พบส่งท้าย 5 ปีที่ผ่านมา ประยุทธ์จะสัญญาปรับปรุงอารมณ์ตัวเอง ไม่โมโหง่าย

พบส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จะออกมาสัญญาว่า จะปรับปรุงตัวเองเรื่องอารมณ์ ไม่เป็นคนโมโหง่าย ปีนี้ก็เช่นกันพร้อมกับกล่าวว่าทุกคนต้องเตือนตัวเองด้วย โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ

18 ธ.ค.2561 กลับมาอีกครั้งกับการให้คำมั่นสัญญาว่า จะปรับปรุงตัวเอง เรื่องอารมณ์ จะไม่เป็นคนโมโหง่าย ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยวันนี้ บริเวณห้องโถง ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ต่อไปจะปรับปรุงตัวเอง เรื่องอารมณ์ จะไม่เป็นคนโมโหง่าย พร้อมกับกล่าวว่าทุกคนต้องเตือนตัวเองด้วย โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ โดยเฉพาะนักการเมือง ไม่ใช่เป็นนักการเมืองและจะพูดได้ทุกอย่าง ต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และไม่ต้องนำคำพูดของตนเองไปขยายเป็นประเด็น โดยไม่ต้องการให้มีผลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องรักษากฎระเบียบ

ปีใหม่ 61 ก็สัญญาว่าจะอารมณ์ดี

หากย้อนกลับไปเมื่อ ธ.ค.ปีที่แล้ว (26 ธ.ค.60) ไทยพีบีเอส รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ระบุถึงของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลที่จะมอบให้กับประชาชน ว่า ขณะนี้หลายกระทรวงได้เตรียมของขวัญปีใหม่เพื่อมอบให้กับประชาชนเกือบครบทุกกระทรวงแล้ว ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ประชาชน เพื่อเป็นการวางพื้นฐานในอนาคต และอยากให้ปีหน้าเป็นปีแห่งความสำเร็จ และเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล จึงอยากข้อร้องให้ทุกคนมีส่วนร่วม ลดความขัดแย้ง และสร้างความปรองดองกัน

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอวยพรปีใหม่ให้ประชาชนมีความสุข และสมหวังตามความมุ่งมั่นทุกประการ พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าในปี 61 จะเป็นนายกฯ ที่อารมณ์ดี พูดจาไพเราะตามที่ประชาชนต้องการ แม้จะมีใครพยายามทำให้หงุดหงิดก็ตาม

ปีใหม่ 59 ตั้งใจจะเป็น Good Guy ได้ 12 วัน

1 ม.ค. 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวตอนท้ายในรายการคืนความสุขฯ ว่าจะปฏิรูปอารมณ์ตัวเอง โดยตั้งใจจะเป็น Good Guy 

"ปีหน้าผมก็จะให้ของขวัญตัวเองเหมือนกัน ปีหน้าผมจะพูดให้น้อยลง หงุดหงิดน้อยลง ทะเลาะกับนักข่าวน้อยลง ต้องทำตัวเป็น Good Guy แล้ว ไม่ได้แล้ว 2 ปี แล้ว ที่ผมดุเดือดหน่อย 2 ปีเพราะว่าเป็นช่วงเริ่มต้น เพราะฉะนั้นช่วงปีต่อไปเป็นเรื่องการปฏิรูป ผมบอกแล้วทุกอย่างต้องเริ่มจากตัวเองก่อน ผมปฏิรูปตัวผมเองด้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว เมื่อ 1 ม.ค.59

แต่หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจะปฏิรูปอารมณ์ตัวเอง โดยตั้งใจจะเป็น Good Guy ไปเพียง 12 วัน ต่อมา 12 ม.ค.59 MGR Online รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ แถลงตอนหนึ่งถึงการถึงการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ต่อมาตราการที่ให้กระทรวงที่ไปซื้อยางนั้น ไม่ได้มีการอนุมัติงบประมาณใหม่ให้ แต่ให้ใช้งบประมาณภายในทำไปก่อน ไม่ใช่ไปของบประมาณเพิ่ม

“1. ท่านบอกให้ผมไปทำถนน 2. ท่านบอกประโยชน์น้อย 3. ใช้งบประมาณเปลือง แล้วจะให้กูทำยังไงวะ ปัดโธ่ กระทรวงมหาดไทยจะทำถนนเส้นทางในหมู่บ้านก่อน พอแล้ว ผมขี้เกียจตอบคุณ ต่อไปนี้ผมจะตอบแต่นโยบายอย่างเดียว ผมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ไปถามเขา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว เมื่อ 12 ม.ค.59

MGR Online รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า หลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวได้กล่าวขอบคุณนายกฯ โดยนายกฯ หันมาถามกลับว่า “ทำไม ไล่เหรอ ไม่ได้โมโห วันนี้จะพูดบอกว่าไม่โมโห นี่ไม่ได้โมโหแล้วนะ” จากนั้นนายกฯ เดินออกจากโพเดียม และหันไปเอ่ยปากขอโทษ พร้อมบอกว่า “ขอโทษนะอีหนูเอ้ย” จากนั้นได้สอบถามหาผู้สื่อข่าวที่ซักถามตนในเรื่องยางชื่ออะไร เมื่อได้เห็นหน้า ได้ทราบชื่อและสังกัดแล้วซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ตะโกนเรียกให้มาหาพร้อมชี้ไปยังเจ้าหน้าที่แล้วหยอกล้อว่า “ส่งไปเป็นที่ปรึกษากระทรวงเกษตรฯ หน่อยวะ” 

ก่อนหน้านั้น (11 ม.ค.59) ข่าวสดออนไลน์ ได้รายงานตอนหนึ่งถึงการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อกรณีการแก้ไขปัญหาราคายาง ว่า  พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว และระหว่างเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าหลังการให้สัมภาษณ์ยังได้กระทืบเท้าอย่างไม่สบอารมณ์ด้วย 

ระบุที่วีนแตกเพราะสื่อถามซ้ำๆ ชี้ต้องโทษทุกคน

ต่อมาอีก 1 เดือน หลังจากเหตุการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อ วันที่ 2 ก.พ. 59  ต่อม 4 ก.พ. 59  MatichonTV ได้เผยแพร่วีดิโอคลิป บางช่วงในระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาการเตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้กล่าวถึงสาเหตุของอารมณ์ฉุนเฉียวนั้นด้วย

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ตนหงุดหงิดมาหลายวัน นั้นเพราะถูกคำถามเดิม 2 ปีมาแล้ว รวมทั้งเวลาสัมภาษณ์นักข่าวก็จะถามซ้ำกัน
 
"ถ้าท่านฟังคำถามที่เขาถามผมจะรู้ว่าผมน่าจะหงุดหงิดได้มากกว่านั้นด้วยซ้ำไป พูดแล้วพูดอีก พูดแล้วพูดอีก อะไรที่มันจะขัดแย้งก็ขอลดลงหน่อย ก็จะถามให้มันขัดแย้งอยู่ได้ นั่นล่ะคือสิ่งที่เป็นปัญหาประเทศเราวันนี้ ผมโทษใครไม่ได้ ต้องโทษพวกเราทุกคน คือเราไม่ได้ปลูกฝังความคิด หรือหลักการและเหตุผล เราปลูกฝังแต่เรื่องประชาธิปไตย เรื่องของสิทธิเสรีภาพอย่างเดียว ซึ่งวันหน้าไม่มีทาง ไม่มีทางอยู่กันได้" พล.อ.ประยุทธ์ อธิบาย
 

คำสัญญาและคำอธิบายครั้งก่อนหน้า :

25 ธ.ค.58 : วันนี้จะพูดแรงครั้งสุดท้ายแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในการปิดการแถลงสรุปผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 1 ปี เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.58 ว่า

“ไม่ใช่ว่าผมเก่งกว่าท่าน แต่ว่าผมเป็นคิดและเก็บทุกประเด็น วันนี้ผมถึงไม่ค่อยสบายเพราะโมโหนี้เหละ แล้ววันนี้จะพูดแรงครั้งสุดท้ายแล้วนะ ตั้งใจ เพราะเดี๋ยวจะปีใหม่ ปีหน้าจะให้รองนายกฯ มาดุแทน ผมก็จะยิ้มอย่างเดียว เพราะพูดมาเยอะแล้ว พูดมา 2 ปีแล้ว พูดจนลมเข้าท้องแล้ว พูดจนผอม เอาไปทำตามกันหน่อย เอาไปคิดกันหน่อย และอย่างไปสร้างความขัดแย้ง เราจะไม่แบ่งคนไทยให้เป็นซ้าย เป็นขวาอีกแล้ว เราต้องให้คนไทยมาอยู่ตรงกลางให้ได้ มากบ้าง น้อยบ้าง ช่างเขาเถอะ จะสีไหนๆ ก็เอากลับมา เพราะมันฆ่ากันไม่ได้ทั้งหมดให้กฎหมายทำงานไป จะเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถ้าไปเร่งทุกอย่างก็กลับมาที่เดิม ขอเพียงแต่เอาเข้ากระบวนการให้มันถูกต้องตามขั้นตอน”

(มติชนออนไลน์, 26 ธ.ค.58)

6 พ.ย. 58 :  ธรรมดาผมทหารเก่า

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนท้ายในรายการคืนความสุขฯ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.58 ว่า

"วันนี้อาจจะพูดหนักนิด เบาหน่อยบ้าง ก็ขอโทษด้วย บางครั้งก็ดูผมอาจจะขี้โมโหไปบ้าง ก็ธรรมดาผมทหารเก่า"

(ประชาไท, 6 พ.ย.58)

28 ต.ค.58 : พูดเรื่องนี้ไม่ได้ โมโห

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันที่ 28 ต.ค.58 ว่า

“แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ผมเรียกมาปรับทัศนคติ ก็มีคนบอกว่าทำผิด ดังนั้นหากพบคนผิด ก็ไม่ต้องเรียกตัวอีก จับติดคุกไปเลยดีหรือไม่ ส่วนที่เรียกมาปรับทัศนคติ แล้วบอกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วปล่อยให้เป็นพ่อหรือไง แบบนี้บ้านเมืองเสียหายกันหมด พูดเรื่องนี้ไม่ได้ โมโห”

(ประชาไท, 28 ธ.ค.58)

15 ก.ย.58 : ขี้เกียจโมโห

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงหลังการประชุม ครม. ว่า

“ผมคิดว่าผมก็ทำดีที่สุดแล้วล่ะ ผมไม่ได้ต้องการมีอำนาจ ต้องการอะไรต่างๆ ผมขาดทุนลงทุกวันนะ ผมขาดทุนอะไรรู้ไหม เพราะผมไม่ได้ผลประโยชน์อยู่แล้ว แต่ขาดทุนของผมคือขาดทุนชื่อเสียงผมถูกทำลายโดยคนใส่ร้ายป้ายสีผมเยอะพอสมควร ต่อต้านอะไรไม่รู้ มันชอบพูดเรื่องที่มันไม่ใช่เรื่อง ผมก็ขี้เกียจโมโหนะ นี่ผมขาดทุนแล้วนะ สองผมขาดทุนในเรื่องชีวิตผม ความปลอดภัยของผมก็ขาดทุนนะสามคือขาดทุนที่ผมจะไปพักผ่อนของผมเวลาผมก็น้อยลงไปเรื่อยๆ ในการทำงานแบบนี้นะ ความกดดันก็สูง แล้วผมจะได้พักผ่อนเมื่อไหร่ แต่ทั้งนี้ผมก็จำเป็นต้องทำนะ เพื่อรักษาสถานการณ์ให้ได้และเดินหน้าประเทศให้ได้วางพื้นฐานให้ได้ เพราะอะไร เพราะว่าผมคิดแต่เพียงว่าผู้ได้รับกำไรต้องเป็นประชาชน ประชาชนเป็นผู้ได้รับกำไรจากที่ผมได้ขาดทุนไปแล้วนี่” 

(ประชาไท, 15 ก.ย.58)

4 ก.พ.58 : แกล้งหงุดหงิด ไม่ได้หงุดหงิดจริง

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.58 พล.อ.ประยุทธ์  ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า แม่น้ำ 5 สาย (คสช.-ครม.-สนช.-สปช.-กมธ.ยกร่าง) ได้เป็นห่วงอารมณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า
"ผมเป็นคนอารมณ์ดีจะตาย ผมเป็นคนอารมณ์ดีนะจริงๆ แล้ว ผมเป็นคนตลก ก็ไม่เห็นเหรอเวลาผมตลกมา คุณก็ตลกผมตลอดอะ เวลาผมเสียงดังผมก็แกล้งก็ได้ ส่วนใหญ่ผมจะแกล้งนะเวลาหงุดหงิด แกล้งหงุดหงิด ไม่ได้หงุดหงิดจริง แต่อย่าทำบ่อยแล้วกัน อย่าแหย่บ่อย”
(Voice TV, 4 ก.พ.58

27 มี.ค.58 : จะไม่ให้ผมโมโหมีอารมณ์รุนแรงได้อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในรายการคืนความสุขฯ วันที่ 27 มี.ค.58 ว่า
"..บางสื่อก็คุมไม่ได้ อะไรไม่ได้ เขียนไปเรื่อย แล้วจะไม่ให้ผมโมโหมีอารมณ์รุนแรงได้อย่างไร.."
(ประชาไท, 27 มี.ค.58)

30 มี.ค.58 : ยอมรับว่าผมเป็นคนขี้โมโห แต่ตอนนี้ผมพยายามที่จะหยุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว ภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค.58 ว่า

“ผมเตือนตัวผมเอง เพราะว่าผมปวดหัวไง พูดแล้วโมโหก็ปวดหัว เส้นโลหิตมันจะแตกเดี๋ยวตายก่อน ยอมรับว่าผมเป็นคนขี้โมโห แต่ตอนนี้ผมพยายามที่จะหยุด เพราะน้องๆ น่ารักทุกคน”

(ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 30 มี.ค.58

19 ม.ค.58 : กำไลหินสีของลูกสาวก็ช่วยไม่ได้

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามถึงกำไรข้อมือที่ใส่เป็นเคล็ดอะไรว่า กำไรหินสี ลูกสาวซื้อให้ใส่ เขาเชื่อว่าหินมันเย็น ใส่แล้วอารมณ์จะเย็นลง แต่ไม่เห็นจะเย็น อารมณ์เสียแต่เช้า (มติชนออนไลน์, 19 ม.ค.58)

25 ธ.ค.57 : โมโห ทำให้เสียกริยา เสียมาดผู้นำหมด 

พล.อ.ประยุทธ์ วิจารณ์การทำงานของสื่อมวลชน ในวาระครบรอบ 3 เดือน เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 57 ว่า

"ผมอดทนมานาน เป็นไร บ้าหรือไง ไม่ว่าใครเป็น ด่าทั้งหมด แล้วมันจะดีตรงไหนวะ ผมไม่อยากอ่าน อ่านแล้วมันโมโห ทำให้เสียกริยา เสียมาดผู้นำหมด คราวนี้ผมจะปิดจริงๆ ไม่งั้นจะมีกฎอัยการศึกไว้ทำไม มาตรา 44 ใช้ในทางสร้างสรรค์ ผมยังไม่เคยเอาใครมาติดคุกสักคน"

(ประชาไท, 25 ธ.ค.57)

2 ธ.ค.57 : ตั้งใจว่าต่อไปนี้จะเลิกเป็นคนขี้โมโห ให้หลัง 1 วันโมโหอีก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุม ครม. เชิญชวนประชาชนทำดี เนื่องในเดือนมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเตรียมเข้าสู่ปีใหม่ 2558 เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.57 ว่า

"ตั้งใจว่าต่อไปนี้จะเลิกเป็นคนขี้โมโห จะเป็นคนพูดจาเพราะๆ ไม่พูดจาเสียหาย กำลังคิดกำลังทำอยู่ น้องๆ (ผู้สื่อข่าว) เองก็จะไม่กวนโมโหอีก"

ขณะที่หลังจากนั้นเพียง 1 วัน คือวันที่ 3 ธ.ค.57 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสื่อบางฉบับด้วยว่า "ตอนนี้ไม่อ่านแล้วบางอันก็ขี้เกียจ อ่านแล้วโมโห ไม่อ่านดีกว่า" 

(ไทยรัฐออนไลน์, 5 ม.ค.58)

28 พ.ย.57 : ไม่ทำอะไรด้วยความโมโห 

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณีถึงการเปลี่ยนรูปแบบรายการคืนความสุข ว่า

"ผมไม่ได้ให้ใครมาชอบ ผมเพียงแต่ต้องการให้ได้ฟังว่าสิ่งที่พูดเคยมีใครพูดบ้างหรือไม่ ก็ไม่มี ผมเลยต้องพูดนานก็ยังมีคนไม่ฟังอีก จะให้บอกว่าทุกเรื่องทำแล้วเสร็จวันนี้พรุ่งนี้ไม่มีทาง ไว้รอชาติหน้าเถอะ ที่พูดมาไม่ได้บ่น เหนื่อย โมโหแต่ก็ทำเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะคนคาดหวัง มันก็กดดัน ทั้งตัวเองและคนอื่น ผมไม่ใช่พระอิฐ พระปูน แต่ผมไม่ทำอะไรด้วยความโมโห ทหารเป็นเช่นนี้แม้โมโหก็จะมีสติมากกว่าเดิม ถ้าไม่โมโห สติจะไม่ค่อยมี เวลาโมโหต้องควบคุมตัวเองให้ได้ แต่ปฏิกิริยาอาการออกได้ อยู่กับทหารเป็นแบบนี้ แต่ต้องรอบคอบ แม้โมโหจะอะไรใครสักคนจะต้องระมัดระวัง"
(มติชนออนไลน์, 28 พ.ย.57)

3 พ.ย.57 : วันนี้ก็เย็นลงไปเยอะแล้ว 

พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดถึงอารมณ์ของตัวเองที่โมโหเร็วด้วยว่า
"ผมพยายามคุยอย่างเต็มที่ พูดกับพวกเราอย่างใจเย็นที่สุดแล้วนะ เพราะว่าผมก็รู้อะนะว่าผมค่อนข้างจะโมโหเร็ว วันนี้ก็เย็นลงไปเยอะแล้ว เพราะผมมองประเทศชาติเป็นหลักนะ"

25 ก.ย.57 : ถ้าโมโหแรงกว่านี้

ช่วงที่มีการปะทะกับ นางยุวดี ธัญญสิริ หรือเจ๊ยุ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ซึ่งเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องปรับตัวด้วย เมื่อวันที่ 25 ก.ย.57 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวด้วยว่า  ก็จะต้องปรับทั้งสองฝ่าย ปรับให้ตนด้วย อย่าให้ตนปรับคนเดียว วันนี้ตนยังไม่ได้โมโหเลย ถ้าโมโหแรงกว่านี้  (ไทยรัฐออนไลน์)

19 ก.ย.57 : เป็นนายกฯ ต้องสุภาพเรียบร้อย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการควบคุมอารมณ์ของตัวเองและขอโทษผ่านรายการคืนความสุขฯ ด้วยว่า
“ผมต้องขอโทษบางครั้งพูดแรงไป ก็มีอารมณ์เหมือนกัน เพราะว่าท่านให้ร้ายกองทัพให้ร้ายอะไรต่าง ๆ มาโดยตลอด โดยที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้องขอโทษด้วย ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องสุภาพเรียบร้อย”

8 ส.ค.57 : ทหารพูดจาไม่เหมาะสม ให้รายงานมา

ในช่วงแรกๆ ที่ คสช. ยึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 8 ส.ค.57 ถึงพฤติกรรมการใช้อำนาจของทหารด้วยว่า 
“บางคนบอกทหารพูดจาไม่เหมาะสม พูดจากระโชกโฮกฮาก กร่าง อะไร รายงานมาเลย ให้ถึงผมเลย จะลงโทษให้ทันที ผมย้ำไปหนักหนาแล้วว่าทำไม่ได้ ยิ่งมีอำนาจ ยิ่งต้องบังคับใช้กฎหมาย ยิ่งต้องอ่อนน้อมกับประชาชน"

ส.ค.55 : โมโหปกครองกองทัพ

เมื่อครั้งเป็นผู้บัญชาการทหารบก เมื่อเดือน ส.ค.55 พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงการใช้อารมณ์กับการปกครองกองทัพ ว่า
“ผมโมโหเป็นปกติผมอยู่แล้ว ไม่งั้นผมปกครองกองทัพผมไม่ได้หรอก ผมก็ต้องโมโหเป็นเหมือนกัน ไม่ใช่พระนี่หว่า”

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง