ภาคปชช.ขอบอร์ดมีเก้าอี้ทุกภาคส่วนที่เป็นธรรม หลัง ครม.ไฟเขียวคุมค่ารักษา รพ.เอกชน

ภาคประชาชนขอคณะกก. มีสัดส่วนจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม และขอ รมว. อย่าพึ่งตัดสินใจว่าจะไม่กำกับค่ารักษาพยาบาลราคาสูงสุด ชี้มาตรการสติ๊กเกอร์ข้างกล่องไม่ได้ผล รพ.เอกชน ยอมรับการคุมค่ารักษา ขออย่ากดดันจนประสิทธิภาพลด

 


จากซ้ายไปขวา ปฏิวัติ เฉลิมชาติ,สุภัทรา นาคะผิว, บุญยืน ศิริธรรม, ยุพดี ศิริสินสุข, สารี อ๋องสมหวัง

 

ครม. เห็นชอบคุมค่ายา-เวชภัณฑ์-ค่าบริการการแพทย์ ตั้งคณะกก.กำหนดมาตรการ

 

23 ม.ค. 2562 ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์ โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เสนอให้นำค่ายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ เข้าเป็นสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2562 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตัวแทนของรัฐกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนภาคธุรกิจ โรงพยาบาลเอกชนและตัวแทนภาคประชาชน เข้ามาเป็นคณะอนุกรรมการร่วมเพื่อกำหนดมาตรการที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายประชาชนที่จะต้องใช้บริการในการรักษา และสถานพยาบาลเอกชนที่เป็นทางเลือก ให้เกิดความเป็นธรรมโปร่งใส และให้ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน

ทั้งนี้ไม่อยากให้เกิดความตระหนกตกใจว่ารัฐจะเข้าไปควบคุมหรือแทรกแซงราคาสูงสุดของค่าบริการทางการแพทย์ ซึ่งในอดีตสินค้าที่ควบคุม 50 กว่ารายการมีเพียงน้ำตาลทรายที่เป็นสินค้าควบคุมราคาสูงสุด ดังนั้นจึงขอให้สบายใจได้ว่าการจะพิจารณาควบคุมราคาสินค้าสูงสุดจะพิจารณาอย่างรอบคอบ

ส่วนค่ายาและค่าบริการจะต้องทำเป็นราคาแนะนำหรือไม่นั้นในเรื่องนี้ ในพ.ร.บ.ค่ารักษาพยาบาล ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ควบคุมสถานพยาบาล มีเรื่องของแพ็กเกจ ราคาแนะนำอยู่แล้วว่าไม่ให้ขายยาเกินราคา และจะให้คณะอนุกรรมการกำกับสินค้าและบริการไปศึกษาในรายละเอียด ส่วนมาตรการจะออกมาเป็นอย่างไรขอให้คณะกรรมการชุดนี้ใช้เวลาในการหารือกันก่อน สำหรับที่ประชุม ครม. ได้ย้ำต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นชอบ ตามมติดังกล่าวด้วยเช่นกันเพราะการให้บริการประชาชนต้องมีความโปร่งใส ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องสามารถแข่งขันและเติบโตได้

 

ภาคประชาชนขอคณะกก. มีสัดส่วนจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม และขอ รมว. อย่าพึ่งตัดสินใจว่าจะไม่กำกับค่ารักษาพยาบาลราคาสูงสุด  

 

ในวันเดียวกัน เฟซบุ๊คเพจ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ถ่ายทอดสดแถลงการณ์ของของภาคประชาชน

สุภัทรา นาคะผิว ประธานอนุกรรมการด้านสุขภาพ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมและขอขอบคุณ รมว. กระทรวงพาณิชย์ ที่เดินหน้าเรื่องนี้ภายใต้แรงกดดันจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชนที่ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย หรือการถูกล็อบบี้จากทุนใหญ่ แต่สิ่งที่จะต้องติดตามกันต่อหลังจากนี้ต้องออกเป็นประกาศ แล้วหลังจากนั้นจะต้องดูว่าจะมีมาตรการควบคุมราคาอย่างไรบ้าง เราพร้อมที่จะมีตัวแทนของนักวิชาการและผู้บริโภคเข้าไปเป็นตัวแทนเพื่อพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป

ยุพดี ศิริสินสุข ประธานอนุกรรมการด้านอาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ คณะองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่จะพิสูจน์ความจริงใจของท่านคือการกำหนดมาตรการหลังจากนี้ ตามมาตรา 25 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ให้อำนาจคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มีอำนาจกำหนดมาตรการในการควบคุมกำกับราคาสินค้าและบริการ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้หลายมาตรการ เช่น กำหนดให้ผู้ขายขายในราคาไม่เกินเพดานที่กำหนด มาร์กอัพเปอร์เซ็นต์ หรือไปถึงขั้นที่ให้ผู้ขายแจ้งเรื่องต้นทุนราคา แผนการส่งเสริมการขายต่างๆ

ขณะที่เรื่องค่ายาไทยเคยมีมาตรการให้หน่วยงานต่างๆ ขายไม่เกินราคาสติ๊กเกอร์ ซึ่งหากใช้มาตรการนี้ก็จะไม่ได้ผลเหมือนที่ผ่านมา เพราะโรงพยาบาลเอกชนก็ยังสามารถติดราคาสติ๊กเกอร์สูงและขายได้ โดยบวกราคาไปถึง 200-300%

ยุพดีชี้ว่า ในหลายประเทศที่เผชิญปัญหาคล้ายบ้านเราที่ไม่สามารถควบคุมค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ได้ ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ แม้อัตราค่ารักษาพยาบาลระหว่างโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลรัฐจะต่างกันเพียง 2.5 เท่า รัฐก็มีการกำหนดมาตรการร่วมกับบริษัทเอกชนด้านประกันภัย เพื่อกำหนดเพดานราคาค่ารักษาพยาบาล หรือประเทศไอร์แลนด์ก็มีการใช้มาตรการต่างๆ ในการควบคุมราคา พูดคุยกับส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งบริษัทประกัน หน่วยโรงพยาบาล

บุญยืน ศิริธรรม นายกสมาคมสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ระบุว่า การตั้งคณะกรรมการเพื่อหามาตรการควบคุมราคาจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน จะสามารถให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายได้

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ขอชื่นชมความกล้าหาญ แต่ยังไม่อยากให้ตัดสินใจว่าจะไม่ใช่มาตรการราคาสูงสุด ตอนนี้ค่ารักษาพยาบาลหากคุณไม่ใช่ราคากลาง ก็ต้องห้ามใช้ราคาสูงสุด อยากเห็นการกำกับจริงๆ ไม่ใช่แค่การแจ้งราคา

สารีกล่าวต่อว่า ธุรกิจโรงพยาบาลในตลาดหลักทรัพย์กำไรสุทธิสูงมาก 33.7% ถึงจะบอกว่าหักนู่นหักนี่แล้วเหลือกำไร 2% แต่คิดว่าไม่เป็นจริง เพราะกำไรในตลาดหลักทรัพย์คือกำไรสุทธิ หักต้นทุนทุกอย่างครบถ้วนแล้ว

“อยากให้คณะกรรมการชุดนี้ช่วยรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนด้วย ในการพิจารณาว่าค่ารักษาพยาบาลนั้นเป็นธรรมหรือไม่” สารีกล่าว

 

รพ.เอกชน ยอมรับการคุมค่ารักษา ขออย่ากดดันจนประสิทธิภาพลด

 

มติชนออนไลน์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ อดีตนายกสมาคมรพ.เอกชน กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวในฐานะของผู้ประกอบการรพ.เอกชนมองว่า มติครม.ให้ค่ารักษาเป็นสินค้าควบคุมเช่นนี้เราก็ต้องทำตาม จากนี้ก็อยู่ที่การพิจารณาวางหลักเกณฑ์ของอนุกรรมการที่ตั้งขึ้น ซึ่งคงไม่มีความสามารถไปชี้นำได้หรือจำเป็นต้องร้องขออะไร ก็คงต้องทำงานต่อ แต่จะแก้ไขอย่างไรก็อย่ากระทบจนกระทั่ง ความมีประสิทธิภาพของรพ.เอกชนกลายเป็นความด้อยลงไป เพียงเพราะไปแก้ปัญหาของคน 2-5% แล้วกระทบคนส่วนมาก 95% เพราะอย่างที่บอกว่าคนกว่า 95% มารพ.เอกชนซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้ไม่ได้สอบถามความพึงพอใจ แต่สถิติก็ฟ้องว่าหากไม่มีคุณภาพ ไม่คุ้มค่าเขาไม่มาซ้ำเพราะไม่ใช่ว่าคนไม่มีทางเลือก

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าหากมีการกำกับค่ารักษาแล้วรพ.เอกชนจะลดคุณภาพลงด้วยเพื่อเป็นการประหยัดอย่างนั้นหรือไม่ นพ.เอื้อชาติ กล่าวว่า รพ.เอกชนไม่ได้จะลดมาตรฐานลง แต่จะทำอย่างไรในเมื่อไม่มีเงิน เพราะการรักษาล้วนมีต้นทุนทั้งค่าอาคารสถานที่ บุคลากร เทคโนโลยี อย่างเรื่องยา เราไม่ได้เป็นคนขายยา แต่เนื่องจากรพ.ต่างจากร้านขายยาทั่วไป เราต้องมียาทุกตัวที่แพทย์ต้องการใช้ จึงต้องมีต้นทุนการเก็บรักษา ก่อนใช้ต้องมีการตรวจวินิจฉัยโรคก่อนสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุน อนุกรรมการฯ ก็ต้องดูตามจริงด้วย ทั้งนี้ หากไม่เกิดการพัฒนาตนก็ห่วงว่าผลสุดท้ายคนไทยเองจะลำบากเพราะไม่มีรพ.ดีๆ แล้วต้องบินไปรักษาที่รพ.ต่างประเทศเหมือนในอดีต ทั้งที่วันนี้ไทยถือว่าเป็นผู้นำ

 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์