ดูแรงต้านภายในและการแก้ไขของรัฐบาลญี่ปุ่นจากนโยบายรับแรงงานต่างชาติเพิ่ม

หลังจากนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ จากพรรคแอลดีพีประกาศว่าประเทศญี่ปุ่นต้องการให้มีคนต่างชาติเข้าไปทำงานมากขึ้นเพื่อชดเชยปัญหาการขาดแคลนแรงงานซึ่งจะยิ่งเป็นปัญหาหนักถ้าอัตราการเกิดของคนในประเทศลดลง แต่ผู้สนับสนุนพรรคสายอนุรักษ์นิยมจำนวนหนึ่งก็คัดค้าน ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ายังมีเรื่องสิทธิแรงงานที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น

ที่มาภาพ: Pixabay

28 ธ.ค. 2561 อัตราการว่างงานในญี่ปุ่นลดลงน้อยที่สุดในรอบ 25 ปี ขณะที่จำนวนงานสูงขึ้นมากที่สุดในรอบมากกว่า 44 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วนได้ว่า ถ้ามีคนหางาน 100 คน จะมีจำนวนงานที่ต้องการรับเข้าทำงาน 160 ตำแหน่งงาน เรื่องนี้ทำให้รัฐบาลพรรคแอลดีพีภายใต้การนำของชินโซ อาเบะ ออกบัญญัติใหม่ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาเพื่ออุดช่องว่างความต้องการแรงงานโดยส่งเสริมให้มีคนจากต่างชาติเข้าไปทำงานมากขึ้น

อย่างไรก็ตามข้อเสนอของอาเบะก็มีการคัดค้านแม้แต่จากคนที่สนับสนุนพรรคแอลดีพีเอง หนึ่งในนั้นคือ เคน คาโตะ ผู้สนับสนุนพรรคแอลดีพีมาเป็นเวลายาวนาน เขาคัดค้านร่างบัญญัติที่จะอนุญาตให้คนต่างประเทศหลายแสนคนเข้าไปทำงานในญี่ปุ่นโดยบอกว่า "รัฐบาลฟังเสียงเรียกร้องจากการล็อบบี้ของกลุ่มธุรกิจมากเกินไปในช่วงที่เศรษฐกิจเข้มแข็ง แต่พวกเราต่างก็รู้ดีกว่าเศรษฐกิจจะไม่ได้ดีแบบนี้ไปโดยตลอดและพวกเราจะต้องเจอกับการที่มีคนงานต่างชาติหลายพันคนขณะที่ไม่มีงานมากพอให้ชาวญี่ปุ่นเอง"

จากการสำรวจของหนังสือพิมพ์ไมนิจิเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมาระบุว่ามีชาวญี่ปุ่นร้อยละ 55 ต่อต้านบัญญัติใหม่นี้ นอกจากนี้ การออกร่างบัญญัติตัวนี้ยังทำให้อาเบะมีคะแนนความนิยมลดลงร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 37 สื่อเซาธ์ไชนามอร์นิงโพสต์นำเสนอความคิดเห็นของผู้ขายของวัตถุมงคงแบบพุทธอย่างเคน คาโตะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีมุมมองต่อเรื่องแรงงานข้ามชาติในแบบที่ได้รับอิทธิพลจากผู้เสพสื่อเกี่ยวกับวิกฤตผู้ลี้ภัยยุโรป รวมถึงมีมุมมองในกลัวคนต่างวัฒนธรรม มองว่า "เป็นอันตราย" และใช้โวหารว่า "พวกเราควรจะต้องดูแลตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก"

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีการวางแผนและร่างบัญญัติมาเป็นเวลานานนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2561 แล้ว นักวิเคราะห์จึงมองว่าการเปลี่ยนแปลงข้อบัญญัติใหม่นี้คงเป็นไปได้ยาก

จุน โอคุมุระ นักวิเคราะห์การเมืองจากสถาบันเมจิเพื่อกิจการนานาชาติกล่าวว่ายังคงมีประชาชนชาวญี่ปุ่นส่วนหนึ่งที่กลัวคนต่างชาติ คนที่พูดภาษาต่างจากพวดเขา ทำเสียงดังกว่าคนญี่ปุ่นทั่วไปและลืมวันที่จะต้องเอาขยะออกมาวางข้างนอกให้รถขยะมาเก็บ แต่พวกเขาควรจะเน้นการมองด้านบวกอย่างที่รัฐบาลพยายามทำ แต่การที่รัฐบาลอาเบะไม่ได้ทำให้ประเด็นนี้ดูมีผลบวกมากพอส่งผลให้เกิดความรู้สึกด้านลบในสื่อและในกลุ่มประชาชนทั่วไปที่กลัวคนต่างชาติอยู่แล้ว

โดยส่วนตัวโอคุมุระเองมองว่า ในหมู่ชาวต่างชาติคงมีคนที่ทำงานหนักและต้องการเข้าไปที่ญี่ปุ่นเพื่อหาเงินให้ครอบครัวหรือเพื่ออนาคตตัวเอง ไม่ใช่คนที่ดูเป็นคนร้ายแบบภาพจำต่อคนต่างชาติที่คนกลัว

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกปัญหาหนึ่งที่สื่อเซาธ์ไชนามอร์นิงโพสต์ระบุถึงเกี่ยวกับประเด็นการใช้แรงงานจากคนต่างชาติ ญี่ปุ่นเคยมีโครงการฝึกงานช่างเทคนิคซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2536 ซึ่งเป็นโครงการที่ระบุว่าต้องการช่วยเหลือให้คนจากประเทศกำลังพัฒนาได้เรียนรู้ทักษะหลังจากกลับจากญี่ปุ่นไปแล้ว แต่โครงการนี้ก็ถูกวิจารณ์ว่ามีช่องโหว่ทางกฎหมายให้บริษัทใช้ละเมิดสิทธิแรงงานได้เช่นการจ่ายค่าแรงต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ไม่จ่ายค่าล่วงเวลา และสภาพการทำงานและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน นอกจากนี้ยังเคยมีกรณีที่คนฝึกงานจากต่างชาติเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการทำงานรวม 22 รายในช่วงปี 2557-2559 สภาพการทำงานย่ำแย่ถึงขนาดที่คนงานฝึกงานในหลายไซต์ก่อสร้างต้องหลบหนีออกมา

จากความคิดเห็นของประชาชนและความพยายามต่อคนงานข้ามชาติที่ผิดพลาดในอดีตทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามวางแนวทางหลายประการเพื่อทำให้คนข้ามชาติกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น เช่น สร้างศูนย์ให้คำปรึกษาใน 47 จังหวัดของญี่ปุ่นเพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติด้านต่างๆ ทั้งการสมัครธนาคาร จัดหาที่พักสิ่งอำนวยความสะดวก และจัดการเรื่องสัญญาของโทรศัพท์มือถือ

นอกจากนี้แนวทางของรัฐบาลญี่ปุ่นยังระบุอีกว่านายจ้างที่รับแรงงานข้ามชาติจะต้องมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรม ไม่เคยมีประวัติบังคับลูกจ้างให้ลาออก และให้มีการจ่ายค่าแรงแบบเดียวกับคนงานญี่ปุ่นที่ทำงานหน้าที่เดียวกัน

มาตรการเหล่านี้อาจจะทำให้ลดความบาดหมางระหว่างคนต่างชาติกับคนญี่ปุ่นลงได้บ้างและทำให้คนงานต่างชาติมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่กรรมาธิการฝ่ายประเด็นแรงงานของสมาคมทนายความญี่ปุ่น โคสุเกะ โออิเอะ บอกว่าเขาอยากให้มีการดูแลคุ้มครองสิทธิของคนในที่ทำงานและในสังคมญี่ปุ่นมากกว่า เพราะเกรงว่าจะมีการกดขี่หาประโยชน์แบบเดิมอีกถ้าหากปล่อยให้การจัดการตกอยู่ที่ภาคส่วนเอกชนไปหมด รวมถึงต้องมีกฎหมายที่เป็นรูปธรรมและมีความโปร่งใส นอกจากนี้ยังวิจารณ์ว่าการจำกัดเวลาทำงานอยู่ในญี่ปุ่นได้ 5 ปี อาจจะทำให้แรงงานต้องถูกบีบให้กลับประเทศได้เมื่อเศรษฐกิจหดตัว

เรียบเรียงจาก

'We Need to Look After Our Own': Japan's Troubled Relationship with Immigration Faces Test With Guest Worker Programme, South China Morning Post, Dec. 27, 2018

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น