FFFE และ 7 พรรคการเมืองร้อง กกต. แก้กฎหมาย 1 พรรค 1 เบอร์

เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และมีผลในทางปฏิบัติ พร้อมตัวแทน 7 พรรคการเมืองเรียกร้อง กกต. แก้กฎหมาย 1 พรรค 1 เบอร์เหมือนกันทั่วประเทศ ใส่ชื่อพรรคและโลโก้ลงในบัตรลงคะแนน หวังกติกาที่เป็นธรรม และกรรมการที่วางตัวเป็นกลาง

ภาพจาก Banrasdr Photo

12 ธ.ค. 2561 เวลาประมาณ 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และมีผลในทางปฏิบัติ (FFFE) (เฟย์) นำโดย อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมอิสระ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมือง 7 พรรคประกอบด้วย เพื่อไทย ไทยรักษาชาติ เสรีรวมไทย อนาคตใหม่ สามัญชน ประชาชาติ และเพื่อชาติ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. เนื่องจากมีข้อกังกลเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งหลายประการ

อนุสรณ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ได้เดินทางมาพบกับ กกต. โดยในครั้งนั้นได้มาให้กำลังใจเนื่องจากเห็นว่า กกต. กำลังทำงานอยู่ภายใต้สภาพการณ์ที่กดดันทำให้ กกต. ในฐานะองค์กรอิสระไม่สามารถทำงานได้อย่างอิสระตามที่คาดหวัง แต่ในช่วงที่ผ่านมาเมื่อสัปดาห์ก่อน กลับมีเหตุที่ทำให้ทางเครือข่ายมีความกังวลมากขึ้น วันนี้จึงไม่ได้มาในลักษณะของการให้กำลังใจแต่ต้องการมาเพื่อยื่นข้อเรียกร้องกับ กกต. ซึ่งมีตัวแทนพรรคการเมืองเดินทางมาเรียกร้องด้วยทั้งหมด 7 พรรคการเมือง ด้วยความคาดหวังว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม

FFFE มอบผักบุ้งบำรุงสายตา พร้อมแคลเซียมเสริมสร้างกระดูกสันหลังให้ กกต.

จากนั้น อนุสรณ์ ได้อ่านแถลงการณ์ ซึ่งมีใจความสำคัญว่า นับตั้งแต่ กกต. ชุดใหม่ได้เข้าปฎิบัติหน้าที่ ทางเครือข่ายฯ ได้เผ้าจับตาการทำงานของ กกต. อย่างใกล้ชิดและมีข้อกังวลหลายประการ โดยเฉพาะการแทรกแซงการทำงานของ กกต. โดยคำสั่งหัวหน้า คสช. จึงได้เรียกร้องให้มีการปลดล็อคการเมืองและคำสั่งที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน หยุดการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แทรกแซงการจัดการเลือกตั้ง ตรวจสอบความสัมพันธ์ของพรรคการเมืองกับ คสช. และให้รัฐบาล คสช. เปลี่ยนสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ ตามที่ปรากฏในรายงานของสื่อมวลชนแล้วนั้น บัดนี้เครือข่าย FFFE รวมถึงภาคประชาชนและพรรคการเมืองจำนวนมากมีข้อกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของการจัดการเลือกตั้ง เช่น การเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือความเป็นไปได้ที่ กกต. จะพิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยปราศจากสัญลักษณ์และชื่อพรรคการเมือง (ภายใต้เงื่อนไขที่พรรคการเมืองต้องจับหมายเลขแยกกันใน 350 เขต และคะแนนเสียงที่ได้จะถูกคำนวณเป็นที่นั่งของ สส. บัญชีรายชื่อพรรค) ซึ่งขัดต่อหลักการจัดการเลือกตั้งที่เป็นสากล และจะยิ่งส่งผลให้การจัดการเลือกตั้งถูกตั้งคำถามถึงความได้เปรียบเสียเปรียบมากยิ่งขึ้น เครือข่าย FFFE รวมถึงภาคประชาชนและพรรคการเมืองจึงมีข้อเรียกร้องต่อ กกต. ดังนี้

1. ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีการใช้เบอร์เดียวต่อพรรค เพื่อความสะดวกในการลงคะแนนและลดความสับสนของประชาชน 
2. กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมีข้อมูลเพียงพอสำหรับผู้ลงคะแนน โดยเฉพาะชื่อและสัญลักษณ์ของพรรคจะต้องถูกพิมพ์ลงบนบัตรด้วย 
3. เสนอและผลักดันให้รัฐบาลมีสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ และให้ คสช. หยุดแทรกแซงการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ข้อเรียกร้องนี้เป็นเพียงเงื่อนไขขั้นต่ำเพื่อให้การเลือกตั้งมีคุณภาพและสะท้อนเจตนารมณ์อันแท้จริงของประชาชน ทางเครือข่าย FFFE และผู้ร่วมแสดงจุดยืน ขอยืนยันว่าการเลือกตั้งจะต้องอยู่วางอยู่บนกติกาและบริบทที่เสรีและเป็นธรรม และ กกต. จะต้องเป็นผู้ดำเนินการให้เกิดขึ้น ในฐานะองค์กรอิสระที่มีความสำคัญยิ่งต่อการกำหนดอนาคตของประเทศด้วยเสียงของประชาชน

ภาพจาก Banrasdr Photo

ณัฏฐา กล่าวว่า พรรคที่เข้าร่วมแสดงจุดยื่นร่วมกับทางเครือข่ายฯ ในวันนี้ ประกอบด้วย เพื่อไทย ไทยรักษาชาติ เสรีรวมไทย อนาคตใหม่ สามัญชน ประชาชาติ และเพื่อชาติ ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาได้ติดต่อประสานไปแล้ว แต่ไม่สามรถมาร่วมกิจกรรมได้เนื่องจากมีภาระกิจอื่น ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ทางพรรคมีแถลงการณ์ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งโดยจุดยืนของพรรคไม่ได้แตกต่างจากเครือข่าย แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ขอเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าวต่อด้วยตัวเอง

ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า วันนี้มาตามคำเชิญของกลุ่ม FFFE เนื่องจากเห็นด้วยกับข้อเรียกร้อง และการแสดงออกของกลุ่ม ที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรีเป็นธรรม และมีผลในทางปฎิบัติ ซึ่งเป็ยสิ่งที่ประชาชนคนไทยควรแสดงจุดยืนให้ตรงกันทั่วประเทศ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรแสดงออกว่าเราต้องการอำนาจคืนจากรัฐบาลทหาร ในวันที่ 24 ก.พ. 2562 และสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องมาตลอดคือ การเลือกตั้งที่โปร่งใส เสรี และที่สำคัญคือ ความเป็นกลางของรัฐบาลทหารในการเลือกตั้ง พร้อมให้ให้อิสระในการทำหน้าที่ของ กกต. ต้องไม่มีการชี้นำ แทรกแซงการทำหน้าที่ของ กกต. นอกจากนี้ กกต. เองก็ต้องเป็นตัวของตัวเอง ต้องไม่รับคำสั่งจากใครทั้งสิ้น เพราะ กกต. ควรจะเป็นองค์กรที่เป็นกลางที่สุด

“บัตรเลือกตั้งที่สร้างความสับสนให้กับประชาชน หากว่าไม่ใส่โลโก้พรรค ชื่อของพรรคในบัตรเลือกตั้ง ตรงนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้ประชาชอาจจะใช้สิทธิผิดพลาด และก่อให้เกิดความผิดหวังซึ่งอาจจะได้รัฐบาลที่ตัวเองไม่ปรารถณา ได้รัฐบาลที่ตัวเองไม่ได้เลือก สิ่งนี้ต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อป้องกันการผิดพลาดในการใช้สิทธิของประชาชน” ลดาวัลลิ์ กล่าว

ลดาวัลลิ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยคือกลุ่มประชาชนที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ที่มารวมตัวกันเพื่อช่วยกันคิดวิธีการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ซึ่งสิ่งที่พรรคทำมาก่อนหน้านี้ได้ช่วยการปัญหาวิฤตเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีผลสำเร็จมาแล้ว การที่พรรคเพื่อไทยจะกลับไปสู่การบริหารประเทศได้จะต้องผ่านการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 2562 พรรคเพื่อไทยเคารพกฎกติกาตามกฎหมายที่ กกต. ได้ประกาศ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายรัฐธรรมนูญ แม้ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยจะไม่ลงมติไม่รับกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เพื่ออดุมการณ์ของพรรคที่ต้องการเข้าไปปัญหาวิฤตเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของการเลือกตั้งให้ดีที่สุด เพื่อไม่ทำให้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยผิดหวัง

พลโทพงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า สิ่งที่กลุ่ม FFFE เรียกร้องอยู่นี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะนายกรัฐมนตรีประเทศเยอรมันได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า หากประเทศไทยมีการเลือกตั้งที่ไม่เสรี ไม่เป็นธรรม และไม่มีผลในทางปฎิบัติแล้วจะไม่มีการตกลงเจรจาทางการค้ากัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก และไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาถกเถียงกันว่า เพื่อให้เกิดความเสรี และเป็นธรรม บัตรเลือกตั้งจะต้องมีชื่อพรรค และโลโก้พรรคอยู่หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องมี นอกจากนี้การเลือกตั้งจะได้รับการยอมรับจากนานาชาติได้ จะต้องเปิดให้มีผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากต่างประเทศเข้ามา เพราะสิ่งนี้คือตัวชี้วัดการเลือกตั้งที้เสรี และเป็นธรรม

วิรัตน์ วรศสิริน รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่า ก่อนหน้านี้บัตรเลือกตั้งมี 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกผู้สมัครในระบบเขต อีกใบเลือกพรรคการเมืองตามระบบบัญชีรายชื่อ แต่รัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ระบุให้เหลือบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว ซึ่งให้เป็นการเลือกผู้สมัคร พรรคการเมือง และให้เป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีไปพร้อมกัน ฉะนั้นในบัตรเลือกตั้งจำเป็นตั้งมีทั้ง 3 สิ่งนี้ปรากฎอยู่จึงจะถูกต้องตามหลักการเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ

ภาพจาก Banrasdr Photo

เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุว่า พรรคเพื่อชาติเห็นถึงความสำคัญของการเลือกตั้ง และมองว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นตัวแปรที่สำคัญในสายตานานาชาติที่จะคุณค่ากับประเทศ ซึ่งหากปล่อยให้รัฐบาลเผด็จการทำอะไรตามอำเภอใจต่อไปก็ส่งผลกระทบต่อสายตานานานาชาติ

อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ ตัวแทนพรรคสามัญชน ระบุว่า ประเทศไทยห่างหายไปจากการเลือกตั้งเกือบ 5 ปีแล้ว และการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ถูกมองด้วยความคาดหวังว่าจะเป็นการเปลี่ยนการเมืองไทยให้กลับไปสู่ระบอบปกติ แต่การจะกลับไปสู่การเมืองตามระบอบปกติได้ จะต้องมีกติกาที่เป็นธรรม กรรมการเองก็ต้องวางตัวเป็นกลาง

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์