นศ.มช. จัดวงถกอนาคตการศึกษาไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20

ชมรมประชาธิปไตย ม.เชียงใหม่ จัดงานเสวนา 'อนาคตการศึกษาไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20' ย้ำบริบทของอนาคตการศึกษาขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ควบคุมอำนาจ และการผลิตซ้ำทางสังคมเชิงนโยบายหรือการตีความผ่านการสอนในห้องเรียน

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ชมรมประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานเสวนาวิชาการ 86 ปีประชาธิปไตย ตอน อนาคตการศึกษาไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ณ ห้องประชุมอาคารกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียง(อ.มช) เพื่อเสวนาแลกเปลี่ยน โดยมี อรรถพล อนันตวรสกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ออมสิน จตุพร อาจารย์จากคณะศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วย อรรถพล ประภาสโนบล ครูจากกลุ่มพลเรียน ผู้อยู่ในแวดวงการศึกษา ร่วมเสวนา ในประเด็น การปฏิรูปการศึกษาไทยภายใต้รัฐบาลในช่วง 10 ที่ผ่านมา การสอดแทรกเนื้อหาความเป็นพลเมืองและการสร้างประชาธิปไตยในระบบการศึกษา สถานศึกษาไทย การพัฒนาการการศึกษาไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีความสอดคล้องกับโลกในศตวรรษที่ 21 มากแค่ไหน

การศึกษาภายใต้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในรอบ 10 ปี

ครูจากกลุ่มพลเรียน กล่าวว่า ระบบการศึกษาต้องการให้เด็กเป็น Active Learner แต่ไม่ต้องการให้เด็กเป็น Active Citizens กล่าวอีกนัยคือต้องการให้นักเรียนแสดงออกในบริบทของการเรียนแต่ไม่ต้องแสดงออกทางการเมือง และนักเรียนที่กล้าตั้งคำถามจะกลายเป็นบุคคลที่ถูกมองว่าเป็นอาชญากรรมทางสังคม

ออมสิน กล่าวว่า พื้นที่ของการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เด็กไทยทุกคนได้รับมันเป็นการพยายามส่งผ่านแก่ผู้เรียนในด้านนโยบายผ่านตัวกลางคือหลักสูตรการศึกษาวิชาสังคมศึกษา เพื่อเพิ่มความเป็นไทยให้ความสำคัญกับสถาบัน

การสอดแทรกเนื้อหาความเป็นพลเมือง-การสร้างประชาธิปไตย

อรรถพล อนันตวรสกุล กล่าวว่า การศึกษาคือกระจกสะท้อนสังคมเป็นอย่างไร มองการศึกษาจึงควรมองไปถึงการศึกษาด้านอำนาจที่มองคนเป็นเครื่องมือในการศึกษา ซึ่งอำนาจที่รัฐพยามแทรกแซงมักนำมาซึ่งความรุนแรงเชิงโครงสร้างในรูปแบบของนโยบายการศึกษา หรืออาจเป็นการตีความของผู้สอนภายในห้องเรียนว่าตีความในรูปแบบใด หรือพยามทำให้ผู้เรียนเป็นพลเมืองดีเพียงตามบริบทที่รัฐมีความต้องการอยากให้เป็น

ขณะที่ ออมสิน กล่าวว่า พื้นที่ของการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เด็กไทยทุกคนได้รับเป็นการพยามส่งผ่านแก่ผู้เรียนในด้านนโยบายผ่านตัวกลางคือหลักสูตรการศึกษาวิชาสังคมศึกษา เพื่อเพิ่มความเป็นไทยให้ความสำคัญกับสถาบัน

การเเช่เเข็งทางการเมืองกับการเเช่เเข็งทางความคิดของคนรุ่นใหม่

ผู้ร่วมเสวนาทั้งสามท่าน เสนอมุมมองในมุมมองโครงสร้างต่างๆ เช่น ในมุมมองของยุทธศาสตร์ชาติ กรอบเเนวคิดที่ว่านี้ ต้องการสร้างประเทศไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พยามทำตามนโยบายการผลิตซ้ำทางสังคม การผลิตซ้ำทางวาทกรรมการศึกษา อย่างเช่นโครงการ สานพลังประชารัฐ ที่รัฐร่วมมือกับภาคธุรกิจเพื่อต้องการเอื้อผลประโยชน์บางอย่างในรูปแบบของระบบการศึกษา มองในระบบของโรงเรียน การผลิตซ้ำทางความคิดที่ต้องการให้สังคมมีความสงบ การส่งเสริมให้เด็กตั้งคำถาม เป็นเพียงเเค่กรอบที่วางไว้ ดังเช่นสุภาษิตที่ว่า "เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด" โดยที่ไม่มีการตั้งคำถาม หรือหากมีการตั้งคำถามกับระบบ จะมีคนบอกว่า "มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ"

ซึ่งจากการการเสวนาอาจสรุปได้ว่าบริบทของอนาคตการศึกษาขึ้นอยู่กับโครงสร้างที่ว่าใครเป็นผู้ควบคุมอำนาจ และการผลิตซ้ำทางสังคมเชิงนโยบายหรือการตีความผ่านการสอนในห้องเรียน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์