สวัสดิการถ้วนหน้าเดี๋ยวนี้: ตอบ ภาคภูมิ แสงกนกกุล เรื่องรัฐสวัสดิการ 101

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ตอบคุณภาคภูมิ แสงกนกกุล เรื่องรัฐสวัสดิการ 101 ในบทสัมภาษณ์ประชาไท

รัฐสวัสดิการ 101 กับ ภาคภูมิ แสงกนกกุล : การจัดวางความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างรัฐ-สังคม

บทสัมภาษณ์คุณภาคภูมิชิ้นนี้ไม่ใช่ข้อเสนอรัฐสวัสดิการ 101 แต่น่าจะตั้งชื่อใหม่ว่า “วิธีการลดทอนการเรียกร้องรัฐสวัสดิการ 101” เพราะตรงกว่า

พูดให้ชัดก่อน สิ่งที่เรายืนยันคือ การรณรงค์เรียกร้องสวัสดิการถ้วนหน้าวันนี้ เดี๋ยวนี้ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่คุณภาคภูมิปฏิเสธในบทความ

เรามีเหตุผล 4 ข้อดังนี้

1. บทความไม่ค่อยแฟร์กับคนเรียกร้องสวัสดิการแบบถ้วนหน้าเท่าไร คุณภาคภูมิพูดราวกับว่าคนที่เรียกร้องโมเดลถ้วนหน้าไม่รู้ว่ามันมี costs ของมัน ซึ่งต้องอาศัยการเก็บภาษีอีกมาก และมันหมายถึงรัฐต้องแสดงบทบาทอีกเยอะ — รู้สิ เรื่องแค่นี้ใครๆ ก็รู้ เวลาพูดเรื่องพื้นๆ กรุณาอย่าใช้ท่าทีหรือน้ำเสียงแบบเทศนาสั่งสอนคนอื่น

การเรียกร้องสวัสดิการถ้วนหน้า มันมาเป็นแพ็คเกจพร้อมกับการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า การ tax the rich แบบหนักๆ เพื่อทำให้เกิดการกระจายรายได้ใหม่ และธรรมาภิบาล (ใครเขา tax the poor เพื่อนำไปสู่รัฐสวัสดิการกันเล่า? ภาระหนักไม่ได้ตกที่”แรงงาน”อย่างที่บทความว่า ผู้ใช้แรงงานรายได้น้อยย่อมไม่ถูกเก็บภาษีจนเป็น “ภาระหนัก” อย่างแน่นอน ภาคภูมิคลุมเครือมากตรง "แรงงาน" นี้ เช่นเดียวกับหลายๆจุด)

แต่ที่สำคัญกว่านั้น ถ้าคุณภาคภูมิไม่กล้าผลักประเด็นทั้งหมดไปสู่จุดแห่งความเสมอภาคนี้ให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มแรก ตั้งแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้, โดยนัย คุณก็กำลังยอมรับช่องว่างและความแตกต่างทางฐานะเศรษฐกิจสังคมให้มันดำรงอยู่ต่อไปไม่มากก็น้อยนั่นแหละ แทนที่จะเรียกร้องเพื่อเร่งขจัดมันออกไปให้เร็วที่สุด

หรือโอเค คุณพูดว่าสุดท้ายแล้วอาจจะอยากให้พัฒนาถึงจุดนั้น แต่อารมณ์ของบทสัมภาษณ์นี้คือค่อยๆ ทำ ค่อยเป็นค่อยไป สังคมและรัฐไทย “ยังไม่พร้อม” กับสวัสดิการถ้วนหน้า —โอ้โห ใครเขาไม่รู้บ้างว่าสังคมไทยมันไม่ใช่สแกนดิเนเวีย ไม่ใช่ฝรั่งเศส ก็เพราะมันยังไม่ใช่ เขาถึงเรียกร้องกันยังไงเล่า และคนที่เรียกร้องสวัสดิการถ้วนหน้าเขารู้อยู่แล้วว่ามันสู้กันยาว แต่มันต้องเริ่มวันนี้เดี๋ยวนี้

เรื่อง “ยังไม่พร้อม” นี่เป็นข้ออ้างของเผด็จการอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีนักวิชาการมาบอกอีกว่ารอไปก่อน หรือทำแบบเบาๆ พอ คุณกำลังเตะหมูเข้าปากหมาอนุรักษ์นิยมดีๆ นี่เอง

(คำถามเกี่ยวพัน: การอ้าง “ยังไม่พร้อม” ลักษณะแบบนี้ มันต่างอะไรไหมกับการที่ กปปส. บอกว่า “ชาวบ้านยังไม่พร้อมเลือกตั้ง” หรือเจ้าอาณานิคมบอกว่า “คนพื้นเมืองไม่พร้อมปกครองตนเอง”?)

เราต้องรออะไร? คุณภาคภูมิบอกให้สังคมไทยรอ (ใคร? อนาคตใหม่?) ให้มี "การจัดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและสังคม" เสียก่อนค่อยมีรัฐสวัสดิการใช่ไหม? น่าจะอีกสัก 10-20 ปีหรือนานกว่านั้นนั่นแหละกว่าจะทำได้ (อนาคตใหม่จะได้เป็นรัฐบาลเมื่อไรหรือ? อย่าว่าจะไปถึงการ “จัดความสัมพันธ์รัฐกับสังคม” ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารกว่าเรื่องสวัสดิการเยอะ และต่อให้เป็นรัฐบาลได้แล้วจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไรถึงจะจัดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคมได้?) เผลอๆ นานกว่าเริ่มเรียกร้องสวัสดิการถ้วนหน้าตั้งแต่วันนี้เสียอีก

2. คำสวยๆ ของคุณเช่น “transformation of the state” “การให้สังคมเจราจาต่อรองหาฉันทามติ” - มันคืออะไรกันแน่? คุณใช้คำพูดดูดีแต่มันกลวงเปล่ามากถ้าคุณไม่กล้าแม้แต่จะยืนยันเรื่องสวัสดิการถ้วนหน้า และการเก็บภาษีคนรวยอัตราก้าวหน้ากว่านี้อีกหลายเท่า ฯลฯ *ตั้งแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้*

การเรียกร้องสวัสดิการถ้วนหน้านี่แหละคือ state transformation in the making ที่แท้จริง แล้วแก้ปัญหาอื่นๆ ไปพร้อมกัน

ไม่ใช่ยกปัญหาอื่นๆ ขึ้นมาบัง เช่นปัญหาระบบอุปถัมภ์ หรือว่าสังคมไทยไม่มีคอนเสปต์ solidarity แล้วบอกว่าสวัสดิการถ้วนหน้าเหรอ รอไปก่อน

Solidarity ไม่ได้เป็นคอนเสปต์ดำรงอยู่โดดๆ หรือลอยมาจากฟ้า แต่อยู่ในกระบวนการและการกระทำ เมื่อคนเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องและเข้าร่วมรณรงค์เพื่อให้ทุกคนในสังคมมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น solidarity จึงเกิดขึ้น ซึ่งการเรียกร้องสวัสดิการถ้วนหน้าก็พยายามทำอยู่ พูดง่ายๆ solidarity เป็นผลจากกระบวนการต่อสู้ ไม่ใช่เหตุ และยิ่งไม่ใช่เหตุเอามาอ้างว่าไม่พร้อมสำหรับสวัสดิการถ้วนหน้า

แล้วระบบอุปถัมภ์ที่หยั่งรากลึกมาเป็นร้อยๆปี - คุณคิดว่าจะแก้เรื่องนี้ได้ในเวลาไม่กี่ปีจริงๆ หรือ? Are you serious? แล้วจากนั้น “ค่อยมีสวัสดิการถ้วนหน้า”? พวกเราไม่ต้องรอไปชาติหน้าหรือ?

เรื่อง “เจราจาต่อรองหาฉันทามติ” คุณคิดว่าคนรวย (มากและน้อย) ในสังคมไทยจะยอมมาตกลง “ฉันทามติ” เพื่อเอาความร่ำรวยของตนไปให้คนจนหรือ? รัฐประหาร 2 ครั้งหลังไม่ใช่เพราะเขาไม่ยอมแบ่งเค้กหรอกหรือ? ข้อเสนอคุณไม่หน่อมแน้มไปหรือ? หรือคุณเสนอแบบนี้ ลึกๆ แล้วคุณไม่ได้จริงจังกับการ tax the rich สักเท่าไร? I suspect you a secret neoliberal, Pakpoom จะให้สังคมต่อรองกันเอง แล้วใครเสียงดังในสังคมนี้? คนรวยไง... นี่คือพระคัมภีร์ของเสรีนิยมใหม่เลย “ปล่อยให้สังคมจัดการกันเอง” แล้วรัฐถอยตัวจากการลงทุนหรือยุ่งเกี่ยวในภาคสาธารณะ

แล้วเสรีนิยมใหม่ไม่ใช่ปัญหาในสังคมไทย? รัฐไทยตั้งแต่สนธิสัญญาบาวริ่งมาเป็นอย่างน้อยไม่เคยเป็นอะไรนอกจากเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ (ไม่ว่าแบบเก่า คือตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 หรือใหม่ตั้งแต่ทศวรรษ 1970) อาจมีเว้นช่วงสั้นๆ บ้าง แต่เสรีนิยมแทบจะเป็นรากฐานคอยโอบอุ้มระบบอุปถัมภ์ในไทยที่พลิกตัวเข้ากับทุนนิยมด้วยซ้ำ

เพียงคุณถามขึ้นมาว่า “เก็บภาษีอัตราก้าวหน้าในไทย จะทำได้เหรอ” แค่นี้ ไม่ใช่เหตุผลเพียงพอให้เลิกเรียกร้องสวัสดิการถ้วนหน้าเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณซีเรียสกับมัน ก็ต้องเรียกร้องกดดันเรื่องปฏิรูปภาษีก้าวหน้าควบคู่กันไปอย่างเต็มที่ ไปพร้อมๆ กับการตรวจสอบรัฐนั่นแหละ ไม่ใช่บอกว่าทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้ แล้วก็มาสรุปว่าไทยไม่เหมาะกับสวัสดิการถ้วนหน้า

แต่นั่นแหละ มันน่าสงสัยว่าคุณซีเรียสกับความเสมอภาคแค่ไหน

สรุปในข้อนี้คือ สวัสดิการถ้วนหน้าจะเป็นกลไกสำคัญที่นำไปสู่ transformation of the state and society ที่ใหญ่และกว้างขวางกว่าเรื่องสวัสดิการ

คุณภาคภูมิพลาดอย่างยิ่งที่มองเรื่อง state and society ว่าเล็กกว่าเรื่องสวัสดิการและต้องจัดการก่อน ซึ่งทำให้นำไปสู่ข้อเสนอที่แย่มากๆ นั่นคือการกดเรื่องสวัสดิการถ้วนหน้าเอาไว้

3. คุณภาคภูมิบอกว่า “อย่าฟันธงว่าสวัสดิการถ้วนหน้าก้าวหน้าเสมอไป สวัสดิการมีทั้งผสมกันแบบถ้วนหน้าและสวัสดิการเฉพาะกลุ่ม” — แน่นอน สวัสดิการมันต้องมีสิ่งที่แยกย่อยลงไปเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว อีกนั่นแหละ ดูถูกคนอื่นว่าไม่รู้มากไปหน่อย — แต่คุณเอาโมเดลอันนี้มาใช้กับเรื่องพื้นฐานอย่างสุขภาพ การศึกษา ฯลฯ ไม่ได้ เรื่องพื้นฐานพวกนี้ต้องการันตีแบบ universal ก่อน แล้วหากกลุ่มไหนมีความต้องการเฉพาะ ก็ค่อยเจาะเฉพาะกลุ่มลงไปเพิ่มเติม เพื่อเสริมให้ยิ่งขึ้นไป โดยที่พื้นฐานมั่นคงแน่นอนแล้ว

ตอนนี้ไทยยังไม่มีสวัสดิการแบบ universal ในเรื่องพื้นฐานอย่างมีคุณภาพอะไรเลย คุณภาคภูมิปัดทิ้งก่อนแล้วว่าสวัสดิการแบบถ้วนหน้าไม่ได้ถูกต้องเสมอไป

คุณภาคภูมิน่าจะสับสนระหว่างเรื่องจำเป็นพื้นฐาน กับเรื่องเฉพาะกลุ่ม เช่นกลุ่ม physically challenged, แต่กระทั่งความต้องการเฉพาะกลุ่มบางอย่าง เช่น ทางลาดสำหรับรถเข็น จริงๆ ก็ควรขยายให้ถ้วนหน้า กล่าวคือ universalize เสีย เพราะได้ประโยชน์ร่วมกัน

พูดง่ายๆ สวัสดิการถ้วนหน้าต้องมาก่อน แล้วค่อยให้สวัสดิการแยกย่อยมาอุดรอยรั่วเสริม คุณภาคภูมิกลับหัวกลับหางมันอยู่ หรืออย่างน้อยก็ไม่เคลียร์ในประเด็นนี้ (และอีกหลายๆ ประเด็น)

ความล้าหลังตรงนี้ คุณภาคภูมิประกาศออกมาเอง ด้วยการไม่ได้เห็นว่าเรื่อง “สังคมสงเคราะห์” เลวร้ายเสมอไป - ลองตกงานแล้วเข้าคิวรับการสงเคราะห์ตามกรมตามกระทรวงดูบ้างไหม?

4. ข้อสรุปแบบบทสัมภาษณ์นี้จะทำให้ข้อเรียกร้องรัฐสวัสดิการอ่อนแรงลง

หัวข้อฟังดูดี แต่เนื้อในเป็นปฏิปักษ์ต่อความเสมอภาค

สรุปง่ายสุด พวกเสรีนิยมกลางๆ ซ้ายปลอมๆ เหมือนอนาคตใหม่นั่นแหละ แล้วพวกเราต้องรอให้พวกคุณจัดตั้งรัฐบาลได้ จัดรูปความสัมพันธ์รัฐ-สังคมใหม่บลาๆ ก่อนถึงจะเรียกร้องสวัสดิการถ้วนหน้าได้ใช่ไหม? - what a joke

ในทางตรงกันข้าม ถึงแม้เราจะรู้ดีว่ามันยากเย็นแสนเข็ญ แต่สิ่งที่เรายืนยันคือ demand the impossible: สวัสดิการถ้วนหน้าวันนี้ เดี๋ยวนี้!

 

เผยแพร่ครั้งแรกใน: เฟสบุ๊คแฟนเพจ พรรคเสือดำ

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์