ปชช.ลำปางร้อง สนช.หวังชะลอ พ.ร.บ.อุทยานฯ เหตุเพิ่มโทษ-ขาดการมีส่วนร่วม

สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ จ.ลำปางเข้ายื่นหนังสือถึง สนช. ผ่านผู้ว่าฯ ปมร่าง พ.ร.บ. อุทยานฯ ขาดการมีส่วนร่วม ด้านผู้นำชุมชนชี้ประชาชนที่อยู่ป่าและรักษาป่า ต้องมีสิทธิเก็บของป่า และอยู่กับป่าได้โดยไม่ถูกลงโทษ

 

30 ม.ค.2562 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วันนี้ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ จ.ลำปาง 3 อำเภอ 10 ชุมชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อส่งถึงประธานสภานิติบัญญัติ (สนช.) ให้ชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ โดยระบุว่า ร่างฯ ดังกล่าวขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า การยืนหนังสือเรียกร้องดังกล่าวมีผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นผู้รับแทน

สมชาติ หละแหลม ผู้ใหญ่บ้านบ้านกลาง ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กล่าวว่า หาก พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการประกาศใช้โดยไม่ปรับแก้เนื้อหา จะมีผลกระทบต่อคนที่อยู่ในป่ากว่า 1,000 ครอบครัว จากร่าง พ.ร.บ.เดิมที่ใช้อยู่ตั้งแต่ปี 2504 ก็กระทบอยู่แล้ว แต่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กลับยิ่งแก้ไขให้ประชาชนเดือดร้อนมากกว่าเดิม

"คนอยู่กับป่า ใช้ของป่า หาของป่าไม่ได้ มันจะอยู่ยังไง วันนี้เรามาแสดงจุดยืนว่า คนที่อยู่กับป่าเราไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.อุทยานฯ ล่าสุด ซึ่ง สนช. แทบไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยครับ อยู่แต่ในห้องแอร์ แต่คนที่อยู่ในป่าได้รับผลกระทบ พ.ร.บ.นี้ทำร้ายชาวบ้านอย่างมากยิ่งกว่าเก่า" สมชาติ กล่าว
 

นอกจากนั้น สมชาติ ยังมองว่า ชาวบ้านที่อยู่ในป่าและดูแลรักษาป่าควรได้รับความเป็นธรรม แต่กลับไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการร่าง พ.ร.บ. นี้ ทั้งที่เคยรวบรวมรายชื่อ 10,000 กว่ารายชื่อยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับภาคประชาชนเป็นร่างคู่ขนานแล้ว กลับไม่ได้รับการรับรองจากนายกรัฐมนตรี

"ถามว่าชาวบ้านที่รักษาป่ามาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทำไมเขาถึงไม่ได้มีส่วนร่วม ผมรักษาป่าทุกวันนี้ หน้าที่มีไฟป่าเราก็ทำแนวกันไฟกันแทบตาย อยู่ๆ อุทยานฯ บอกว่า พื้นที่นี้เป็นของอุทยานฯ ห้ามใช้ของป่า ห้ามขายหน่อ ห้ามเก็บของป่า แล้วถามว่าเขารักษาป่ามาตั้งแต่บรรพบุรุษจะให้เขาไปอยู่ที่ไหน"  ผู้ใหญ่บ้านบ้านกลาง กล่าว

อนึ่ง ประชาชนชาวจังหวัดลำปางกำลังได้รับผลกระทบจากการทวงคืนผืนป่าของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ซึ่งมีพื้นที่เป้าหมายทวงคืนอีก 417 ไร่ และการเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทตั้งแต่ปี 2534 ส่วนในเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.อุทยานฯ ที่ประชาชนในพื้นที่กังวลคือ เรื่องการเพิ่มโทษ เช่น กำหนดโทษจำคุกขั้นต่ำ 4 ปี สูงถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 4 แสนถึง 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับความผิดฐานยึดถือ ครองครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่าตามมาตรา 41

นอกจากนั้น การเก็บของป่าก็ยังอาจถูกระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากจะเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อุทยานฯ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตฉบับละ 1 หมื่นบาท

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์