การกลบทับด้วยภาพฝันอันสวยงาม กับสะพานพุทธและร่างกายที่ไม่เคยเป็นของเรา: บทวิจารณ์ Homestay

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ


ภาพจาก: ฐานเศรษฐกิจ www.thansettakij.com/content/329074

!SPOILER ALERT!

ช่วงปี 1940 ที่อเมริกามีการบำบัดผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้าโดยใช้ทฤษฎีการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม หรือ cognitive behavioral therapy อารอน เบ็คและนักทฤษฎีทางด้านความคิดได้จำแนกความคิดบิดเบือน หรือ cognitive distortion เป็น 8 ชนิด หนึ่งในนั้นคือการยึดถือตนเองเป็นหลักหรือ personalization self-reference นักจิตวิทยาเชื่อว่าแนวคิดเหล่านี้จะทำให้เกิดความคิดและอารมรณ์ลบและบิดเบือนจากความเป็นจริง

การยึดถือตนเองเป็นหลักหรือ personalization คือการคิดว่าคำพูด หรือการกระทำของผู้อื่น เป็นผลจากตัวเรา โทษตนเอง ยกตัวอย่างเช่น แม่รู้สึกผิดอย่างมากกับการที่ลูกของตนมีปัญหาที่โรงเรียน เธอมองว่าตนเองเป็นแม่ที่บกพร่อง ซึ่งจริงๆแล้ว สาเหตุอาจจะเป็นอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลยก็ได้

หลังจากการพบกันระหว่างวิญญาณของมินที่ถูกลบความทรงจำ (แต่ยังเหลือพรสวรรค์ในการวาดรูปเอาไว้) กับผู้คุมในรูปของสาวน้อยร่มแดงที่สะพานพุทธ ในภาพยนตร์ Homestay ของ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ คำตอบของเขาหลังจากการได้ย้อนรำลึกร่องรอยเรื่องราวของมิน มินที่ถูกลบความทรงจำ กล่าวว่านี่หรือคือของขวัญ การที่ต้องมาอยู่ในร่างที่ตอนแรกเขาใช้จ่ายชีวิตในร่างของมินอย่างมีความสุข มีเงินใช้สอย มีแฟนสาวหน้าตาดีเรียนเก่ง มีเพื่อนผู้หญิงห้าวที่จริงใจ พอถึงเวลานั้นที่เขาเหลือเวลาอีกสามวัน มินเลือกจะตอบว่าที่มินเลือกที่จะตายเพราะทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของเขา

แต่เปล่าเลย คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้ทรายสีแดงในนาฬิกาหยุดนิ่ง ภาพยนตร์พยายามชักจูงและนำไปสู่บทสรุปที่อาจคาดเดาได้ตั้งแต่ครึ่งเรื่องว่า สุดท้ายมินจะต้องกลับมาตอบผู้คุมว่าที่เขาฆ่าตัวตายก็เพราะตนเอง ที่ใจร้อน ด่วนสรุป ความตายของเขาเสมือนหนึ่งการทำลายโอกาสที่จะได้พบเจออีกแง่มุมหนึ่งของความจริง แม่ที่เลือกจะทิ้งสามีใหม่มาอยู่กับมิน พี่ชายที่ก่อนหน้านี้สาปแช่งให้เขาตายไปได้จะดี จู่ๆ ก็เข้าใจมินจากมือเป็นหลังมือ หลังจากรู้เรื่องแม่มีครอบครัวใหม่ และเผยว่าเขาทิ้งโอกาสไปเรียนวิศวกรรมที่เยอรมันก็ด้วยตัวเขาเองที่เป็นห่วงน้อง หาใช้คำขอร้องของพ่อแม่ พายที่ยอมให้ครูลวนลามเพื่อแลกกับการจะได้ไปแข่งวิชาการที่จีน เธอกลับกล้าที่จะบอกเรื่องนี้กับครูตามคำแนะของมิน และเดินหน้าคว้าชัยชนะในการแข่งขันโดยมีเขาเป็นกำลังใจสำคัญ ลี้ที่ได้เตือนสติมินว่าถึงแม้เรื่องราวที่เขาเจอจะบัดซบขนาดไหน ก็ยังมีเธอเคียงข้างเสมอ แม้ในใจเธอจะคิดมากกว่าเพื่อน

หลังจากเจอสาวน้อยร่มแดง ภาพยนตร์มีท่าทีสั่งสอนโดยสร้างสถานการณ์ให้มินที่รู้สึกว่าตนเองไม่ต้องเสแสร้งแสดงในร่างมินอีกต่อไปแล้ว เขาสามารถสบถระบายกับคนรอบตัวอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น เพื่อสุดท้ายเขาจะระลึกได้ถึงแง่งามของชีวิตในอีกด้าน ภาพยนตร์โหมกระหน่ำความรักระหว่างแม่ลูก ภาพความทรงจำในอดีตแบบ The Tree of Life (2011) ของมาลิคที่ฉายแทรกเข้ามา อย่างฉากมินกลับไปที่บ้านแล้วเจอทุเรียนที่ร่างใหม่ชอบเหลือเกิน แม้มินจะพูดทำร้ายจิตใจเธออย่างมากจนเกิดอุบัติเหตุ เธอก็ยังว่าเธอคงเป็นแม่ที่ดีไม่ได้ให้เขา ขอให้มินได้ไปเกิดในครอบครัวอื่นที่พร้อมกว่านี้

หลังจากที่เขาได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการคุยกับตัวเองในกระจกแบบ Mirror of Erised ใน Harry Potter and the Sorcerer's Stone (2001) มินคนก่อนได้เดินหายไปในความมืด แถลงกุศโลบายที่เขาสร้างขึ้น ลบความทรงจำในอดีตของวิญญาณมินที่เร่ร่อนเพื่อให้เขาได้เรียนรู้อีกด้านหนึ่งของความจริงที่เขาสร้างกำแพงปิดกั้นการรับรู้ มินในอดีตบอกกับมินที่นอนอยู่ในห้องว่าเขาคงจะได้พบกันใหม่ มินคนใหม่ที่ชนะภารกิจในการตามหาสาเหตุการตายของมินคนก่อน ได้รางวัลเป็นร่างที่พักชั่วคราวแห่งนี้ตลอดไปจนกว่าร่างนี้จะหมดอายุขัย หรือจนกว่าจะมีสถานการณ์ที่ผู้คุมจะเข้ามาสิงอีกครั้ง

เขาบรรยาไม่ถูกว่าตนโชคดีขนาดไหนที่เขาได้กลับมาทบทวนตนเองอีกครั้ง เขาโอบกอดลี้และเอ่ยปากชวนลี้ไปกินบิงซูอย่างไม่เขินอาย ก่อนที่มินจะไปบอกรักแม่อย่างที่ไม่เคยบอกรัก และให้กำลังใจเธอ ครอบครัวที่แตกร้าวของมินกำลังเชื่อมประสาน เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและพาย มินแก้บนหลังจากเธอคว้าชัย สะพานพุทธแหล่งชุมนุมของวัยรุ่นชายขอบนอกเหนือจากสยาม ที่ๆ เขาและเธอมอบจูบแรกให้กัน ที่ๆ เธอให้กล้องคาไลโดสโคปกับเขา กล้องที่ทำให้มินได้เห็นพลุทุกวัน พลุสีแดงส่องสว่างกลางท้องฟ้า เพื่อย้ำเตือนในค่ำคืนนั้นที่พวกเขาได้เตร็ดแตร่ในวันลอยกระทง และบนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของโรงเรียนถึงอนาคตของกันและกัน

ภาพความงดงามของชีวิตหลังจากที่มินได้เจอหญิงสาวร่มแดง ด้วยการที่ทำให้เขามองว่าที่เขาทำร้ายตนเองก็เพราะเขาเองที่ไม่ให้โอกาสตนเอง นั่นคือคำตอบของภารกิจที่มีปัญหาอยู่มากสำหรับเรา จนกระทั่งอาจทำให้เรามองว่าการเลือกให้ตัวละครมีบทสรุปความคิดเช่นนี้อาจเป็นอันตราย เพราะในความเป็นจริงอย่างที่เราได้อ้างถึง การโทษตนเองไม่อาจทำให้มินกลับมาตกตะกอนความคิดเช่นนั้นได้ มิหนำซ้ำจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง ซ้ำเติมผู้มีภาวะซึมเศร้า

กระแสโรคซึมเศร้าเป็นที่พูดถึงในช่วงปีที่ผ่านมานี้ เป็นโอกาสดีเสียด้วยซ้ำที่ GDH จะได้ใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างภาพยนตร์ แต่น่าเสียดายที่ทีมบทยังติดกับข้อเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าอยู่ค่อนข้างมาก แถมการโหมกระพือของภาพฝันโรแมนติกช่วงท้าย ไม่เพียงกลบบทสรุปความคิดที่บิดเบี้ยวของมิน แต่ประเด็นที่น่าสนใจอีกมากกลับเลือนหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่ อย่าง การขายวิญญาณค่านิยมของนักเรียนสายวิทย์ อำนาจนิยมและการทารุณกรรมทางเพศในสถานศึกษาที่จบด้วยพายเผยเรื่องนี้กับครูใหญ่เพียงเท่านั้น ไม่ต่างอะไรจากข่าวที่เราเห็นว่ามีการร้องเรียน ส่วนเรื่องหลังจากนั้นก็เงียบหาย

เอาจริงๆ เราอาจจะมีปัญหากับการที่ภาพยนตร์พยายามใส่ประเด็นหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามา แต่ก็ทิ้งมันไว้ตรงนั้น ก่อนจะโหมกระพือนช่วงท้าย มีประเด็นที่น่าสนใจอีกมากมายเช่น ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กสายวิทย์กับสายศิลป์คือพายและมิน กรณีของมินที่เกิดมาในครอบครัวสายวิทย์ ส่วนเขามีหัวนอกรีตและรู้สึกแตกต่างโดดเดี่ยว หรือกรณีคนรุ่นมิลเลนเนียลที่ยังกราบไหว้บนบานศาลกล่าว ในขณะเดียวกันก็พร้อมจะล้อเลียนอย่างฉากมินกินน้ำแดง หรือก็จริงจังกับการแก้บนอย่างฉากสุดท้ายที่ลงทุนแก้ผ้าวิ่งบนสะพานพุทธ นอกจากนี้กรีณีพ่อของมินที่น่าจะเป็นอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ลาออกมาขายสมุนไพร อาหารเสริมไม่มีงานวิจัยรองรับ เราว่ามันมีองค์ประกอบของการปะทะกันระหว่างความเชื่อและวัฒนธรรม กับวิทยาศาสตร์ การย้อนกลับของคนที่เชื่อถืองานวิจัย ทำให้นึกถึง Natureculture ของฮาราเวย์ แต่ภาพยนต์ก็ไม่จริงจังในการสำรวจ ทำหน้าที่เพียงบันทึกช่วงเวลานี้เอาไว้

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือวัฒนธรรมการแปรอักษรของนักเรียน ที่ย้อนไปถึงงานพิธีจตุรมิตรสามัคคีของโรงเรียนสวนกุหลาบในปี 2014 ที่ปรากฎใบหน้าของอาจารย์ประวัติศาสตร์ชื่อดัง แต่การแปรอักษรในโรงเรียนที่มีตัวย่อ ป.ท.ญ. นี้ ภาพที่ถูกคัดออกของมิน ได้แก่ภาพเด็กหัวขาด หรือแมลงสาบตัวใหญ่ที่ให้นึกถึงนักเรียนนักศึกษาที่ยังไม่เคยได้เลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองบางพรรคที่มีส่วนร่วมในการย้อนพัฒนาการประเทศกลับไปอีกหลาบสิบปี ภาพเหล่านี้ไม่ถูกเลือกไปนำเสนอโดยกลุ่มพาวเวอร์เรนเจอร์ที่อุปมาคล้ายกับบางสิ่ง

ฉากการสั่งให้คนบนอัฒจันทร์โบกอุปกรณ์เชียร์ซ้าย-ขวาก็ทำให้นึกถึงวัฒนธรรมของบางองค์กร ภาพที่ปรากฎล้วนมีแต่ภาพงดงาม วัดวาอาราม โขนที่คนไทยเชื่ออย่างสุดใจว่าเป็นของตนเองในสงครามแย่งชิงโขนกับกัมพูชา นี่จึงไม่ต่างอะไรจากสิ่งที่ชนชั้นนำต้องการให้เรารับรู้และเชื่อ หรือนำเสนออกไปให้คนในชาติกันเองเห็นว่าเรามีแต่สิ่งงดงาม เช่นเดียวกับเรื่องราวในช่วงท้ายของภาพยนตร์หลังจากพบเด็กน้อยร่มแดง คนดูถูกหลอกด้วยคลื่นของภาพที่ถาโถมความสวยงามของชีวิตอย่างไม่บันยะบันยังจนเราไม่ทันตั้งตัว หากมองย้อนไปแล้วก็วิธีการของภาพยนตร์จะคล้ายกับชนชั้นนำไทยที่พยายามตั้งตนว่าเป็นองค์กรที่ดีงามเข้ามาจัดการ และผลักประชาชนให้รู้สึกผิด (personalization) กับการกระทำของตัวเอง

มินคนก่อน คือศิลปินที่ท้าทายขนบการวาดและไม่อาจเป็นที่ยอมรับในวัฒนธรรมป๊อป เขาหายตัวไปในความมืดอีกด้านของกระจกที่ส่องสะท้อนตัวตนคนละด้านของมิน มินคนใหม่ชื่นชมพร้อมกับฉงนสนเท่ห์กับผลงานที่มินคนก่อนเขียนไว้คล้ายกับที่เขาเพิ่งเขียนเสร็จหลังจากถูกหลอกว่าค้นพบความงามของชีวิต ภาพแปรอักษรเป็นรูปพายยืนที่ริมทางเดินบนสะพานพุทธ น่าสนใจที่ตอนนี้สะพานพุทธไม่ได้ถูกจดจำตามวัตถุประสงค์แรกเริ่มในการก่อสร้างอีกต่อไป จากเดิมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชนชั้นนำในอดีต ในช่วงที่เกิดวิกฤตทางการเมือง ตอนนี้สะพานพุทธกลายเป็นแหล่งชุมนุมของวัยรุ่น เป็นที่ปลดปล่อยและแสดงอัตลักษณ์ของตนอย่างอิสระ เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่าบ้านสำหรับพวกเขา

สะพานคือการผ่านมาผ่านไป อาจเป็นเสมือน homestay ของพวกเขา หรือแม้กระทั่งตัวเราเองก็คือ homestay เหมือนมินคนใหม่เองที่ใช้ชีวิตต่อในร่างนี้ มินและพายดีใจกับเหรียญรางวัลของเธอ แต่เอาจริงๆ มันเป็นของเธอจริงหรือเปล่า การศึกษาที่มุ่งผลิตสายวิทย์ มหาวิทยาลัยกลายเป็นโรงผลิตแรงงานสู่ระบบทุนนิยม ในขณะที่สายศิลป์อย่างมินคนก่อน ศิลปะที่ท้าทายประเพณีก็ไม่อาจถูกนับ เหลือเพียงศิลปะที่เน้นความวิจิตรอ่อนช้อยรับใช้อะไรบางอย่าง เช่นเดียวกับการสูญสลายของวิชามนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์

Homestay สำหรับเราจึงไม่ได้มีความหมายแบบพุทธที่ว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา และการที่ตระหนักได้ตรงนี้ทำให้เราเห็นแง่งามของชีวิต แต่สำหรับเราแล้ว Homestay คือสภาวะที่ร่างกายนี้ไม่เคยเป็นของเรา เหมือนกับสะพานพุทธที่เป็นพื้นที่เสรีที่สุดของวัยรุ่นก็ยังไม่ใช่พื้นที่ของเขาจริงๆ

ดังนั้นแล้ว Homestay จึงเท่ากับร่างของเราที่เปลือยเปล่าล่อนจ้อน พร้อมให้อะไรมาสิง ครอบครอง และทวงคืนได้ตลอดเวลาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

Reference
- คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา. (2015). 12 รูปแบบความคิดที่ทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ 
- เปรมจิต ไชยลังกา. (2017). ภาวะซึมเศร้า ความคิดอัตโนมัติด้านลบ ทัศนคติบิดเบือนกับความคิดบิดเบือน ของผู้เสพยาบ้าอายุระหว่าง 18-24 ปี
- นฤมล กล้าทุกวัน. (2554). การ hang out ของวัยรุ่นสะพานพุทธฯ: อัตลักษณ์ของวัย
- ชัยวัฒน์ สถาอานันท์. (2553). ความรุนแรงซ่อน/หาสังคมไทย
- Kritdikorn Wongsawangpanich. (2017). 3 คอนเซ็ปต์ กับบุคคลที่มิพึงไปข้องเกี่ยวด้วย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์