ประยุทธ์ ไม่ใช้ ม.44 แก้กฎหมายเลือกตั้ง หลังสมชัยโพสต์แนะ กกต. เสนอแก้ ‘พรรคเดียวเบอร์เดียว’

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันไม่ใช้ ม.44 แก้กฎหมายเลือกตั้ง พรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ ชี้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองต้องหารือ กกต. เอง เผยยังไม่ลาออกขออย่ากดดัน ควรดูว่าเวลานี้ประเทศชาติต้องการอะไร ด้าน กกต. ปฏิเสธชงใช้ ม.44 แก้กฎหมายพรรคการเมือง

แฟ้มภาพ

20 ธ.ค. 2561 สำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีบางพรรคการเมืองเสนอให้ใช้บัตรลงคะแนนเลือกตั้งให้เป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียวว่า จะไม่ใช้มาตรา 44 แก้ไขกฎหมายเลือกตั้งเกี่ยวกับบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง และไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการ เพราะเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองต้องไปตกลงกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้เรียบร้อย

“ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ บางครั้งไม่ใช่เรื่องที่จะต้องใช้มาตรา 44 ทั้งหมด และก่อนหน้านี้เคยบอกแล้วว่าการแก้ไขปัญหา ให้เป็นไปตามหลักการของทางราชการเป็นหลัก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ส่วนกรณีจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำพรรคเพื่อชาติ ระบุว่า ท้ายที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ประสงค์จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้สื่อมวลชนไปสอบถามจตุพรเอง เพราะตนเองยังไม่เคยพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้  ขณะนี้จะทำหน้าที่ของตนเองจนกว่าจะจบหน้าที่ ขออย่ามากดดันเรื่องนี้ แต่ต้องดูว่าประเทศชาติและประชาชนต้องการสิ่งใดในขณะนี้  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านเมืองเกิดความสงบสุข มีการเลือกตั้งที่สุจริต โปร่งใส่ และเป็นธรรม 

“ถ้าไม่อยากได้แบบเดิม นักการเมืองต้องแก้ไขตนเอง แต่ถ้ายังทำและพูดให้ท้ายกันเหมือนเดิม ประเทศชาติก็เดินไปไม่ได้ เพราะการเมืองคือการบริหารราชการแผ่นดิน และนำคนดีเข้าสู่การบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งคนดีหมายถึงคนเก่ง ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ไม่มีความประพฤติเสียหาย สิ่งเหล่านี้จะได้รับการพิจารณาจากประชาชนโดยตรง ส่วนใครที่ทำความผิดหรือสร้างความเสียหายเดือดร้อนไม่ควรได้รับเลือก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี 4 รัฐมนตรีที่ร่วมงานพรรคพลังประชารัฐจะลาออกเมื่อใดและหากลาออกกระทบกับงานหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้ไปถามจาก 4 รัฐมนตรีเอง

วงคุย กกต. และพรรคการเมืองยังไร้ข้อสรุป แต่ชัดแล้วว่าไม่เสนอใช้ ม.44 แก้พรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ

ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า วานนี้ อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. แถลงภายหลังการหารือร่วมระหว่าง กกต. กับพรรคการเมืองว่า เรื่องค่าใช้ในการหาเสียง ส.ส. แบบแบ่งเขต มีข้อเสนอตั้งแต่ขั้นต่ำ 2 แสนบาท ถึง 2 ล้านบาท เป็นการปรับขึ้นจากที่เดิม 1.5 ล้านบาท เพราะค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป บางพรรคบอกว่าควรจะน้อยกว่านี้ ส่วนค่าใช้จ่ายของพรรคมีข้อเสนอที่หลากหลาย แต่เบื้องต้น กกต. คำนึงถึงจำนวนผู้สมัครที่แต่ละพรรคจะส่งสมัครในแต่ละเขต

เรื่องสถานที่ ขนาดของประกาศ ป้ายหาเสียงและจำนวน มีทั้งเสนอว่าเพียงพอ น้อยเกินไป และควรมีมากกว่าที่กำหนด เพราะเขตเลือกตั้งใหญ่ขึ้น และลดลง และอยากให้เร่งประกาศสถานที่ติดป้ายโดยเร็ว เนื้อหาในป้ายนอกจากที่ กกต. กำหนดเป็นตุ๊กตา ว่า ให้มีรูปผู้สมัคร หัวหน้าพรรค และผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯของพรรค มีการเสนอว่า สามารถมีรูปคู่กับผู้สมัครบัญชีรายชื่อได้หรือไม่ ซึ่งอีกหลักการที่ต้องคำนึงคือบุคคลนั้นเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ การติดที่ศูนย์ประสานงานพรรคในแต่ละเขตนอกจากพื้นที่ กกต. กำหนดสามารถทำได้หรือไม่ รถแห่หาเสียง การใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถสี่ล้อเล็ก จักรยานยนต์ ติดป้ายเคลื่อนที่ทำได้หรือไม่

ส่วนการรับฟังหลักเกณฑ์การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ มีการหารือว่านิยามการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์มีกรอบแค่ไหน การนำหุ่นยนต์และป้ายแอลอีดีมาใช้หาเสียงได้หรือไม่ ซึ่ง กกต. ตีความว่าเป็นการหาเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น การหาเสียงอาจจะเป็นสีสันการเลือกตั้งที่หุ่นยนต์จะเดินมาคุยกับประชาชน การกำหนดให้พรรคแจ้งรายละเอียดช่องทางหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรการควบคุมตรวจสอบเพื่อมีคำสั่งแก้ไข ลบให้ทันเวลา กรณีมีแอคเคานต์ปลอมชื่อผู้สมัครจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งมีการเสนอให้ กกต. ตั้งคณะทำงานวอร์รูม เพื่อให้พรรคการเมืองแจ้งเข้ามาโดยตรง และให้ กกต. แก้ข่าวเมื่อมีการหาเสียงที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงเสนอให้ กกต. จัดสรรงบในการหาเสียงผ่านอิเล็กทรอนิกส์ให้กับพรรคการเมือง 

“การหาเสียงผ่านอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่การให้พรรคการเมืองขออนุญาต แต่ให้แจ้งชื่อว่าจะใช้ช่องทางไหน เมื่อไหร่ เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีการใส่ร้ายป้ายสี และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดช่องทางการใช้ให้แจ้งเพียงครั้งเดียว”

ส่วนเรื่องการเสนอซื้อสื่อทางโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดจะนำกลับไปพิจารณา ส่วนการตั้งวอร์รูมจะแล้วเสร็จในอีกไม่นาน เพราะมีการหารือกันทุกระยะ ซึ่งจะดูทั้งการหาเสียงและเรื่องทุจริตเลือกตั้งด้วย

อย่างไรก็ตาม การประชุมวันนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นจึงไม่ได้มีข้อสรุป แต่ กกต. จะมีการนำความคิดเห็นทั้งหมดไปพิจารณาเพื่อทำร่างระเบียบต่างๆ ให้เสร็จก่อนปีใหม่ ซึ่งขณะนี้เหลือร่างระเบียบที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่ กกต. ต้องพิจารณาอีก 8 ฉบับ

อิทธิพร กล่าวว่า ในที่ประชุมไม่มีพรรคการเมืองใดเสนอให้ใช้เบอร์เดียวทั่วประเทศ ส่วนที่มีการเสนอให้แก้ไขกฎหมายหรือให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 เพื่อให้การเลือกตั้งสะดวกขึ้น คงไม่ใช่หน้าที่ กกต. การที่กกต. มีมติให้บัตรเลือกตั้งมีชื่อ โลโก้พรรค ก็เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น