'วัฒนา เมืองสุข'รอด-ศาลยกฟ้องโพสต์อัดศรีวราห์หลังหมุดคณะราษฎรหาย

ศาลยกฟ้อง "วัฒนา เมืองสุข" คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และยุยงปลุกปั่น หลังโพสต์วิจารณ์หมุดคณะราษฎรหาย ตำหนิการทำงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ โดยศาลชี้ว่าเป็นการวิจารณ์เจ้าหน้าที่รัฐ เปรียบเปรยการบริหารราชการแผ่นดินอย่างตรงไปตรงมาโดยสุจริต เป็นเสรีภาพได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ 2560

วัฒนา เมืองสุข (ที่มา: Facebook/WatanaMuangsook)

14 ธ.ค. 2561 กรณีเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ร้องทุกข์กล่าวโทษ วัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย ในความผิดฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) เหตุเกิดเดือนเมษายน 2560

จากฐานข้อมูลคดีของ iLaw การดำเนินคดีเกิดขึ้นหลังวัฒนาโพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้  พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่กล่าวถึงกรณีที่พริษฐ์ รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์ หลานของหลวงเสรีเริงฤทธิ์และกลุ่มนักศึกษา มาลงบันทึกประจำวันที่ สน.ดุสิตเมื่อ 16 เมษายน 2560 หลังหมุดคณะราษฎรหาย โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ระบุว่าตามกฎหมายผู้ร้องทุกข์จะต้องเป็นผู้เสียหายหรือเจ้าของทรัพย์มรดก ตำรวจถึงจะดำเนินการให้ แต่กรณีหมุดคณะราษฎรนี้ไม่ปรากฏว่า เป็นทรัพย์สินของใคร ตนจึงไม่รู้จะไปดำเนินการอย่างไร

ทำให้วัฒนาโพสต์ข้อความตอบโต้บนเฟซบุ๊ก ระบุตอนหนึ่งว่าหมุดคณะราษฎรถือเป็น  ‘โบราณวัตถุ’ ตามมาตรา 1 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 หมุดดังกล่าวจึงถือเป็นสมบัติของชาติ และโพสต์แนะนำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอบคุณนักศึกษาที่ใส่ใจ และยังพาดพิง พล.ต.อ.ศรีวราห์ว่าไม่มีปัญญารักษาหมุดคณะราษฎร พร้อมกล่าวหาว่าเลี้ยงเสียข้าวสุก ฯลฯ โดยคดีดังกล่าวอัยการสั่งฟ้องศาลอาญาเมื่อ 6 ตุลาคม 2560 นัดตรวจพยานหลักฐาน 18 ธันวาคม 2560 และสืบพยานโจทก์นัดแรก 9 ตุลาคม 2561 โดยจำเลยให้การปฏิเสธโดยตลอด

โดยล่าสุดวันนี้ (14 ธ.ค.) ไอเอ็นเอ็น รายงานว่า ศาลอาญารัชดาอ่านคำพิพากษาคดี ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องวัฒนา เมืองสุขในความผิดฐานกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า จำเลยโพสต์ข้อความเป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการด้านกฎหมายเท่านั้น จึงไม่เป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ รวมทั้งจำเลยได้ตำหนิติชมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐลักษณะการวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเปรยการบริหารราชการแผ่นดินอย่างตรงไปตรงมาโดยสุจริตตามที่จำเลยแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องย่อมเป็นเสรีภาพของบุคคลที่ย่อมแสดงความคิดเห็นตามระบอบการปกครองประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจำเลยได้ยุยง ปลุกปั่นชักชวนให้ประชาชนตื่นตระหนกออกมาชุมนุมก่อความวุ่นวายกระทบหรือกระด้างกระเดื่องต่อความมั่นคงของรัฐ

ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นของจำเลยจึงเป็นการแสดงความคิดเห็นตามเสรีภาพ ทางวิชาการ และเป็นการติชมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 34 วรรคสอง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น