บ้านพักฉุกเฉิน ยื่น 7 ข้อเสนอต่อ พม.เร่งออกมาตรการแก้ปัญหารุนแรงทางเพศ

บ้านพักฉุกเฉิน จัดกิจกรรมยุติความรุนแรงทางเพศ เปิดเวทีรับฟังเสียงผู้เสียหายที่ถูกกระทำความรุนแรง พร้อมยื่น 7 ข้อเสนอต่อ พม. เร่งออกมาตรการแก้ปัญหาความรุนแรง เน้นสร้างความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ

11 ธ.ค.2561 วันนี้ ที่สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ  โดย ลานทิพย์ ทวาทศิน นายกสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก ปี 2561 จัดโดย สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ร่วมกับ บ้านพักฉุกเฉินดอนเมือง มูลนิธิพิทักษ์สตรีและมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม  ภายในงานมีการแสดงละครชีวิต (จริง) “เจ็บนี้..ใครช่วยฉันได้” จากสมาชิกบ้านพักฉุกเฉิน และกล่าวสุนทรพจน์, นิทรรศการ “เขาวงกตแห่งความทุกข์” เรื่องเล่าความรุนแรงจากผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศ

จากนั้นตัวแทนสมาชิกบ้านพักฉุกเฉิน ได้ยื่นข้อเสนอต่อ เลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยนางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ตัวแทนสมาชิกบ้านพักฉุกเฉิน กล่าวถึงจุดยืนและข้อเสนอต่อ พม. 7 ข้อดังนี้ 1. เมื่อไปจดทะเบียนสมรสแล้วควรมีคู่มือ “ผัว-เมีย”เพื่อเป็นกติกาในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน 2. ควรมีศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงในชุมชน หมู่บ้าน ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์ในภาพรวมแต่ไม่มีประสิทธิภาพ 3. มีการติดตามคดีที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และควรควบคุมตัวผู้กระทำทันทีเพื่อป้องกันการถูกกระทำซ้ำ ไม่ใช่ ควบคุมผู้ถูกกระทำ(ผู้หญิง) 4. เมื่อผู้หญิงและเด็กถูกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ควรมีการดำเนินคดีผู้กระทำด้วยความรวดเร็ว 5. ควรมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก 6. เมื่อมีการฟ้องร้องคดีอยากให้มีกองทุนยุติธรรมที่เข้าถึงได้ง่าย และ 7. ควรจัดตั้งกองทุนพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ให้สามารถนำไปประกอบอาชีพ/เงินสำหรับดูแลตัวเองและบุตรให้มีความมั่งคงสืบไป

“ข้อเสนอทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พวกเราอยากให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างเปลี่ยนแปลง จากประสบการณ์ของเพื่อนๆที่เป็นผู้ถูกกระทำ หลายคนต้องทนกับเจ้าหน้าที่ที่เลือกปฏิบัติ หรือ ตำรวจเรียกเก็บเงิน ต้องจ่ายส่วนแบ่ง หรือไม่รับแจ้งความคิดแค่ว่าเป็นเรื่องผัวเมีย เช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับตนเอง ด้วยความที่ไม่รู้กฎหมาย ทนทุกข์กับอดีตแฟนที่ทำร้ายร่างกายมาทั้งก่อนตั้งครรภ์จนคลอดก็ยังถูกทำร้าย กระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากบ้านพักฉุกเฉิน อยากฝากถึงผู้หญิงทุกคนว่า อย่ากลัวที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ อย่าคิดว่าอยู่ตัวคนเดียว เพราะมีคนอีกมากที่พร้อมจะช่วยเรา” นางสาวเอ กล่าว

อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พม. กล่าวภายหลังรับข้อเสนอว่า จะนำข้อเสนอเข้าที่ประชุมเชิงนโยบายระดับชาติ และระดับจังหวัด ทั้งนี้ทางกรมกิจการสตรีฯมีภารกิจสร้างครอบครัวให้เข้มแข็ง พยายามแก้กฎหมายการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งขณะนี้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เตรียมเข้าสู่สภาภายในธ.ค.นี้ ส่วนเนื้อหาระบุว่า นายทะเบียนที่เป็นผู้รับจดทะเบียน จะต้องแจ้งสิทธิต่างๆในการสร้างครอบครัว นอกจากนี้เรายังจัดทำหลักสูตรให้ความรู้การสร้างครอบครัวก่อนแต่งงาน 

“ทัศนคติของคนในสังคมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น คือเริ่มมองเห็นความรุนแรงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เริ่มออกมาแจ้งความเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมา พม. รณรงค์ไม่ยอมรับไม่นิ่งเฉย ปัญหาของสังคมไม่ใช่เรื่องส่วนตัว โดยกลไกที่พัฒนาได้ดี คือ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม1300 ที่ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะรับฟังปัญหาและให้คำปรึกษา นอกจากนี้การพัฒนาพื้นส่วนตำบล เราสามารถยกระดับศูนย์พัฒนาชุมชนขึ้นเป็นศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขความรุนแรงของครอบครัว (ศกกต.) ที่ทำเฉพาะด้านการยุติความรุนแรง ปีนี้ทำได้ 21 จังหวัด 42 พื้นที่ ผู้ประสบปัญหาสามารถเข้ามาอยู่อาศัย รับการดูแลและมีการฝึกอาชีพ และเพิ่มศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขความรุนแรงให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ” เลิศปัญญา กล่าว 

ณัฐิยา ทองศรีเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ บ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง กล่าวว่า บ้านพักฉุกเฉินดูแลปัญหาความรุนแรงทุกรูปแบบแต่ละวันรับเคสเข้าออกประมาณ 80-85 ราย หรือใน 1 ปี ประมาณ 300 ราย ส่วนใหญ่เป็นปัญหาท้องไม่พร้อม ติดเชื้อเอชไอวีถูกกระทำความรุนแรง โดยบ้านพักจะดูแลตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้า ที่พักยารักษาโรค มีทีมพยาบาล อาสาสมัคร นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาดูแลตลอด 24 ชั่วโมงนอกจากนี้ทางบ้านพักยังมีศูนย์การศึกษาและฝึกอาชีพ โครงการเพิ่มต้นทุนชีวิตใหม่โดยมีเงินให้เพื่อนำไปใช้ดำเนินชีวิตหลังจบการศึกษา ม.6

“สิ่งที่น่าห่วงในบ้านพัก คือ การฟื้นฟูเยียวยาต้องเร่งทำอย่างมาก เนื่องจากเคสที่เข้ามาต้องถูกกดทับ เกิดความเครียดซึมเศร้า ซึ่งต้องเน้นการเสริมพลังกายใจให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการเน้นให้ผู้ประสบปัญหาความรุนแรงมาบอกเล่าเรื่องราวผ่านการแสดงต่างๆ ซึ่งเป็นชีวิตจริงที่เขาต้องเผชิญ สะท้อนผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม เพราะจากการพูดคุยกับเคส สิ่งแรกที่สะท้อนออกมาคือ เข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม ถูกปฏิเสธ ไม่ได้รับการต้อนรับที่ดี ไม่เป็นมิตร ไม่รับแจ้งความ พยายามให้ไกลเกลี่ย ขณะเดียวกันเมื่อไปตรวจร่างกาย กลับถูกเหยียดหยามด้วยสายตา และคำพูดไม่ดี ทำให้เหมือนเป็นการถูกกระทำซ้ำ และหลายรายที่ถูกกระทำเมื่อไปถึงโรงพยาบาลกลับปฏิเสธการรักษา จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมด้วยช่วยกันขจัดปัญหาความรุนแรง เพิ่มความรวดเร็ว ไม่ให้ปัญหาบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่จนแก้ไขไม่ทัน ที่สำคัญต้องไม่เลือกปฏิบัติ ควรทำให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียม และหวังว่าข้อเสนอจากผู้หญิงที่ถูกทำร้าย ทั้งเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย สวัสดิการต่างๆในครั้งนี้จะเป็นจริง” ณัฐิยา กล่าว

ขณะที่ มณี ขุนภักดี ผู้จัดการฝ่ายจัดการความรู้ มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม กล่าวว่า หากย้อนกลับไปทบทวนการรณรงค์ยุติความรุนแรงที่ผ่านมา แทบเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ที่หมดไปกับค่าจ้างออแกไนเซอร์ ค่าตัวดารานักแสดง ค่าเสื้อและสื่อรณรงค์ ค่าสถานที่ ค่าตอบแทนการแสดง และอื่นๆ อีกมากมาย หากเอางบประมาณบางส่วนมาเป็นกองทุนพิเศษสำหรับผู้หญิงที่ประสบความรุนแรงคงมีประโยชน์มากกว่า อยากเห็นการต่อยอดที่นำไปสู่การมีช่องทางการช่วยเหลือ การเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสบความรุนแรงที่มีความเข้าใจทั้งต่อผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ ไม่อยากเห็นการรณรงค์ที่จัดแล้วจบไปแต่ละปี ปีหน้าก็เปลี่ยนประเด็นใหม่ และการรณรงค์ครั้งนี้เป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการรณรงค์ยุติความรุนแรงที่เจ้าของประสบการณ์ความรุนแรง ได้ลุกขึ้นมาสะท้อนปัญหาจากมุมมองตัวเอง และได้เสนอทางออกในการแก้ไขปัญหา ได้อย่างตรงจุด 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท