อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 30 นาที ที่ผ่านมา

นศ. ม.สารคาม จัดวงถก 'การเมืองภาค ปชช.ไทย ระหว่างอุดมคติกับความเป็นจริง'

นศ. มหา'ลัยมหาสารคาม เผย จนท.นอกเครื่องแบบมาสังเกตการณ์ ขณะจัดวงถก 'การเมืองภาคประชาชนในประเทศไทย : ระหว่างอุดมคติกับความเป็นจริง' วิทยากรชี้เหตุเสื้อเหลืองมีแต้มต่อจากการชูสัญลักษณ์ของสถาบัน เพราะอุดมการณ์หลักของชาติ

6 พ.ย.2561 เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลา 13.00 - 16.00 น. ที่วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม จัดงานเสวนาทางวิชาการภายใต้หัวข้อ 'การเมืองภาคประชาชนในประเทศไทย : ระหว่างอุดมคติกับความเป็นจริง' โดยมีวิทยากร ประกอบด้วย ดร.กรพินธุ์ พัวพันธ์สวัสดิ์ ศราวุฒิ วิสาพรม อาจารย์จากวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 

ภายในงานมีนิสิตผู้ที่สนใจเข้าร่วมและมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้ามาสังเกตการณ์ แต่บรรยายกาศในห้องเสวนาก็ดำเนินการต่อไปอย่างราบรื่น

สำหรับเนื้อหาในการบรรยายโดยสรุปนั้น ดร.กรพินธุ์ ได้กล่าวถึงการเมืองภาคประชาชนและสถานการณ์ทางการเมืองในห้วงระยะเวลาหลังรัฐประหารปี 2549 - หลังรัฐประหารปี 2557 รวมถึงอุดมคติในมุมมองที่หลากหลาย และ ศราวุฒิ ได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์ทางการเมืองและการเคลื่อนไหวภาคประชาชนตั้งแต่ปี 2535 รวมถึงการเมืองบนท้องถนน

ขณะที่ในช่วงบรรยากาศการแลกเปลี่ยนระหว่างนิสิตกับวิทยากรในงานเสวนา ได้แลกเปลี่ยนในประเด็นเรื่องพลังของนิสิต และคนรุ่นใหม่ต่อการเมืองภาคประชาชน

ต่อคำถามที่ว่า ทำไมคนเสื้อเหลืองชูสัญลักษณ์ของสถาบัน มีแต้มต่อในการต่อสู้หรือไม่อย่างไร นั้น ศราวุฒิ ตอบว่า “เป็นวัฒนธรรมที่ต้องการดึงสัญลักษณ์มาเป็นการต่อสู้ เนื่องจากสถาบันนั้นเป็นอุดมการณ์หลักเป็นสัญลักษณ์ในการทำเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน”

ในช่วงตอนหนึ่ง ดร.กรพินธุ์ กล่าวว่า “การต่อสู้ภาคประชาชนที่หลายๆ ท่านอาจยังไม่ทราบกัน อาจารย์ขอยกตัวอย่าง เช่น กรณีของคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ที่ขับรถแท็กซี่พุ่งชนรถถังจนตัวเองได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นการต่อต้านเผด็จการทหาร และถือได้ว่าเป็นการเมืองภาคประชาชนเช่นกัน”

ส่วนคำถามที่ว่า พลังของนิสิตนักศึกษาต่อการเมืองภาคประชาชนในปัจจุบันและสถานการณ์การต่อสู้ภาคประชาชนของของนิสิตนักศึกษาตอนนี้เป็นอย่างไร นั้น ดร.กรพินธุ์ ตอบว่า “ในปัจจุบันการเมืองและสังคม บริบทสถานการณ์มันเปลี่ยนไปกระบวนการต่อสู้ของนิสิตนักศึกษาในปัจจุบันก็เปลี่ยนไปตามบริบทของสังคม มีการเกิดกระบวนการต่อสู้แบบใหม่ๆ เป็นพลังของคนรุ่นใหม่เอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ทั้งนั่น อาจารย์เองยังมีความหวังกับพลังคนรุ่นใหม่พลังของนิสิตนักศึกษา ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้นแน่นอน”

จากการเสวนาแสดงให้เห็นถึงพลังของนิสิตนักศึกษาที่พยายามขับเคลื่อนในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพในการแสดงออกทางความคิด ในยุคที่ประชาชนถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai