร์กซ์ได้สรุปทฤษฎีคอมมิวนิสต์ของเขาด้วยประโยคสั้นๆ อันโด่งดังว่า “ยกเลิกทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด”
 

แต่เติ้งยืนยันว่านโยบายของเขายังคงเป็นแบบสังคมนิยมและให้ชื่อมันว่า “สังคมนิยมตามแบบจีน” เขาอ้างว่าประเทศคอมมิวนิสต์ก็สามารถมีเศรษฐกิจแบบตลาดได้

การตัดสินใจดังกล่าวได้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันมาสู่จีนและทั่วโลก ในบัดนี้ภาคเอกชนมีส่วนแบ่งกว่าร้อยละ 60 ในเศรษฐกิจของจีนและมีลูกจ้างร้อยละ 80 ของคนงานทั้งหมด

และนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินทั่วโลกปี 2008 จีนได้นำไปสู่การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกยิ่งกว่าประเทศไหนๆ และมันเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าเหตุใดเกือบทุกสิ่งที่คุณซื้อ (เสื้อผ้า ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์อีเกีย) ช่างถูกเสียจริง

ถึงแม้จะมีธุรกิจของเอกชนที่แสนคึกคัก แต่เศรษฐกิจจีนยังคงถูกควบคุมโดยรัฐเป็นส่วนมาก รัฐบาลวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจในทุก 5 ปีและเป็นเจ้าของโดยตรงของบริษัทต่าง ๆ ในภาคส่วนสำคัญที่สุด

ตามการจัดอันดับระดับโลกของนิตยสารฟอร์จูน บริษัทของจีนอันดับต้นๆ 15 แห่งซึ่งมีรายได้สูงสุดถูกครอบครองโดยรัฐ บริษัทเหล่านั้นควบคุมภาคพลังงาน การธนาคาร โทรคมนาคมและรถไฟ โดยเป็นของเอกชนเพียงไม่กี่แห่ง

รัฐบาลจีนยังเข้าไปแทรกแซงอย่างสม่ำเสมอในตลาดด้านต่างๆ เช่นหุ้น การเคหะ ค่าเงิน ฯลฯ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ปล่อยให้ระบบตลาดดำเนินไปด้วยตัวเอง

นอกจากนี้รัฐบาลยังเป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมดในจีนซึ่งถูกปล่อยให้เช่าโดยประชาชนและบริษัทต่างๆ โดยนิยามนี้รัฐเป็นเจ้าของรูปแบบการผลิตจำนวนมาก นี่คือแนวคิดคลาสสิกของสังคมนิยม

คนรวยและคนจน

ในขณะการเกี่ยวข้องอย่างมากของรัฐบาลจีนต่อเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่าจีนค่อนข้างเป็นสังคมนิยม ตัวประเทศกลับมีลักษณะเป็นสังคมนิยมน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเป็นเรื่องของการมอบสินค้าและการบริการสาธารณะ (เช่นไฟฟ้า น้ำปะปา ตำรวจ โรงพยาบาลฯลฯ -ผู้แปล) ให้กับประชาชน การบริการสาธารณะนั้นได้รับการสนับสนุนโดยรัฐ และก็มีสวัสดิการ แต่คนจีนจำนวนมากต้องปากกัดตีนถีบในเรื่องการศึกษาและอนามัย เด็กในชนบทหลายล้านคนต้องออกจากโรงเรียนเสียกลางคัน ครอบครัวยากจนหลายครั้งต้องหันไปหาการระดมทุนจากชาวบ้านเพื่อจ่ายค่าผ่าตัดสำคัญ

“จีนมีรัฐเข้มแข็งซึ่งมีบทบาทอันทรงอิทธิพลในการพัฒนาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามมันไม่มีประสิทธิภาพในการจัดสรรปันส่วนเสียใหม่ [ของความมั่งคั่ง] หรือการมอบสินค้าสาธารณะให้กับประชาชน ”รุยเสว่ เจีย รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดีเอโกกล่าว

มาร์กาเร็ต เพียร์สัน ศาสตราจารย์ด้านการปกครองและการเมืองของมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ คอลเลจปาร์กกล่าวว่า ในประเด็นของการจัดสรรปันส่วนทรัพยากรเสียใหม่ (redistribution) จีนเป็นสังคมนิยมน้อยกว่ารัฐสวัสดิการแบบคลาสสิกของประเทศในยุโรปตอนเหนือ

ตามความจริง ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจของจีนถือได้ว่าเลวร้ายที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ พร้อมด้วยมหาเศรษฐีมากกว่าประเทศอื่น แต่คนจำนวน 30 ล้านยังมีชีวิตอยู่ภายใต้เส้นความยากจน

อีกทั้งอัตราภาษีของคนรวยยังต่ำกว่าประเทศอย่างเช่นสวีเดน ฟีนแลนด์และนอร์เวย์

จีนแตกต่างอย่างชัดเจนกว่าประเทศนอร์ดิก นั่นคือภาษีรายได้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของรายได้รัฐบาล รัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในการจัดสรรปันส่วนทรัพยากรเสียใหม่ ศาสตราจารย์เจียกล่าว

คุณประโยชน์แก่สังคมที่มากกว่าเดิมที่ได้มาจากระบบภาษีที่มีความก้าวหน้ากว่าเก่า ดังในประเทศยุโรปตอนเหนือคือสิ่งที่นักการเมืองอเมริกันซึ่งถือว่าตนเป็นนักสังคมนิยมตั้งแต่เบอร์นี แซนเดอร์สจนไปถึงอาเล็กซานเดรีย อคาสิโอ คอร์เตซให้การสนับสนุน

ลีโอเน็ต ออง รองศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโตรอนโตได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า

“จีนคือประเทศทุนนิยมที่มีฉากหน้าคือสังคมนิยม อดัม สมิธสวมชุดสูทของคาร์ล มาร์กซ์” 

ถ้าจะกล่าวในเชิงสังคมและวัฒนธรรม สิ่งนี้เป็นจริงทั้งหมด ความฝันแบบจีนยุคใหม่คือความร่ำรวย ซึ่งช่วยให้เข้าถึงอย่างเนืองๆ ต่อการบริการซึ่งควรถูกมอบแบบให้เปล่าโดยรัฐ
 
ใครหลายคนหันไปหาวิถีทางซึ่งช่วยเข้าสู่ความมั่งคั่ง ในโชว์เพื่อออกเดทชื่อ “ถ้าเธอเป็นคนนั้น” อันได้รับความนิยมในจีน หญิงสาวผู้เข้าร่วมรายการวัย 22 ปี ได้พูดจนเป็นที่ฮือฮากันทั่วว่าเธอยินดีจะร้องไห้ในรถบีเอ็มดับเบิลยู เสียกว่าหัวเราะบนเบาะจักรยาน

สังคมนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ 

เป็นเรื่องยากที่จะวัดว่าจีนแท้จริงแล้วเป็นสังคมนิยมหรือไม่ในทุกวันนี้ แต่นักวิชาจำนวนน้อยจะกล้าเถียงว่าประเทศเป็นสังคมนิยมน้อยกว่าตอนที่เพิ่งถูกก่อตั้งมาก

เจฟฟรีย์ วาสเซอร์สตรอม ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแคริฟอร์เนีย เออวิน กล่าวว่าเขาพบว่าเป็นเรื่องน่าประทับใจที่ในช่วงทศวรรษที่ 80 จีนมีความเท่าเทียมกันมากกว่าในสหรัฐฯ

“มันดูราวกับว่ามีเส้นแบ่งระหว่างวิถีชีวิตของคนธรรมดาและอภิสิทธิชนที่ชัดเจนน้อยกว่า” เขากล่าว

แต่ทุกวันนี้ มีช่องว่างอย่างมากมายต่อรายได้ ระดับการศึกษาและรูปแบบการใช้ชีวิต ในขณะ ลูกชายของมหาเศรษฐี หวาง เจียงลิน ครั้งหนึ่งซื้อไอโฟน 7 ถึง 8 เครื่องให้กับสุนัขของเขา เด็กชายหิมะ (Ice boy) ของมนฑลยูนนานมีชีวิตอยู่ได้เพราะมันฝรั่งเป็นหลัก (เป็นเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่ครอบครัวยากจนและต้องเดินทางไกลไปโรงเรียน การฝ่าหิมะทำให้ศีรษะของเขาขาวโพลน ภาพนี้ที่ถูกถ่ายโดยครูได้สร้างความฮือฮาอย่างมาก -ผู้แปล) เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ครอบครัวชาวจีนซึ่งมั่งคั่งที่สุดร้อยละ 10 มีเงินเก็บเท่ากับร้อยละ 75 ของทั้งประเทศ ตามการสำรวจของไชนาเฮาส์โฮลด์ไฟแนนซ์ในปี 2013 

“มีคนมากขึ้นจ่ายเงินเพื่อการศึกษาในโรงเรียนเอกชน มีคนมากขึ้นจ่ายเงินสำหรับค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน ดังนั้นจึงมีการถดถอยหลายรูปแบบจากลัทธิสังคมนิยมในจีน” วาสเซอร์สตรอมกล่าว

ยุคใหม่ของสี

ในการกล่าวสุนทรพจน์อันยาวเหยียดของสีเมื่อปี 2017 เขาประกาศว่า “สังคมนิยมตามแบบจีนได้กระโดดข้ามไปสู่ยุคใหม่แล้ว” จากการสรุปการดำรงตำแหน่ง 5 ปีแรก เขากล่าวว่าจีนแข็งแกร่งและร่ำรวยกว่าเดิม

ในทางกลับกัน สีเคลื่อนห่างออกจากสังคมนิยม เขาประกาศว่าจะเร่งการปฏิรูประบบตลาดเพื่อทำให้อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราเสรีขึ้นและนำทุนของเอกชนเข้าสู่ภาคส่วนที่ควบคุมโดยรัฐให้มากขึ้น

ไม่ว่าจะมีการออกนโยบายสำคัญๆ อย่างไร พรรคคอมมิวนิสต์มักยืนยันว่าตราบใดที่ตนครองอำนาจ ปกครองประเทศในนามของประชาชนและรับใช้พวกเขา ตนก็กำลังสนับสนุนสิ่งที่มาร์กซ์เรียกว่า “เผด็จการกรรมาชีพ” และเริ่มต้นเส้นทางไปสู่คอมมิวนิสต์

เป็นที่ชัดเจนว่า นักวิชาการตะวันตกบางคนไม่คิดว่าคำอ้างนี้น่าเชื่อถือ พวกเขาแย้งว่าพรรคคอมมิวนิสต์แค่ปากว่าตาขยิบกับลัทธิคอมมิวนิสต์ แม้ว่าสีจะย้ำครั้งแล้วครั้งเหล่าว่าพรรคกำลังเริ่มต้นในการบรรลุ“อุดมคติอันสูงส่ง”

“คุณไม่สามารถตัดสินมันได้ตามมาตรฐานภายนอกการควบคุมของพรรคเช่นทฤษฎีของมาร์กซ์หรือลักษณะของประเทศสังคมนิยมอย่างเช่นสหภาพโซเวียตหรือประเทศประชาธิปไตยสังคมนิยมอย่างสวีเดน สังคมนิยมหมายถึงอะไรก็ได้ตามที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องการ วิลเลียม คัลลาแฮน ศาสตราจารย์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสถาบันแอลเอสอีกล่าว

“ยี่ห้อคงทนกว่าความเป็นจริงนัก” วาสเซอร์สตรอมกล่าว “ดังนั้นพรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงยังมีคำว่า ‘คอมมิวนิสต์’ อยู่ในชื่อของตัวเอง มันคงอ้างว่าเป็นพรรคสังคมนิยม ดังนั้นนโยบายต่างๆ ก็คือสิ่งที่มันต้องการจะบอกว่า ‘นี่คือสังคมนิยม’ ถึงแม้ว่ามันไม่ได้มีลักษณะเหมือนกับที่คุณคุ้นเคยก็ตาม”

แต่ไม่ว่ารูปแบบสังคมสังคมนิยมของจีนจะเป็นอย่างไร แน่นอนว่ามันพยายามจะขายคำๆ นี้

ยุคใหม่แห่ง “สังคมนิยมตามแบบจีน” สีกล่าวในคำสุนทรพจน์ “หมายถึงวิถีทาง ทฤษฏี ระบบและวัฒนธรรมของสังคมนิยมตามแบบจีนซึ่งก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นต้นแบบให้ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ได้ปฏิบัติตามเพื่อเข้าสู่ความทันสมัย”

และนั้นได้ทำให้เกิดความกลัวว่าจีนกำลังพยายามส่งออกการปกครองแบบเผด็จการมากกว่าการเป็นต้นแบบทางเศรษฐกิจหรือรูปแบบการบริหารประเทศ

เป็นที่รู้กันว่ายี่ห้อบางครั้งไม่สามารถสะท้อนความจริงได้

พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์อย่างแท้จริง พรรคเสรีนิยมของออสเตรเลียเป็นพวกอนุรักษ์นิยมทางสังคมและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีหรือเกาหลีเหนือก็หาใช่ประชาธิปไตยไม่
 
ชื่อของสรรพสิ่งมิได้สำคัญเท่ากับสิ่งที่มันได้ทำลงไป
 

 

หมายเหตุ: แปลจากบทความชื่อ Is China socialist? A long (and better) answer เขียนโดยอลัน หว่องและวิโอลา โจว https://www.inkstonenews.com/china-translated/china-translated-china-socialist/article/2161467
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai