ร้องอัยการขอให้ถอนฟ้องคดี SLAAP ชาวบ้านแชร์ข้อความตรวจสอบไร่ชัยราชพฤกษ์

 

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุว่าจะเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็น ต่ออัยการสูงสุดในวันที่ 30 ม.ค.2562 เวลา 11.00 น. กรณีนายวุฒิ บุญเลิศ ถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากการแชร์ข้อความให้มีการตรวจสอบไร่ชัยราชพฤกษ์

ทั้งนี้นายวุฒิ บุญเลิศ ปราชญ์ชาวบ้านที่ทำงานสิทธิมนุษยชนเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงได้ร้องขอความช่วยเหลือต่อมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เนื่องจากถูกนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร แจ้งความร้องทุกข์และต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดมีนบุรี เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.6264/2561 ทางมูลนิธิฯ ได้สอบข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าคดีที่นายวุฒิ บุญเลิศ ถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากการแชร์ข้อความว่า

“ไร่ชัยราชพฤกษ์อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ถือครองตามคติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 30 มิถุนายน 2541 รวม 100 ไร่ การตรวจสอบร้องเรียนโดยกรมป่าไม้ตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 อธิบดีกรมป่าไม้ (นายชลธิศ สุรัสวดี) ได้มีหนังสือรายงานการ ไร่ชัยราชพฤกษ์ มีเนื้อที่ 100 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ…และอยู่ในพื้นที่สำรวจการถือครองตามมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2541 มีนายไพโรจน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นผู้ถือครองเนื้อที่ประมาณ 73 ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้ต้องทวงคืนพื้นที่ แต่อธิบดีกรมป่าไม้กลับเพิกเฉยไม่สั่งการใดๆ…” 

ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเห็นว่า การกระทำดังกล่าวของนายวุฒิ บุญเลิศ เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมเพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องปัญหาการครอบครอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ทั้งเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ จึงย่อมไม่เป็นความผิดตามที่ถูกฟ้องดำเนินคดี

ด้วยเหตุนี้ประธานมูลนิธิฯ จึงจะเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาทบทวนการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการที่มีความเห็นสั่งฟ้องและฟ้องคดีดังกล่าว เพื่อดำเนินการให้พนักงานอัยการถอนฟ้องนายวุฒิ บุญเลิศ ต่อไป

มูลนิธิฯ ระบุอีกว่า การดำเนินคดีกับนายวุฒิ บุญเลิศ นอกจากจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะแล้วยังก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่นายวุฒิซึ่งทำงานในเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้รับรางวัลองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2559 และการฟ้องคดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นลักษณะการใช้กฎหมายดำเนินคดีเพื่อสร้างความยุ่งยากให้แก่นักกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือนักสิทธิมนุษยชน ที่เรียกว่าคดีปิดปาก หรือ Strategic Lawsuit Against Public Participation (SLAAP) ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมที่รัฐยึดถือจนกระทั่งมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

สำหรับความคืบหน้าของคดีความนั้น ในวันนี้ (28 ม.ค.2562) ผู้พิพากษาศาลจังหวัดมีนบุรีออกนั่งพิจารณานัดตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยาน โดยทนายโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอบังคับจำเลยทั้งสอง(นายสมัคร ดอนนาปี และนายวุฒิ บุญเลิศ) ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ร่วม (นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร) เป็นเงินจำนวน 2,000,000 บาท ด้านจำเลยทั้งสองแถลงต่อศาลประสงค์จะทำคำให้การต่อสู้คดีในส่วนแพ่งเป็นหนังสือภายในกำหนดระยะเวลา 30 วัน และขอเวลานำพยานหลักฐานต่าง ๆ มายื่นศาลให้ครบถ้วนก่อน ด้วยเหตุนี้ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 4 มี.ค.2562 เวลา 13.30 น.

 

รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านที่นี่

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น