'ประชาธิปัตย์' เสนอนโยบายเกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินแสน 'ภูมิใจไทย' ชูกำไรแบ่งปันให้ชาวนาลืมตาอ้าปาก

'พรรคประชาธิปัตย์' เสนอนโยบายการศึกษา 10 ข้อหลัก เกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินแสน เบี้ยเด็กเข้มแข็ง 0-8 ปี 1,000 บาทต่อเดือนแบบถ้วนหน้า 'พรรคภูมิใจไทย' ชูกำไรแบ่งปันให้ชาวนาลืมตาอ้าปาก 'พรรคพลังประชารัฐ' ลงใต้ระดมความเห็นจัดทำนโยบาย 'เสริม สร้าง ปรับเปลี่ยน ทำให้เกิด ด้ามขวาน 4.0' เพื่อการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน ด้าน กกต.ออกระเบียบ ป้ายหาเสียงให้ใช้เฉพาะรูปผู้สมัคร ส.ส.เขต-หัวหน้าพรรค-ว่าที่นายกที่พรรคเสนอเท่านั้น ป้ายคัตเอาต์หาเสียงจำนวนไม่เกิน 1 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต รถแห่หาเสียงไม่เกิน 10 คันต่อเขต

15 ธ.ค. 2561 เว็บไซต์ไทยโพสต์ รายงานว่านายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงเปิดตัวนโยบายครั้งแรก เรื่องการศึกษายกระดับคุณภาพลูกหลานไทยว่าการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 2562 จะเป็นโอกาสสำหรับประชาชนและประเทศ จึงขออย่าเป็นเพียงพิธีกรรมสำหรับนักการเมือง เพื่อตอบสนองอำนาจหรือผลประโยชน์ แต่ต้องการให้ประเทศหลุดพ้นวังวนเดิมๆ เพื่อเป็นโอกาสให้ประชาชนยกระดับความเป็นอยู่และประเทศเดินหน้า  ดังนั้น ประชาธิปัตย์จะเน้นนโยบายเปลี่ยนแปลงหลังเลือกตั้ง ทั้งนี้เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองจะเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจและปากท้อง สำหรับประชาธิปัตย์การเปลี่ยนแปลงประเทศต้องไปสู่ความยั่งยืนที่สุด โดยปัจจัยสำคัญของการไปสู่ความเจริญก้าวหน้า คือ คน จึงต้องมีการยกเครื่องการศึกษา เพื่อคุณภาพของเด็กไทย ขจัดความเลื่อมล้ำ ให้มีโอกาสพัฒนาตนเอง ซึ่งไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่เป็นสวัสดิการที่ควรได้รับ ทั้งนี้ เน้นพัฒนาเด็กตาม 7 เป้าหมายหลัก คือ สุขภาพดี มีทักษะการคิดวิเคราะห์ มีทักษะสองภาษา มีทักษะในการใช้เทคโนโลยี มีคุณธรรมและจิตสาธารณะ เข้าใจสิทธิและหน้าที่ และมีทักษะชีวิต และยืนยันว่านโยบายด้านการศึกษาทำแล้วมีจะความคุ้มค่าที่สุดสำหรับคนไทย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่าสำหรับนโยบายการการศึกษาจะดำเนินการใน 10 ข้อหลัก ซึ่งจะตอบโจทย์การศึกษาตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ คือ 1.เกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินแสน เบี้ยเด็กเข้มแข็ง 0-8 ปี 1,000 บาทต่อเดือนแบบถ้วนหน้า เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของเด็กตลอดปี 2.ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพดีทั่วประเทศจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพ พัฒนาหลักสูตรที่เน้นกระบวนการคิด เพิ่มครูปฐมวัยทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กมีการพัฒนาเติบโตอย่างมีคุณภาพในทุกด้าน 3.อาหารเช้า-กลางวันฟรี มีคุณภาพ ให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ผ่านสถานศึกษา โดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการที่นักเรียนควรได้รับ 4.เด็กทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ ด้วย English for All จัดการเรียนการสอนโดยเจ้าของภาษา เน้นทักษะการสื่อสารตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ของสังคมไทย 5.ปรับหลักสูตรเพื่อโลกอนาคต ตั้งแต่ระดับปฐมที่เน้นการคิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำ

“6.เรียนฟรีถึงระกับ ปวส. จบแล้วมีงานทำ ในอาชีวะศึกษาภาครัฐและเอกชน ทั้งสายช่างและพาณิชย์ พัฒนาระดับฝีมือ ทักษะการทำงานจริงเพื่อผลิตบุคลากรให้ตรงตามความต้องการของตลาด 7.การศึกษาตลอดชีวิต คูปองเพิ่มทักษะสำหรับผู้ใหญ่ แจกคูปองเพิ่มทักษะและส่งเสริมการเรียนรู้เพิ่มทักษะในด้านต่างๆ สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ให้ทันสมัยต่อความเปลี่ยนแปลงเพิ่มโอกาสสร้างอาชีพ 8.คืนครูให้นักเรียนลกภาระงานของครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน 9.จัดตั้งกองทุน Smart Education เพื่อสนับสนุน Social Enterprise และ Startup ด้านการศึกษา รวมถึงการนำเทคโนโลยี EdTech (Education Technology) เพื่อใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน และการสอบ ให้มีประสิทธิภาพ และ 10.การกระจายอำนาจจากกระทรวงสู่โรงเรียน” หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าว 

'พรรคภูมิใจไทย' ชูกำไรแบ่งปันให้ชาวนาลืมตาอ้าปาก

เว็บไซต์คมชัดลึก รายงานว่านายภราดร ปริศนานันทกุล ทีมยุทธศาสตร์พรรคภูมิใจไทย กล่าวในการประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อวางแผนการปลูกข้าวและการบริหารจัดการน้ำ ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จ.เชียงใหม่ โดยระบุถึงเรื่องนโยบาย "กำไรแบ่งปัน" หรือ PROFIT SHARING จะนำพาเกษตรกรไทยพ้นความยากจน ในส่วนของข้าวจะมีการร่างพระราชบัญญัติข้าว โดยมีเนื้อหาที่ชัดเจนว่าจะมีการตั้งกองทุนข้าวขึ้นมา เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนในการให้สินเชื่อข้าวทั้งระบบ อาทิ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อลงทุนในการทำทุนประเดิมให้กับผู้ต้องการเพาะปลูกข้าวในแต่ละฤดู

ทั้งนี้ ชาวนาไทยเมื่อเข้าสู่ระบบจัดสรรปันส่วนกำไร ในรูปแบบผู้เล่นหลัก 3 คน ประกอบด้วย เกษตรกร - โรงสี - ผู้ส่งออก โดยผลกำไรจะถูกแบ่งให้แก่เกษตรกร 70% โรงสี 15% ผู้ส่งออก 15% ข้อดีของระบบนี้ คือ เกษตรกรลงทุนมาก เมื่อข้าวราคาดี ผลกำไรก็จะถูกส่งกลับมามากเช่นกัน นี่คือข้อดีของระบบแบ่งปันกำไร จากเดิมที่ชาวนาได้กำไรน้อยที่สุด ขณะที่ผู้ส่งออกได้กำไรมากที่สุด

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยจะผลักดันกฎหมายข้าว เพื่อให้เกิด พ.ร.บ.ข้าว อันจะนำไปสู่การก่อตั้ง 'กองทุนข้าว' กองทุนนี้จะทำหน้าที่จัดสรรเรื่องผลประโยชน์ให้เท่าเทียมกันระหว่างผู้เล่นทั้ง 3 คน บริหารสินเชื่อให้เกษตรกร เพื่อนำไปลงทุนในการเพาะปลูก เมื่อขายข้าวได้ ก็นำส่งคืนกองทุน

'พรรคพลังประชารัฐ' ลงใต้ระดมความเห็นจัดทำนโยบาย 'เสริม สร้าง ปรับเปลี่ยน ทำให้เกิด ด้ามขวาน 4.0' 

เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ รายงานว่าที่โรงแรมเนคก้า ไรเฌอ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานสถาบันปัญญาประชารัตน์ และ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาสถาบันฯ ร่วมกิจกรรม 'ปัญญาประชารัฐ คิดให้ไทยทะยาน' โดยมีนักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ ในพื้นที่ภาคใต้ ที่สนใจในปัญหาบ้านเมืองเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อเป็นการระดมความเห็นในการจัดทำนโยบาย 'เสริม สร้าง ปรับ เปลี่ยน' ทำให้เกิด 'ด้ามขวาน 4.0' เพื่อการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน

จากนั้น ดร.สุวิทย์ ได้เข้าร่วมงานเมาลิดสัมพันธ์ และพบปะประชาชนในพื้นที่ ต.คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมรับฟังข้อเสนอและแลกเปลี่ยน แนวทางสร้างสังคมสวัสดิการเพื่อทุกคน ส่งเสริมการใช้ยางและปาล์มในประเทศ รวมถึงการสร้างรายได้เสริมในสวนยางและปาล์ม เช่น ผักเหลียง ไม้เศรษฐกิจ ไม้หอมเทพทาโร เป็นต้น

กกต.ออกระเบียบ ป้ายหาเสียงให้ใช้เฉพาะรูปผู้สมัคร ส.ส.เขตแต่ละเขต หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกรัฐมนตรีตามที่พรรคการเมืองเสนอเท่านั้น

เว็บไซต์ข่าวสด รายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่างระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียง ซึ่งกำหนดการจัดทำแผ่นป้ายหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. เสร็จเรียบร้อบแล้ว โดยกำหนดว่า ผู้สมัคร ส.ส.เขต จัดทำแผ่นป้ายคัตเอาต์หาเสียงของตัวเองได้ จำนวนไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต

ขณะที่พรรคการเมืองสามารถจัดทำป้ายคัตเอาต์หาเสียงได้เอง จำนวนไม่เกิน 1 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต โดยในส่วนของ กกต.จัดทำแผ่นป้ายหาเสียงขนาด A3 ให้ผู้สมัครแต่ละคนอย่างเท่าเทียมกัน ขนาดและสถานที่ติดตั้งป้ายขึ้นอยู่กับ กกต. กำหนด ในส่วนของรถหาเสียงผู้สมัครแต่ละเขตมีรถแห่หาเสียงได้ไม่เกิน 10 คัน ห้ามใช้รูปบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้สมัคร ส.ส.เขต หัวหน้าพรรค หรือว่าที่นายกรัฐมนตรี ตามที่พรรคเสนอ

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง