ข่าวดี-ข่าวร้าย ของฝ่ายก้าวหน้าและบทเรียนหลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

ศึกเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ มีทั้ง "ข่าวดี" และ "ข่าวร้าย" สำหรับฝ่ายก้าวหน้า และฝ่ายพรรคเดโมแครต บก.นิตยสารฝ่ายซ้ายวิเคราะห์ว่า ในขณะที่เดโมแครตเริ่มตีตื้น ครองพื้นที่ที่เคยเป็นของรีพับลิกันหลายแห่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นมากพอ พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยก็เริ่มแทรกตัวเข้ามาได้ในระดับท้องถิ่น อะไรกันที่เป็นบทเรียนสำหรับพวกเขาในเรื่องนี้

ภาพผู้คนติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (ที่มา: US Embassy Canada)

เมื่อ 7 พ.ย. 2561 นาธาน เจ โรบินสัน บรรณาธิการนิตยสารฝ่ายซ้ายของสหรัฐฯ Current Affairs วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่เพิ่งจบลงเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า แม้ฝ่ายพรรคเดโมแครตจะไม่ถึงขั้นพลิกเอาชนะได้อย่างท่วมท้นจนเป็นกระแสคลื่น แต่อย่างน้อยก็สร้างระลอกแรงสะเทือนได้บ้างเล็กน้อย

สำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่ผ่านมานั้นเป็นการชิงเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งหมด 435 ที่นั่ง สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 35 จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง และผู้ว่าการรัฐ 36 จาก 50 ตำแหน่ง ผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการพบว่าพรรคเดโมแครตได้โควตา ส.ส. 225 ที่นั่ง (เพิ่มขึ้น 30) ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ ส่วนวุฒิสภานั้นเป็นพรรครีพับลิกันที่ครองเสียงข้างมากโดยครองที่นั่งในสภาสูงไปทั้งหมด 51 ที่นั่ง (ที่มา:The Guardian)

โรบินสันระบุว่าในการเลือกตั้งของสหรัฐฯ นั้นคนที่วางยุทศาสตร์ดีกว่าไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป แต่มีตัวแปรแวดล้อมอื่นอีกมากมายเช่น มีรีพับลิกันอยู่ในทำเนียบขาวหรือไม่ บทความของโรบินสันเรียบเรียงทั้งข่าวดีและข่าวร้ายสำหรับฝ่ายก้าวหน้าในสหรัฐฯ จากผลของการเลือกตั้งกลางเทอมเอาไว้หลายประการดังนี้

ข่าวดีประการแรกคือ ในรัฐฟลอริดามีการคืนสิทธิในการเลือกตั้งให้กับอดีตนักโทษคดีอาญาอุกฉกรรจ์จำนวน 1.4 ล้านคน เมื่อพิจารณาจากผลการเลือกตั้งในรัฐฟลอริดาที่รีพับลิกันชนะไปเพียงฉิวเฉียดแล้ว ก็มีโอกาสที่อีกฝ่ายจะทำได้ดีขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า การคืนสิทธิเลือกตั้งนี้ยังถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐานด้วย

ส่วนข่าวร้ายของฝ่ายก้าวหน้าคือการพ่ายแพ้ในรัฐฟลอริดาของแอนดรูว กิลลัม จากเดโมแครตให้กับรอน เดอซานติส จากพรรครีพับลิกันด้วยคะแนนเฉียดฉิวที่ร้อยละ 49 ต่อร้อยละ 49.7 ทำให้คนที่ใช้โฆษณาทางการเมืองในแบบน่ารังเกียจอย่างเดอซานติสได้เป็นผู้ว่าการรัฐคนล่าสุดในรัฐที่ใหญ่และมีความสำคัญซึ่งทำให้สถานการณ์น่าเป็นห่วง นอกจากนี้ยังมีข่าวร้ายอื่นๆ อย่างผู้สมัครที่เป็นคนดำหัวก้าวหน้าทั้ง 3 คนพ่ายในการเลือกตั้งครั้งนี้ ในหลายรัฐก็ได้ผู้ว่าการคนใหม่เป็นรีพับลิกัน ไม่ว่าจะเป็นนิวแฮมป์เชียร์ เวอร์มอนต์ หรือแมสซาชูเซตส์ บางเขตถึงแม้จะไม่ได้ผู้แทนอนุรักษ์นิยมจัดแต่ก็ได้ผู้แทนสายกลางที่เอาชนะฝ่ายก้าวหน้าแทน

นอกจากนี้ยังมีบางรัฐที่ผู้ชนะเลือกตั้งมีจุดยืนสนับสนุนพลังงานจากซากดึกดำบรรพ์ นอกจากนั้นผู้แทนฝ่ายต่อต้านการทำแท้งก็ได้รับชัยชนะในรัฐเวสต์เวอร์จิเนียและแอละแบมา โดยผลการเลือกตั้งในภาพรวมนั้นฝ่ายเดโมแครตสามารถยึดกุมพื้นที่สภาผู้แทนราษฎรได้ แต่รีพับลิกันเสริมกำลังเข้มแข็งขึ้นในวุฒิสภา

ทั้งนี้ก็มีข่าวดีในแง่การเมืองเรื่องความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจเพราะมี ส.ส. 2 รายที่มาจากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยได้รับเลือกตั้งซึ่งแทบไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีผู้แทนในระดับท้องถิ่นจากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยที่ได้รับชัยชนะในอีกหลายตำแหน่งเช่นในฮาวายและเท็กซัส

ข่าวดีสำหรับฝ่ายก้าวหน้าที่นิยมความหลากหลายทางเพศก็คือ มีผู้หญิงเข้าไปเป็น ส.ส. ในสภาล่างมากเป็นประวัติการณ์สำหรับสหรัฐฯ รวมถึงผู้ว่าการรัฐที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์อย่างจาเร็ด โปลิส ก็ได้ตำแหน่งในโคโลราโด ส่วนมิเชลล์ ลูฮัน กริสแฮม ได้เป็นผู้ว่าฯ หญิงชาวฮิสแปนิกคนที่สองของสหรัฐฯ

ข่าวดีอีกเรื่องหนึ่งคือมีผู้แทนฯ พรรคเดโมแครตชนะในรัฐส่วนใหญ่ที่เคยเป็นถิ่นของรีพับลิกันมาก่อนไม่ว่าจะเป็นรัฐแคนซัสที่ ลอรา เคลลีเอาชนะคริส โคแบค คนที่มีแนวคิดต่อต้านผู้อพยพ ในรัฐวิสคอนซินผู้สมัครพรรครีพับลิกันที่ต่อต้านแรงงานก็พ่ายแพ้การเลือกตั้ง โรบินสันตั้งข้อสังเกตว่า ในครั้งนี้พรรคเดโมแครตพลิกโผกลับมาเอาชนะในสายผู้ว่าการรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้เดโมแครตทำได้แย่มาตลอดในระดับการปกครองของรัฐ

บทความของโรบินสันยังระบุอีกว่าบทเรียนในเรื่องนี้คือการใช้ความไม่ชอบโดนัลด์ ทรัมป์ มาเป็นจุดขายอย่างเดียวนั้นไม่พอที่จะทำให้เดโมแครตพลิกกับมาเป็นฝ่ายนำแบบท่วมท้นได้ เพราะแม้แต่คนที่ประจบทรัมป์หนักๆ อย่างเดอซานติสก็ยังคงเอาชนะมาได้ในฟลอริดาซึ่งจะต้องเจอศึกหนักในอีก 2 ปีข้างหน้ากับการเลือกตั้งประธานาธิบดี

อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้สมัครพรรคเดโมแครตหลายคนที่ถึงแม้จะแพ้ แต่ก็สามารถกุมคะแนนเสียงไว้ได้ในระดับที่เกือบจะเอาชนะได้ ผู้สมัครเหล่านี้เป็นคนที่มีข้อเสนอแบบฝ่ายซ้ายหรือมีความที่ถูกมองว่า "สุดโต่ง" ในเชิงก้าวหน้า เช่นกิลลัมที่ขาดคะแนนเสียงอีกเพียงราว 52,000 เสียงเท่านั้น ขณะเดียวกันพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยเริ่มแทรกเข้ามากุมพื้นที่การเมืองในระดับท้องถิ่นของสหรัฐฯ ได้อย่างเงียบๆ แม้แต่ในเมืองที่ดูไม่น่าจะยอมรับความคิดแบบก้าวหน้าในทางสังคมได้

ในแง่นี้ โรบินสันเสนอว่าพรรคการเมืองควรสำรวจความผิดพลาดของตัวเองก่อนที่จะให้สัญญาว่าจะสู้ให้หนักขึ้น การที่แนนซี เปโลซี ผู้แทนฯ พรรคเดโมแครตที่ชนะการเลือกตั้ง ส.ส. ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และด้วยผลการเลือกตั้งที่เดโมแครตชนะในสภาผู้แทนฯ ทำให้เธอเป็นประธานรัฐสภา ที่ไปสัญญาว่าจะทำงานในเชิงความร่วมมือกับรีพับลิกันนั้นก็ดูเป็นทิศทางที่ไม่ดีในสายตาของโรบินสันและจะกลายเป็นการฉุดให้เดโมแครตตกต่ำลง

โรบินสันมองว่าคนจำพวกเขารู้สึกเบื่อกับการเมืองแบบฝ่ายขวาเต็มทนแล้วและอยากได้ฝ่าย "เสรีนิยม" เข้าไปคัดง้างกับฝ่ายขวาแทนที่จะญาติดีกัน โรบินสันสังเกตจากผลชัยชนะของผู้สมัครฝ่ายก้าวหน้าหลายคนที่ไม่ใช่เดโมแครตว่า เป็นไปได้ว่าผู้คนอยากได้วาระทางการเมืองแบบฝ่ายซ้ายแต่พวกเขาไม่เชื่อมั่นว่าพรรคเดโมแครตจะตอบสนองได้มากพอ

โรบินสันวิเคราะห์ว่าสิ่งที่ทำให้รีพับลิกันชนะได้เพราะฐานการเมืองของรีพับลิกันตั้งอยู่บนโฆษณาชวนเชื่อและเครื่องจักรทางการเมืองที่ต้องพึ่งพาสถาบันต่างๆ ส่วนเดโมแครตนั้นมาจากกระแสต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่ารีพับลิกันคงจะไม่อยากร่วมมือกับเดโมแครตเป็นแน่ สิ่งที่ประชาชนผู้สนับสนุนฝ่ายก้าวหน้าต้องการจริงๆ คือสิ่งที่จะมาต่อต้านสถาบันต่างๆ ที่ค้ำชูรีพับลิกันทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสื่อ ผู้ขายนโยบาย ฝ่ายต่อต้านการผลิตซ้ำวัฒนธรรมฝ่ายขวา และนักคิดด้านเศรษฐศาสตร์ฝ่ายซ้ายที่จะทัดทานกับเศรษฐศาสตร์จากอีกฝ่าย

เรียบเรียงจาก

LESSONS FROM LAST NIGHT, NATHAN J. ROBINSON, Current Affairs, Nov. 7, 2018

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai