ศูนย์ทนายฯ เผยทหาร-ตร.ควบคุม-คุกคามคนเสื้อดำต่อเนื่อง 9 รายยังไม่ได้ปล่อยตัว

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษย์ชนเผยมีข้อมูลว่ามีบุคคลถูกควบคุมตัวไปอีกอย่างน้อย 4 ราย รวมเป็น 9 ราย ล่าสุด ยังไม่มีข้อมูลว่าได้รับการปล่อยตัว ขณะที่มีการติดตาม คุกคาม คนที่เคยใส่หรือมีเสื้อดำอีกหลายราย คาดเกี่ยวข้องกับเสื้อสีดำมีสัญลักษณ์กลุ่มสหพันธรัฐไท ด้านทหารบอกเกรงจะออกไปเคลื่อนไหวในช่วงที่มีกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก”

ที่มาภาพ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนูายชน

9 ธ.ค.2561 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษย์ชน รายงานว่า หลังจากที่ศูนย์ทนายฯ ได้รายงานว่ามีบุคคลถูกควบคุมตัวไปค่ายทหารในจังหวัดต่าง ๆ รวม 5 ราย เมื่อวันที่ 7-8 ธ.ค. ที่ผ่านมา คาดว่าเกี่ยวข้องกับเสื้อสีดำมีสัญลักษณ์กลุ่มสหพันธรัฐไท

ศูนย์ทนายฯ ยังได้รับแจ้งเพิ่มเติมจากเพื่อนและญาติของนางสาวจินดา (สงวนนามสกุล) แม่ค้าขายส่งขนม 1 ใน 5 จำเลยคดีเสื้อสหพันธรัฐไทว่า เช้าวันที่ 8 ธ.ค. 61 เวลาประมาณ 07.00 น. มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปควบคุมตัวจินดา ไปจากบ้านพักในจังหวัดชลบุรี ซึ่งจินดาพักอยู่กับมารดา แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวจินดาไปด้วยสาเหตุอะไร นำตัวไปไว้ที่ใด รวมทั้งไม่สามารถติดต่อจินดาทางโทรศัพท์ได้ 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกันยายน 2561 ก่อนถูกดำเนินคดีเสื้อสหพันธรัฐไท ในข้อหา เป็นอั้งยี่และยุยงปลุกปั่น จินดาเคยถูกควบคุมตัวอยู่ในมณฑลทหารบกที่ 11 นาน 7 วัน จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบเสื้อยึดและเสื้อโปโลสีดำ มีตราสัญลักษณ์ขาวแดงที่หน้าอก จำนวน 16 ตัว พร้อมกล่องพัสดุไปรษณีย์ในรถยนต์ของเธอ  ต่อมา จินดาได้รับการประกันตัวหลังถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลางกว่า 1 เดือน 

ศูนย์ทนายฯ ยังได้รับแจ้งว่า มีบุคคลถูกควบคุมตัวในค่ายทหารในจังหวัดแห่งหนึ่งอีก 3 ราย ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 61 จากเหตุใส่เสื้อสีดำไปที่ห้างสรรพสินค้าในวันที่ 5 ธ.ค. รวมมีบุคคลถูกควบคุมตัวอยู่ในค่ายทหารตั้งแต่ในช่วงวันที่ 7-8 ธ.ค. อย่างน้อย 9 ราย โดยถึงเย็นวันที่ 9 ธ.ค. ยังไม่มีข้อมูลว่า ทั้งหมดได้รับการปล่อยตัว

จำเลยคดีเสื้อสหพันธรัฐไท: เป้าหมายการติดตาม

ศูนย์ทนายฯ รายงานต่อว่า จำเลยในคดีเสื้อสหพันธรัฐไทอีก 1 ราย คือ นายเทอดศักดิ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถูกตำรวจคุมตัวพร้อมกับนางประพันธ์ (สงวนนามสกุล) จากด้านหน้าร้านแมคโดนัลด์ สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ ไปที่ สน.ลาดพร้าว อ้างเหตุว่า พบการนัดชุมนุมที่บริเวณห้างในวันดังกล่าว จึงคุมตัวไปซักถามก่อนปล่อยตัวในตอนค่ำ และนางประพันธ์ถูกเจ้าหน้าที่มาควบคุมตัวไปจากอพาร์ทเมนต์ที่พักอีกครั้งเมื่อเช้าวันที่ 8 ธ.ค. โดยไม่ทราบสาเหตุและสถานที่ควบคุมตัว เช้าวันเดียวกันทหารโทรศัพท์หาเทอดศักดิ์ บอกว่าจะไปเยี่ยมที่บ้านและที่ทำงาน ล่าสุด ตลอดวันนี้ไม่สามารถติดต่อเทอดศักดิ์ทางโทรศัพท์ได้ โดยยังไม่ทราบว่า เขาถูกควบคุมตัวไปเช่นเดียวกับประพันธ์และจินดาหรือไม่

ขณะที่ในเย็นวันที่ 8 ธ.ค. 61 มีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปหานางวรรณภา (สงวนนามสกุล) สาววินมอเตอร์ไซค์ลูกสอง จำเลยที่ 4 ในคดีเดียวกัน แจ้งว่า ในวันที่ 9 ธ.ค. จะมีตำรวจติดตามไปไหนมาไหนด้วย ให้วรรณนภาใช้ชีวิตไปตามปกติ โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารอวรรณภาที่ที่พักใน จ.สมุทรปราการแต่เช้า และตามวรรณภาไปดูหนัง เดินห้าง แต่เมื่อวรรณภาจะกลับที่พักในเวลา 15.00 น. ตำรวจกลับขอให้เธอไปนั่งรอที่สนามหน้าศาลากลางสมุทรปราการก่อนจนกระทั่งเวลา 17.00 น. จึงปล่อยให้วรรณภากลับบ้าน

เฝ้าทั้งวันทั้งคืน หน้าบ้านแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้เคยถูกควบคุมตัวไปค่ายจากเหตุใส่เสื้อดำ

เย็นวันที่ 8 ธ.ค. 61 เช่นกัน ศูนย์ทนายฯ ได้รับแจ้งจากหลานสาวของสุรางคณาง (นามสมมติ) ว่า ที่หน้าบ้านของสุรางคณางซึ่งอยู่กับลูกสาววัยประถม เพียง 2 คน มีเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบประมาณ 10 นาย มาเฝ้า เมื่อสอบถามทหารก็แจ้งว่า จะมาเฝ้าทั้งคืน เนื่องจากเกรงจะออกไปเคลื่อนไหวในช่วงที่มีกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตลอดทั้งวันก็ยังมีเจ้าหน้าที่สลับสับเปลี่ยนกันมาเฝ้าที่หน้าบ้านสุรางคณาง โดยที่เธอเองก็ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน

ทั้งนี้ สุรางคณางเคยถูกควบคุมตัวจากบ้านในเขตประเวศ กรุงเทพฯ ไปที่ มทบ.11 จากเหตุที่เธอเคยใส่เสื้อสีดำมีสัญลักษณ์กลุ่มสหพันธรัฐไท อย่างไรก็ตามเธอถูกปล่อยตัวในค่ำวันเดียวกัน โดยไม่ถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับบุคคลอื่นที่ถูกควบคุมตัวในช่วงเวลาเดียวกันจากเหตูมีเสื้อดังกล่าวในครอบครอง

ถูกติดตามอย่างหนัก หลังถูกตำรวจเรียกคุยขณะใส่เสื้อดำในห้าง

ศูนย์ทนายความฯ ยังได้รับแจ้งจากนางรานี (สงวนนามสกุล) ถึงการถูกติดตามจากเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2 วันนี้ โดยเมื่อคืนวันที่ 7 ธ.ค. 61 เวลาประมาณ 20.15 น. มีทหารในเครื่องแบบและตำรวจสวมเสื้อกั๊กมาขอค้นบ้าน อ้างว่าเธอขัดคำสั่ง คสช. โดยไม่แสดงหมายค้น อ้างอำนาจตามมาตรา 44 แต่รานีไม่ยินยอมให้เข้าค้นเนื่องจากเป็นยามวิกาล ภายหลังเจ้าหน้าที่จึงเดินทางกลับ โดยบอกว่า จะมาแจ้งข้อหาในวันรุ่งขึ้น

ต่อมา ในเย็นวันที่ 8 ธ.ค. มีเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านรานี 1 นาย อ้างว่าเป็นตำรวจสายสืบ มีหน้าที่มาเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของรานี โดยได้ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้กับสามีของรานี และให้โทรศัพท์แจ้งทุกครั้งที่รานีออกจากบ้าน หลังจากเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวกลับไปราว 2 ชั่วโมง ก็โทรหาสามีให้ถ่ายรูปรานีส่งทางไลน์ เพื่อนำไปรายงานว่า รานีอยู่บ้าน

เช้าวันนี้ (9 ธ.ค.) เวลาประมาณ 08.30 น. มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทั้งนอกและในเครื่องแบบหลายนายไปที่บ้านของเธออีก แจ้งว่าทางผู้บังคับบัญชาทั้งฝ่ายทหารและตำรวจต้องการเชิญตัวเธอไปพูดคุย แต่เธอปฏิเสธที่จะไปหากไม่มีหมายและไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้ามาในบริเวณบ้าน ภายหลังเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้กลับไป อีกส่วนหนึ่งเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่บริเวณหน้าบ้าน และบอกว่าหากวันนี้รานีจะออกไปไหนให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ก่อนด้วย

ต่อมา เวลาประมาณ 14.00 น. สายสืบคนเดิมไปพบรานีอีกครั้ง ครั้งนี้แสดงบัตรเจ้าหน้าที่ว่าเป็นตำรวจสืบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) พร้อมทั้งแจ้งว่า ทหารขอความร่วมมือให้เขามาติดตามดูเธอ และรายงานกลับไปให้ทราบ ทั้งยังแจ้งว่า ทหารต้องการควบคุมตัวเธอไปด้วย ล่าสุดในช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่คนเดิมโทรศัพท์ให้สามีถ่ายรูปรานีขณะอยู่ที่บ้านส่งไปให้อีก

กรณีรานีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา เธอใส่เสื้อยืดสีดำออกไปที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รามอินทรา และไปนั่งกินข้าวที่ KFC ระหว่างนั้นตำรวจนอกเครื่องแบบ 4-5 นาย ได้เข้ามาพูดคุย และขอให้เธอไปกับพวกเขา แต่รานีไม่ยอมไป หากจะคุยขอให้คุยที่ตรงนี้ และขอถ่ายบัตรของตำรวจไว้ ต่อมา เธอได้เล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนฟัง พร้อมทั้งส่งรูปบัตรของตำรวจให้เพื่อนดูทางไลน์ ภายหลังปรากฎว่ารูปที่เธอส่งถูกนำไปเผยแพร่ในยูทูบโดยที่เธอไม่ทราบเรื่อง

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น