หุ้นวอลล์สตรีทร่วงระนาว หลังข่าวจับกุมผู้บริหาร 'หัวเหว่ย'-ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลังเลการตัดสินใจปรับดอกเบี้ย

วอลล์สตรีทเจอนัลรายงานว่าหลังจากที่มีข่าวประเทศตะวันตกจับกุมตัว ซาบรีนา เมิ่งว่านโจว รองประธานฝ่ายการเงินและลูกสาวผู้ก่อตั้งบริษัท 'หัวเหว่ย' บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ในจีน บวกกับการที่ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ประกาศรอดูในเรื่องการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ตลาดหุ้นดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ก็ร่วงระนาวถึง 785 จุด รวมถึงดัชนีตลาดหุ้นใหญ่อื่นๆ ก็ปรับตัวลดลงมาก โดยวอลล์สตรีทเจอนัลระบุว่ากำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว

สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่าตลาดหุ้นในช่วงตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. 2561 มีการปรับตัวลดลงมากหลังจากที่มีข่าวเรื่องการจับกุมตัว ซาบรีนา เมิ่งว่านโจว รองประธานฝ่ายการเงินและลูกสาวผู้ก่อตั้งบริษัท 'หัวเหว่ย' บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ในจีน โดยที่ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าจับกุมด้วยสาเหตุใดแต่มีการตั้งสมมุติฐานว่าน่าจะเป็นเรื่องที่หัวเหว่ยถูกสอบสวนกรณีการละเมิดข้อตกลงคว่ำบาตรอิหร่าน

อย่างไรก็ตามสื่อวอลสตรีทเจอนัลและเอเชียไทม์รายงานว่ามีกรณีอื่นๆ ที่อาจจะส่งผลต่อการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นซึ่งจากกราฟแสดงให้เห็นว่าลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ก่อนดิ่งหนักอีกในกลางสัปดาห์ เช่น กรณีเรื่องราคาน้ำมันลดลงและเรื่องที่ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าจะรอดูในเรื่องการปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นซึ่งอาจจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในปีหน้า วอลสตรีทระบุว่าการดิ่งลงของตลาดหุ้นนี้แสดงให้เห็นถึงภาวะความผันผวนของตลาดหุ้นนับตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 เป็นต้นมา

มาร์ค เอสโปซิโต ประธานบริหารของบริษัทการเงินเอสโปซิโตซิเคียวริตีส์กล่าวว่ามันเป็นวันที่ "บ้าคลั่งที่สุดวันหนึ่ง" ของวงการตลาดหุ้น และกล่าวว่าถ้าหากธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงผ่อนผันเรื่องการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยก็ชวนให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ในวันที่มีรายงานข่าวเรื่องนี้คือวันที่ 6 ธ.ค. ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นราคาสูงระดับบลูชิพตกลง 79.4 จุดหรือราวร้อยละ 0.3 ส่วนดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ลดลง 4.11 จุดหรือราวร้อยละ 0.2 โดยที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองดัชนีหุ้นมีระดับสูงมากตลอดในช่วงปีนี้ ขณะที่ดัชนีแนสแด็กคอมโพสิตเพิ่มสูงขึ้น 29.83 จุด หรือราวร้อยละ 0.4 ทำให้ดัชนีที่เน้นทางด้านเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้นรวมร้อยละ 4.1 ในปี 2561

การปรับตัวลดลงอย่างหนักนี้ก็ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินกันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสน้อยลงในการที่จะพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยให้เพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ได้มีฉันทามติออกมาชัดเจนในเรื่องนี้จากการประชุมล่าสุดประจำเดือน ธ.ค.

เอเชียไทม์รายงานว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีท่าทีรั้งรอการปรับอัตราดอกเบี้ยจากนโยบาย "ขึ้นอยู่กับข้อมูล" อาจจะเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. 2562

เรียบเรียงจาก

Stocks Stage Recovery After Dow Drops Over 700 Points, Wall Street Journal, 06-12-2018
https://www.wsj.com/articles/stocks-stage-recovery-after-dow-drops-over-700-points-1544075565

US stocks pare losses on news that Fed eyeing ‘wait-and-see’ approach, Asia Times, 07-12-2018
http://www.atimes.com/article/us-stocks-pare-losses-on-news-that-fed-eying-wait-and-see-approach/
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น