นักเศรษฐศาสตร์หนุนกัญชาทางการแพทย์ แต่เพื่อสันทนาการควรพิจารณาให้รอบคอบ

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต สนับสนุนกัญชาถูกกฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ควรเร่งรัดให้เกิดขึ้น ส่วนกัญชาเพื่อสันทนาการและวัตถุประสงค์อื่นๆ แม้นมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจแต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบเพราะหากควบคุมไม่ดีอาจเกิดกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้


ที่มาภาพประกอบ: Thomas Hawk (CC BY-NC 2.0)

4 พ.ย. 2561 ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้กล่าวถึงการนำกัญชามาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ว่าเป็นเรื่องที่ภาครัฐควรให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เนื่องจากมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นยารักษาโรค มีงานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันถึงประโยชน์ของกัญชาแต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้นเพราะกัญชามีสารที่มีผลต่อจิตประสาทอันเป็นคุณสมบัติของสารเสพติดที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้หากบริโภคหรือเสพเกินขนาด หลายประเทศทั่วโลกผ่อนปรนกฎหมายอนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชาทางการแพทย์หรือเพื่อสันทนาการได้อย่างถูกต้อง แต่กัญชายังถือเป็นสิ่งเสพติดให้โทษประเภท 5 ในไทย ซึ่งผู้เสพต้องระวางโทษปรับ และ/หรือ จำคุก 

ทั้งนี้รัฐบาลเพิ่งเริ่มหาทางแก้กฎหมายเปิดช่องให้ศึกษาวิจัยพืชเสพติดได้อย่างถูกต้อง แม้ผู้ป่วยไทยบางส่วนลักลอบใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคมะเร็งโดยไม่ต้องพึ่งพาเคมีบำบัดหรือฉายแสงเท่านั้นซึ่งมีผลกระทบข้างเคียงต่อร่างกายมาก ในเบื้องต้นจึงควรมีการแก้ไขกฎหมายให้สามารถนำสารสกัดจากกัญชามาใช้เป็นยารักษาโรคได้อย่างเต็มที่ สามารถครอบครองกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ในการวิจัยทางการแพทย์ รัฐบาลสามารถออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้สารสกัดจากกัญชาไม่ถือเป็นยาเสพติดและควบคุมให้มีการใช้เฉพาะทางการแพทย์ และพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษเพื่อปลดล็อคให้มีการใช้สารสกัดจากกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพได้ มีรายงานทางการแพทย์ระบุว่า สารสกัดจากกัญชาสามารถรักษาอาการได้อย่างน้อย 5 กลุ่มโรคดังนี้ รักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ให้เคมีบำบัด โรคลมชักในเด็ก อาการเจ็บปวดรุนแรง อาการทางจิตประสาทเพื่อให้คลายเครียดและสงบ ปลอกประสาทอักเสบ 

ส่วนในระยะยาวควรออกกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับกัญชาโดยระบุให้เป็นพืชที่ใช้ทำเป็นยาและสามารถเป็นพืชเศรษฐกิจรวมทั้งสามารถใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าตลาดกัญชาเพื่อการแพทย์ทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงถึง 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.9 ล้านล้านบาท) ภายในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ขณะนี้มูลค่าผลิตภัณฑ์กัญชาทั่วโลกอยู่ที่ 4.6 ล้านล้านบาท กระแสการเคลื่อนไหวให้กัญชาเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายว่าเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรช่วยกำหนดแนวทางที่เหมาะสมว่า อะไรคือประโยชน์สูงสุดต่อสังคม คุณภาพชีวิตของผู้คน และเศรษฐกิจ 

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ได้พูดถึงผลทางเศรษฐกิจจากกัญชาถูกกฎหมายและมีการใช้เพื่อสันทนาการหรือความบันเทิงว่าหลังรัฐแคลิฟอร์เนียอนุญาตเสพกัญชาเพื่อความบันเทิงหรือสันทนาการ มีการคาดการณ์ว่าจะมีเงินสะพัดในอุตสาหกรรมกัญชาในสหรัฐมากถึง 5,100 ล้านดอลลาร์ ในปี ค.ศ. 2018 และจะให้ให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตถึง 3 เท่าในช่วง 10 ปีข้างหน้า นอกจากนี้อุตสาหกรรมกัญชาถูกกฎหมายจะสร้างรายได้ กว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ และสร้างงานกว่า 400,000 ตำแหน่งในสหรัฐภายในปี ค.ศ. 2021 อีกทั้งรัฐบาลจะเก็บภาษีได้ 4,000 ล้านดอลลาร์ ภายใน 3 ปี อุตสาหกรรมกัญชาเป็นธุรกิจใหญ่ที่นำรายได้มหาศาลเข้าสู่แคนาดามานับทศวรรษ หลังมีการอนุญาตให้นำกัญชามาใช้รักษาโรคได้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ในแคนาดามีบริษัทผลิตและจำหน่ายกัญชารายใหญ่สองบริษัท คือ บริษัท คานาปี โกร์ธคอร์ป และ บริษัท ออโรร่า แคนนาบิส โดยที่บริษัท ออโรร่า แคนนาบิสได้มีการ สร้างโรงเรือนใหม่ใหญ่ถึง 800,000 ตารางฟุต ที่จะมีกำลังผลิตกว่า 100 ตันต่อปี นับว่าเป็นพื้นที่ปลูกกัญชาเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกรองรับการเปิดกว้างมากขึ้นในการใช้กัญชา

ทั้งนี้สถิติจากสำนักงบประมาณรัฐสภาแคนาดา ระบุว่าปัจจุบันราคาจำหน่ายกัญชาแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เช่นในเมืองควิเบค ราคากรัมละ 7.31 ดอลลาร์แคนาดา ขณะที่ในเมืองอื่นๆ ทางตอนเหนือของประเทศ ราคาจำหน่ายกรัมละ 13.17 ดอลลาร์แคนาดา มีการคาดการณ์ว่า เมื่อ พ.ร.บ.กัญชา มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ รัฐบาลแคนาดาจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีกัญชาเพิ่มขึ้น สูงสุดถึงปีละ 5,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา แต่บางสำนักก็คาดว่าอาจเก็บได้เพียงราว 600 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

ประเทศสเปนอนุญาตให้ประชาชนสามารถใช้และปลูกเองภายในบ้านได้ตามจำนวนที่กำหนด แต่ห้ามนำออกมาขายและซื้อ พร้อมสามารถพกติดตัวได้สูงสุด 40 กรัม ขณะที่กรุงปรากของสาธารณรัฐเช็ค ก็เป็นอีกเมืองที่สามารถปลูกกัญชาในครอบครองได้ 5 ต้น การเสพกัญชาอย่างถูกกฎหมายอาจช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ อย่างเช่นในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มีชื่อเสียงด้านการเสพกัญชาถูกกฎหมาย นำมาสู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการเสพกัญชา ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโต ขณะที่ประชาชนมีความคิดเห็นที่ดีต่อกัญชาโดยมองว่ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่และสุรา นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงอัมสเตอร์ดัมส์ ต้องการใช้บริการร้านกาแฟ ที่อนุญาตให้บุคคลที่อายุมากกว่า 18 ปีสูบกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย อีกทั้งยังสามารถซื้อกัญชาได้สูงสุด 5 กรัม โดยร้านกาแฟประเภทนี้ มี 200 กว่าร้านในกรุงอัมสเตอร์ดัมส์ 

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ชี้ว่าอย่างไรก็ตามหากมีการเสพกัญชาเพื่อสันทนาการได้อย่างถูกกฎหมายและไม่สามารถกำกับให้ดีพอ มีการแพร่ระบาดจนไม่สามารถควบคุมได้ มีการเสพเกินขนาดแล้วเกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ ย่อมมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและครอบครัวของผู้เสพ และแน่นอนย่อมส่งผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยให้รอบคอบก่อนจะเปิดให้กัญชาเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดให้มีการเสพกัญชาเพื่อสันทนาการ ในกรณีของประเทศไทยหากจะมีการเปิดเสรีเรื่องกัญชาเช่นในบางประเทศต้องคิดให้รอบคอบเนื่องจากประเทศเรามีปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย หากการบังคับใช้กฎหมายไม่ดี การกำกับควบคุมไม่ดี อาจนำมาสู่ผลเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่าผลดี ขณะเดียวกันการไม่เปิดเสรีแต่มีความต้องการในการใช้กัญชาไม่ว่าด้วยวัตถุประสงค์ใดๆ ที่ไม่เป็นอันตรายย่อมทำให้เกิดการลับลอบการใช้และช่องทางทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายได้ 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai