8 ปีแล้ว.. 'แม่พยาบาลเกด' จ่อฟ้องอัยการ-ดีเอสไอหลังคดีลูกถูกยิงล่าช้า

'แม่พยาบาลเกด' จ่อฟ้องอัยการ-ดีเอสไอ หลังคดีลูกถูกยิงยืดเยื้อมา 8 ปี ยังไม่คืบ แม้ศาลมีคำสั่งในการไต่สวนการเสียชีวิตตั้งแต่ปี 56 ระบุแล้วว่า "เสียชีวิตเนื่องจากกระสุนปืน จากทหารกองพันจู่โจมพิเศษที่ 3 ค่ายเอราวัณ จ.ลพบุรี ที่ประจำอยู่บริเวณรางรถไฟฟ้า BTS หน้าวัดปทุมฯ" ด้านรองโฆษกอัยการ แจงคดีอาจสอบสวนหาหลักฐานเพิ่ม

ภาพจากเพจ banrasdr photo 

4 ธ.ค.2561 วันนี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พะเยาว์ อัคฮาด มารดาของกมลเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิต ภายในวัดปทุมวนาราม ช่วงเหตุการณ์รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. ในวันที่ 19 พ.ค. 2553 เข้ายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดีกับอธิบดีอัยการ โดย ธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับหนังสือ พร้อมกับกล่าวตอบว่าจนถึงปัจจุปันสำนักงานอัยการยังไม่ได้รับสำนวนคดีนี้จากดีเอสไอ

ข่าวสดออนไลน์และโพสต์ทูเดย์ รายงานตรงกันว่า พะเยาว์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังการพูดคุยกับตัวแทนผู้มารับหนังสือด้วยว่า กรณีนี้ เหมือนเป็นการโยนกันไปโยนกันมา อัยการบอกทางดีเอสไอยังไม่ได้ส่งมา วันนี้ที่ตนมาหมดเวลาของการร้องขอแล้ว โดยตนจะไปปรึกษาทนายความว่าจะดำเนินการฟ้องร้องอัยการกับดีเอสไอที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดองคดีทั้งหมด  ถึงตนจะรู้ว่าตอนนี้ ดีเอสไอ ไม่เหมือนเก่า เจ้าหน้าที่สอบสวนชุดเดิมตั้งแต่ปี 53 ถูกย้ายออกหมดตั้งแต่รัฐประหาร ตอนนี้เขากุมอำนาจหมด คดีที่ควรจะเป็นไปก็ถูกกักดองไว้ พูดตลอดเวลาเรื่องกระบวนการยุติธรรม เรื่องกฎหมาย ก็ถึงเวลาที่ตนจะใช้กฎหมายจัดการบ้าง

ต่อคำถามที่ว่าจะฟ้องคดีต่อศาลเองหรือไม่ นั้น พะเยาว์ ตอบว่า ถ้าเป็นไปได้จะดูรูปแบบของกระบวนการยุติธรรม การฟ้องเองต้องรอให้มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งก่อน คิดว่าความจริงหลักฐานมีเยอะมาก แต่ว่าหลักฐานทุกอย่างถูกบังคับให้ปิดปากเงียบ เอกสารทุกอย่างถูกบังคับให้อยู่ในลิ้นชักปิดล็อกกุญแจ แต่คิดว่าถ้าคดีโผล่ขึ้นมาตอนนี้ใครจะเดือดร้อน ข้อมูลที่ศาลให้มาทุกอย่างชัดเจนหมด ระบุหน่วยงาน แค่ไม่ได้ระบุชื่อใครยิง

ขณะที่ ณัทพัช อัคฮาด น้องชายของ กมนเกด กล่าวเสริมว่า กองทัพก็พูดตลอดคนที่ตายเป็นฝีมือชายชุดดำ ฉะนั้นกองทัพควรมาร่วมมือกันหาทางออกเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ว่าตกลงใครทำให้ตาย เพราะทหารก็เสียชีวิตเหมือนกัน ไม่มีใครควรตายในเหตุการณ์นี้ ถ้าทหารจริงใจที่จะหาคำตอบก็ควรจะร่วม ไม่ใช่ดึงให้ล่าช้าขนาดนี้ ส่วนประเด็นที่เราร้องให้กระทรวงกลาโหมสอบนายพลลึกลับที่เข้ามาแทรกแซงนั้น ทราบว่าสำนักนายกฯ มีหนังสือว่าเรื่องนี้กระทรวงกลาโหมจะตั้งคณะกรรมการค้นหาบุคคลดังกล่าว ถ้าหาตัวไม่ได้ตนก็จะฟ้องกระทรวงกลาโหมอีกตามมาตรา 157 เช่นกัน

สำหรับบทสนทนาระหว่าง พะเยาว์ และตัวแทนอธิบดีอัยการที่มารับมอบหนังสือนั้น ข่าวสดออนไลน์และโพสต์ทูเดย์ รายงานตรงกันด้วยว่า พะเยาว์ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่มายื่นหนังสือทวงถามคดี เนื่องจากทราบว่าคดีการเสียชีวิตของบุตรสาวนั้นอยู่ในการพิจารณาของพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เนื่องจากศาลได้มีคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพมาตั้งเเต่ปี 2556 เเล้ว เเต่กลับรู้สึกว่าคดีความมีความล่าช้ามานานเกินไป ดั่งคำที่ว่าความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม ทำให้ตนต้องดิ้นรนมาเรื่องจากทราบว่าคดีมาอยู่ในมืออัยการเเล้ว เเต่กลับยังไม่มีการยื่นฟ้องต่อศาล

พะเยาว์ กล่าวอีกว่า ยังมีข่าวปรากฎตามสื่อมวลชนว่าในสำนวนที่มีคนเจ็บได้มีการถูกทำให้เป็น สำนวนมุมดำ หรือยุติการสอบสวนไปเเล้ว เเละข่าวยังระบุอีกว่าในสำนวนที่มีคนเสียชีวิตก็จะถูกทำให้เป็นสำนวนมุมดำเช่นกัน ตนเป็นเเม่ของลูกที่ถูกยิงในวัดที่เป็นเขตอภัยทาน เเละศาลได้มีคำสั่งชี้ชัดไปเเล้วถึงสาเหตุการตาย เราจึงสงสัยว่าอัยการมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่หรือถูกผู้มีอำนาจเเละนายพลเข้าเเทรกเเซงให้ยุติการสอบสวน วันนี้ตนจึงมาขอความชัดเจนในเรื่องนี้

ธรัมพ์ กล่าวว่าทางสำนักงานอัยการสูงสุด โดยสำนักงานคดีพิเศษได้มีการเเบ่งคดีสลายการชุมนุมเป็น 3 กลุ่มคร่าวๆ ซึ่งข้อมูลอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับของดีเอสไอที่ปรากฎตามสื่อมวลชนเมื่อวานนี้ คือ 1 กลุ่มที่ได้มีการยื่นไต่สวนชันสูตรพลิกศพที่ศาลไปเเล้วเเละศาลได้ชี้เหตุการตายเเล้ว 2.กลุ่มที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนอยู่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เเละกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น กว่า 2,000 ราย ส่วนที่ นางพะเยาว์ระบุว่าสำนวนคดี ที่มีการไต่สวนชันสูตรพลิกศพซึ่งรวมสำนวน 6 ศพวัดปทุมฯอยู่ในมืออัยการนั้น ข้อเท็จจริง นั้นสำนวนเหล่านี้ทางดีเอสไอเคยส่งมายังพนักงานอัยการเเล้วจริง เเละพนักงานอัยการก็ได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนชันสูตรพลิกศพจนศาลมีคำสั่งชี้สาเหตุการตายไปหลายคดี

ในคดีที่ศาลมีคำสั่งว่าการกระทำให้เสียชีวิตเกิดจากฝั่งเจ้าหน้าที่ ซึ่งรวมสำนวน 6 ศพวัดปทุมฯ สำนวนจะถูกส่งกลับไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เเละเท่าที่เราตรวจสอบพบว่าสำนวนดังกล่าวในปัจจุบันยังอยู่ที่ดีเอสไอ ซึ่งยังดำเนินการอยู่เเละยังไม่ได้ส่งกลับมาอัยการในรูปเเบบไหนไม่ว่าจะเป็นเรื่องสำนวนมุมดำหรือรูปเเบบปกติ

ขณะที่ พะเยาว์ ถามย้ำว่า หากสำนวนยังไม่ส่งมาอัยการเเปลว่าอยู่ที่ดีเอสไอเเละตนต้องไปที่ดีเอสไอ ใช่หรือไม่ อัยการสามารถเร่งรัดได้หรือไม่

ด้าน ธรัมพ์ ตอบว่า ใช่ ซึ่งทางสำนักงานอัยการก็ได้มีการเร่งรัด โดยเราจะประสานไปทางดีเอสไออยู่ เเละจะประสานไปอีกครั้ง ส่วนที่การระบุว่ามีการทำเป็นสำนวนมุมดำนั้น ทางอัยการยังไม่เห็นเเละทราบเรื่องดังกล่าว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวที่อยู่ในที่ประชุมขณะนั้นสอบถามด้วยว่า นอกจากสำนวน 6 ศพวัดปทุมฯสำนวนไต่สวนชันสูตรศพอื่นๆ ที่ศาลมีคำสั่งไปเเล้วอย่างคดี พัน คำกอง ที่ศาลมีคำสั่งเป็นคดีเเรกมีการทำสำนวนสอบสวนส่งมายังอัยการคดีพิเศษเเล้วหรือไม่

โดยที่ ธรัมพ์ ตอบว่า ตนเข้าใจว่าของนายพันคำกอง ยังมาไม่ถึงเเต่เนื่องจากทางสำนักงานอัยการเรายื่นไต่สวนชันสูตรพลิกศพเป็นจำนวนมาก บางส่วนอาจจะมีข้อมูลไม่ครบ จึงอาจจะมีสำนวนบางส่วนส่งมายังอัยการบ้างเเล้ว ต้องไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีก ส่วนสาเหตุที่ดีเอสไอยังไม่ส่งสำนวนนายพัน ก็อาจจะมีประเด็นที่ดีเอสไอต้องไปสืบหาสาเหตุการตายให้ละเอียดเช่นว่าศาลชี้ว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐก็ไปสืบว่าใครเป็นผู้ลงมือ

ต่อคำถามที่ว่า ที่ดีเอสไอได้เเถลงว่าทางอัยการได้เคยมีความเห็นว่าคดีการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นกลุ่มเดียวกับที่ศาลฎีกาเคยชี้ว่า คดีการสั่งการของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เเละสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นอำนาจ ปปช. พนักงานอัยการเลยสั่งให้ดีเอสไอนำสนวนการปฏบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ส่งไปยัง ปปช.

ธรัมพ์ ตอบว่า คดีนายอภิสิทธิ์ เเละสุเทพ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเรื่องเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่เป็นอำนาจ ป.ป.ช.ดำเนินการ ก็ส่งไป โดยที่คดียังไม่ได้ชี้ว่าใครผิดใครถูก ส่วนหากเป็นสำนวนที่ดีเอสไอได้สอบสวนเเละมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐเเละส่งมาอัยการ ทางอัยการก็จะต้องมีการพิจารณาก่อนว่าจะมีคำสั่งหรือดำเนินการอย่างไร ว่าจะส่งฟ้องศาลหรือเป็นอำนาจ ปปช. ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าทางดีเอสไอขณะนี้มีการดำเนินการในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไร ทราบเเต่สำนวนของที่ชี้ตัวได้คือ อภิสิทธิ์ เเละสุเทพ ที่ศาลบอกว่าเป็นอำนาจ ป.ป.ช.

สำหรับ คดี 6 วัดปทุมวนาราม ศาลมีคำสั่งในการไต่สวนการเสียชีวิตตั้งแต่ 6 ส.ค.2556 แล้ว ว่า สุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1, อัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแห่ง ผู้เสียชีวิตที่ 2, มงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ผู้เสีย ชีวิตที่ 3, รพ สุขสถิต อายุ 66 ปี อาชีพพนักงานขับ รถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4, กมนเกด ฮัคอาด อายุ 25 ปี อาชีพพยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5, และ อัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 โดยทั้ง 6 ศพ ถูกยิงเสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. สมัย อภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ศาลสั่งว่าผู้ตายที่ 1,3-6 ถึงแก่ความตายเนื่องจากกระสุนปืน .223 จากทหารกองพันจู่โจมพิเศษที่ 3 ค่ายเอราวัณ จ.ลพบุรี ที่ประจำอยู่บริเวณรางรถไฟฟ้า BTS หน้าวัดปทุมฯ ขณะเกิดเหตุ ส่วนผู้ตายที่ 2 ตายจากกระสุน .223 จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ที่ประจำการอยู่บริเวณถนนพระราม 1 ช่วงเกิดเหตุ ภายใต้คำสั่งของ ศอฉ.  และผลการตรวจจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่พบร่องรอยการยิงปืนของมือทั้ง 6 ศพ จึงเชื่อว่าทั้ง 6 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อาวุธปืน รวมทั้งขณะเกิดเหตุมีด่านเจ้าหน้าที่ตรวจค้นอาวุธแน่นหนา 

นอกจากนี้ ภายหลังการอ่านคำสั่งในวันนั้น ผู้สื่อข่าวประชาไทยังรายงานด้วยว่า ศาลกล่าวสรุปประเด็นให้ผู้ที่เข้าร่วมฟังด้วยว่า 1.เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานทหาร 2.ผู้ตายทั้ง 6 ไม่มีคราบเขม่าดินปืนที่มือทั้งสองข้าง แสดงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนมาก่อน 3.การตรวจยึดอาวุธในวัดปทุมวนาราม ไม่น่าเชื่อว่ามีการตรวจยึดจริง และ 4.กรณีชายชุดดำ ไม่ปรากฏว่ามีชายชุดดำอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยศาลมีคำสั่งให้นำคำสั่งนี้ส่งต่อให้พนักงานอัยการ เพื่อดำเนินการต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai