ระดมตำรวจกว่า 7 หมื่นนาย ดูแลคืนเคาท์ดาวน์ สถิติ 4 วัน คสช. ยึดรถ 2,729 คัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมกำลังกว่า 7 หมื่นนาย รักษาความปลอดภัยประชาชนในคืนส่งท้ายปี 2561 รวมถึงกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ คสช. เผยมาตรการดื่มไม่ขับ 27-30 ธ.ค. จับยึดรถแล้ว  2,729  คัน


แฟ้มภาพข่าวสดเมื่อช่วงปีใหม่ 2560

31 ธ.ค. 2561 พล.ตร.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เปิดเผยภายหลังประชุมคอนเฟอเรนซ์ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รวมทั้งการสวดมนต์ข้ามปี โดยยืนยันว่า ตำรวจมีความพร้อม 100% และใช้กำลังตำรวจกว่า 7 หมื่นนายดูแลความปลอดภัยของประชาชน  ซึ่งในกรุงเทพฯ จะมีการจัดงานเคาท์ดาวน์  รวม 6 จุด ประกอบด้วย เซ็นทรัลเวิล์ด, เอเชียทีค ,ไอคอนสยาม, ซีดีซี , คิงพาวเวอร์ และถนนข้าวสาร ส่วนต่างจังหวัดมีการจัดงานประมาณ 150 จุด จุดหลักอยู่ที่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ,อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา,เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี และจ.ภูเก็ต ซึ่งจะมีนีกท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยอำนวยความสะดวก ดูแลเพื่อไม่ให้เกิดเหตุชิงทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ล่อลวง รวมถึงล่วงละเมิดทางเพศ  พร้อมฝากเตือนนักท่องเที่ยวให้ตรวจสอบและดูแลทรัพย์สินของตัวเองก่อนเข้าร่วมงานตามจุดต่างๆ แต่งกายให้รัดกุมหากดื่มแอลกอฮอล์และไม่สามารถดูแลตัวเองได้ก็ให้เข้าขอความช่วยเหลือจากตำรวจ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุร้าย

ส่วน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เพิ่มมาตรการในการดูแลความปลอดภัยเช่นกัน มีการเพิ่มความถี่ เพิ่มวงรอบการตรวจตรา เฝ้าระวังเข้มจุดตรวจ จุดสกัด รวมทั้งพื้นที่สัญลักษณ์ ซึ่งกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ยังคงเป็นเวลาเดียวกันกับพื้นที่อื่นๆ สำหรับโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจปีนี้ยังไม่พบหรือได้รับรายงานว่ามีบ้านเรือนประชาชนที่เข้าร่วมโครงการถูกโจรกรรมทรัพย์สิน ขณะนี้มีประชาชนเข้าร่วมฝากบ้าน 9,500 หลัง สถิติเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 300 หลัง ซึ่งพื้นที่นครบาลมีประชาชนเข้าร่วมโครงการมากที่สุด รองลงมาเป็นพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4  ทั้งนี้โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ได้มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างระบบคิวอาร์โค้ด โพลิสไอเลิร์ทยู ฯลฯ เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของตำรวจด้วย พร้อมฝากไปยังประชาชนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือพักผ่อนต่างจังหวัด ยังสามารถเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 2 ม.ค. 2562 โดยให้ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานของตำรวจในการดูแลทรัพย์สินของประชาชนปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

คสช.คุมเข้มความปลอดภัยจุดจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เผยมาตรการดื่มไม่ขับจับยึดรถแล้ว  2,729  คัน

ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ทุกส่วนยังคงทุ่มเทปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง อำนวยความสะดวกประชาชนในการสัญจร ดูแลความปลอดภัยสาธารณะ ป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายในทุกพื้นที่  โดยมีการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เข้าดูแลความเรียบร้อยในสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญของแต่ละจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาภาพรวมก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  

สำหรับการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ ตามมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในวันที่ 30 ธ.ค. 2561 ดังนี้  รถจักรยานยนต์ พบกระทำความผิด  34,257  ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 709 คัน ส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 27,766 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 21,837 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้  446 คน รถยนต์  272  คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 15,655  คน 

“ตลอด 4 วันที่ผ่านมา วันที่ 27 - 30 ธ.ค. 2561 เจ้าหน้าที่ได้เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว  2,729 คัน แยกเป็น รถจักรยานยนต์  1,945 คันและรถยนต์ 784  คัน ยึดใบขับขี่  4,326 คน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 103,913 คน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 63,240 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 40,673 คน คสช. และรัฐบาล ขอเชิญชวนประชาชนร่วมในกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี 2562 ที่ทางจังหวัดต่างๆ จัดขึ้น เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคลกับทุกคน" รองโฆษกคสช. กล่าว

ที่มาข่าวเรียบเรียงจากสำนักข่าวไทย [1] [2]
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์