ใบตองแห้ง: 1,303 ล้านค่าพิสูจน์ ส.ว

สื่อตีข่าว สมัคร ส.ว.วันแรกเงียบเหงา แหม่ ไม่เข้าใจกฎกติกาเอาเสียเลย ต่อให้มีคนสมัครเป็นแสน ก็ไม่มีทางคึกคัก เพราะกฎกติกาเคร่งครัด ห้ามแข่งขัน ห้ามหาเสียง และที่สำคัญ ชาวบ้านตาดำ ๆ ไม่มีสิทธิร่วม ได้แต่นั่งดูผู้สมัครเลือกกันเอง ทั้งที่ต้องควักเงินภาษี 1,303 ล้านบาท

รองเลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย ชี้แจงว่าการเลือก ส.ว. ซึ่งรับสมัครทุกอำเภอ 10 กลุ่มอาชีพ แล้วให้เลือกกันเอง ไต่ระดับจากอำเภอ สู่จังหวัด สู่ระดับประเทศ จนได้ 200 คน ส่งชื่อให้ คสช.เลือกเหลือ 50 คนนั้น ใช้กติกาใหม่ ซึ่งไม่เคยมีในโลกนี้มาก่อน และจะเป็นการเลือกตั้งที่ “เงียบที่สุดในโลก”

ตั้งแต่เริ่มรับสมัคร 26-30 พ.ย. กกต.ก็ห้ามเผยชื่อ และจำนวนผู้สมัครแต่ละกลุ่ม เพราะเกรงจะมีการกะเก็ง กลุ่มนั้นคู่แข่งมากกลุ่มนี้น้อย รอยกพวกไปสมัครวันสุดท้าย สื่อก็เผยไม่ได้นะ เดี๋ยวจะมีความผิด รอจนวันที่ 1 ธ.ค. กกต.จึงจะเปิดเผยพร้อมกันทั่วประเทศว่ามีใครสมัครบ้าง

เห็นชื่อผู้สมัคร แล้วก็ห้ามโห่ร้องดีใจ โพสต์เฟซว่าคนนี้เรารู้จัก เป็นเพื่อนเป็นญาติเป็นมิสเตอร์ไนซ์กาย เพราะจะทำให้การเลือก ส.ว.ไม่สุจริตเที่ยงธรรม กกต.จะสั่งให้คุณลบโพสต์ หรือถ้าเห็นว่าเจตนาหาเสียงก็มีโทษทัณฑ์ ถามว่าสื่อสัมภาษณ์ได้ไหม ได้สิ สื่อไม่ผิด แต่คนให้สัมภาษณ์จะติดคุก เพราะกฎหมายห้ามหาเสียง

อ้าว งั้นจะทำไงให้คนรู้จัก ก็ไม่ต้องให้ประชาชนรู้จักไง ให้เลือกกันเองก็พอ ผู้สมัครแต่ละคน สามารถบรรยายสรรพคุณตนเองลงกระดาษ A4 หนึ่งแผ่น ส่งให้ผู้สมัครในกลุ่มเดียวกัน ถึงวันก็มีสิทธิเลือกได้ 2 คน แหงละ 1 เสียงเลือกตัวเอง อีก 1 เสียงเลือกคนอื่น

นั่นแหละ วิธีคิดของ กรธ. ที่ต้องการคัดสรรคนดีมาเป็นผู้แทนปวงชน เพราะคิดว่าประชาชนจนเครียดกินเหล้า ถูกซื้อ หรือถูกล่อใจด้วยประชานิยม (แบบรัฐบาลแจกเงินก่อนเลือกตั้ง) จึงอยากให้มีสภาสูง มาจากวิธีการเลือกที่สูงกว่ามนุษย์สามัญ จินตนาการว่าท่ามกลางประชาชนผู้โง่เขลา ยังมีพลเมืองผู้ตื่นรู้ ผู้กระตือรือร้น อยากทำงานเพื่อชาติ จึงให้ท่านเหล่านี้สมัครเข้ามาเลือกกันเองตามสาขาอาชีพ

วิธีเลือก ส.ว. 200 คนนี้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญถาวร แต่บทเฉพาะกาลซึ่งมาจากคำถามพ่วงตอนลงประชามติ ในวาระเริ่มแรก 5 ปี ให้มี ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน โหวตเลือกนายกฯ ร่วมกับ ส.ส. 500 คน โดยทีแรกก็จะแต่งตั้งหมด แต่ กรธ.ต่อรอง ขอมี “มนุษย์ประวัติศาสตร์ชุดทดลอง” คือเลือกตามฉบับถาวร 200 คนแล้ว คสช.ค่อยเลือกเหลือ 50 คน

ตอนลงประชามติ คนไม่ค่อยสนใจประเด็นนี้ กรธ.ก็ไม่ค่อยอธิบาย แต่ชนะได้ เพราะรณรงค์ข้างเดียว เพราะ 15 ล้านเสียงคิดว่าจะมีเลือกตั้ง หรืออยากเห็นความสงบ ก็หยวน ๆ กันไป

แต่นับจากนี้ ประชาชนทั้งประเทศ ก็จะได้เห็นของจริงว่า ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับถาวรและบทเฉพาะกาล เป็นผู้สูงส่งดีงามกว่าชาวบ้านเลือกหรือไม่ เป็นผู้แทนที่มาจากประชาชนหรือจากใครก็ไม่รู้ แล้วคุ้มค่าไหมกับเงินภาษี 1,303 ล้านที่เลขา กกต.ยืนยันว่าคุ้มเพราะ 50 คนจะได้เลือกนายกฯ ตั้งสองสมัย

กระนั้น เห็นของจริงแล้วร้องยี้ ไม่พอใจ ก็เปลี่ยนไม่ได้แล้วนะครับ เพราะถ้าอยากแก้รัฐธรรมนูญ ต้องให้ ส.ว. 1 ใน 3 เห็นชอบด้วย คนดีจะทุบหม้อข้าวตัวเอง?

สื่อตีข่าว สมัคร ส.ว.วันแรกเงียบเหงา แหม่ ไม่เข้าใจกฎกติกาเอาเสียเลย ต่อให้มีคนสมัครเป็นแสน ก็ไม่มีทางคึกคัก เพราะกฎกติกาเคร่งครัด ห้ามแข่งขัน ห้ามหาเสียง และที่สำคัญ ชาวบ้านตาดำ ๆ ไม่มีสิทธิร่วม ได้แต่นั่งดูผู้สมัครเลือกกันเอง ทั้งที่ต้องควักเงินภาษี 1,303 ล้านบาท

รองเลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย ชี้แจงว่าการเลือก ส.ว. ซึ่งรับสมัครทุกอำเภอ 10 กลุ่มอาชีพ แล้วให้เลือกกันเอง ไต่ระดับจากอำเภอ สู่จังหวัด สู่ระดับประเทศ จนได้ 200 คน ส่งชื่อให้ คสช.เลือกเหลือ 50 คนนั้น ใช้กติกาใหม่ ซึ่งไม่เคยมีในโลกนี้มาก่อน และจะเป็นการเลือกตั้งที่ “เงียบที่สุดในโลก”

ตั้งแต่เริ่มรับสมัคร 26-30 พ.ย. กกต.ก็ห้ามเผยชื่อ และจำนวนผู้สมัครแต่ละกลุ่ม เพราะเกรงจะมีการกะเก็ง กลุ่มนั้นคู่แข่งมากกลุ่มนี้น้อย รอยกพวกไปสมัครวันสุดท้าย สื่อก็เผยไม่ได้นะ เดี๋ยวจะมีความผิด รอจนวันที่ 1 ธ.ค. กกต.จึงจะเปิดเผยพร้อมกันทั่วประเทศว่ามีใครสมัครบ้าง

เห็นชื่อผู้สมัคร แล้วก็ห้ามโห่ร้องดีใจ โพสต์เฟซว่าคนนี้เรารู้จัก เป็นเพื่อนเป็นญาติเป็นมิสเตอร์ไนซ์กาย เพราะจะทำให้การเลือก ส.ว.ไม่สุจริตเที่ยงธรรม กกต.จะสั่งให้คุณลบโพสต์ หรือถ้าเห็นว่าเจตนาหาเสียงก็มีโทษทัณฑ์ ถามว่าสื่อสัมภาษณ์ได้ไหม ได้สิ สื่อไม่ผิด แต่คนให้สัมภาษณ์จะติดคุก เพราะกฎหมายห้ามหาเสียง

อ้าว งั้นจะทำไงให้คนรู้จัก ก็ไม่ต้องให้ประชาชนรู้จักไง ให้เลือกกันเองก็พอ ผู้สมัครแต่ละคน สามารถบรรยายสรรพคุณตนเองลงกระดาษ A4 หนึ่งแผ่น ส่งให้ผู้สมัครในกลุ่มเดียวกัน ถึงวันก็มีสิทธิเลือกได้ 2 คน แหงละ 1 เสียงเลือกตัวเอง อีก 1 เสียงเลือกคนอื่น

นั่นแหละ วิธีคิดของ กรธ. ที่ต้องการคัดสรรคนดีมาเป็นผู้แทนปวงชน เพราะคิดว่าประชาชนจนเครียดกินเหล้า ถูกซื้อ หรือถูกล่อใจด้วยประชานิยม (แบบรัฐบาลแจกเงินก่อนเลือกตั้ง) จึงอยากให้มีสภาสูง มาจากวิธีการเลือกที่สูงกว่ามนุษย์สามัญ จินตนาการว่าท่ามกลางประชาชนผู้โง่เขลา ยังมีพลเมืองผู้ตื่นรู้ ผู้กระตือรือร้น อยากทำงานเพื่อชาติ จึงให้ท่านเหล่านี้สมัครเข้ามาเลือกกันเองตามสาขาอาชีพ

วิธีเลือก ส.ว. 200 คนนี้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญถาวร แต่บทเฉพาะกาลซึ่งมาจากคำถามพ่วงตอนลงประชามติ ในวาระเริ่มแรก 5 ปี ให้มี ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน โหวตเลือกนายกฯ ร่วมกับ ส.ส. 500 คน โดยทีแรกก็จะแต่งตั้งหมด แต่ กรธ.ต่อรอง ขอมี “มนุษย์ประวัติศาสตร์ชุดทดลอง” คือเลือกตามฉบับถาวร 200 คนแล้ว คสช.ค่อยเลือกเหลือ 50 คน

ตอนลงประชามติ คนไม่ค่อยสนใจประเด็นนี้ กรธ.ก็ไม่ค่อยอธิบาย แต่ชนะได้ เพราะรณรงค์ข้างเดียว เพราะ 15 ล้านเสียงคิดว่าจะมีเลือกตั้ง หรืออยากเห็นความสงบ ก็หยวน ๆ กันไป

แต่นับจากนี้ ประชาชนทั้งประเทศ ก็จะได้เห็นของจริงว่า ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับถาวรและบทเฉพาะกาล เป็นผู้สูงส่งดีงามกว่าชาวบ้านเลือกหรือไม่ เป็นผู้แทนที่มาจากประชาชนหรือจากใครก็ไม่รู้ แล้วคุ้มค่าไหมกับเงินภาษี 1,303 ล้านที่เลขา กกต.ยืนยันว่าคุ้มเพราะ 50 คนจะได้เลือกนายกฯ ตั้งสองสมัย

กระนั้น เห็นของจริงแล้วร้องยี้ ไม่พอใจ ก็เปลี่ยนไม่ได้แล้วนะครับ เพราะถ้าอยากแก้รัฐธรรมนูญ ต้องให้ ส.ว. 1 ใน 3 เห็นชอบด้วย คนดีจะทุบหม้อข้าวตัวเอง?

เผยแพร่ครั้งแรกใน: https://www.kaohoon.com/content/265852

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai