นักวิทย์ฯ ค้านวาทกรรมต่อต้านวัคซีนในสหรัฐฯ หลังทำโรคหัดระบาดอีกครั้งในวอชิงตัน

นักวิทยาศาสตร์สุขภาพเตือนถึงอันตรายของวาทกรรม ‘แอนตีแว็กเซอร์ (Anti-Vaxxer)’ ต้านการรับวัคซีนที่ทำให้โรคหัดระบาดหนักในบางพื้นที่ของสหรัฐฯ เมื่อไม่นานนี้ว่าจะส่งผลต่อสุขภาพของตนเองและคนอื่นๆ จากเดิมที่การเข้ามาของวัคซีนสามารถควบคุมโรคหัดได้ดีขึ้น

ที่มา:Pixabay

ในเทศมณฑลคลาร์ก รัฐวอชิงตันของสหรัฐฯ มีการประกาศเหตุฉุกเฉินเนื่องจากเกิดเหตุโรคหัดระบาด การระบาดในครั้งนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องตั้งแต่เด็กไม่ว่าด้วยเหตุผลจากความกลัว จากแนวคิดอุดมการณ์ ความประมาทเลินเล่อหรืออะไรก็ตามแต่ ผู้ไม่ได้รับวัคซีนเหล่านี้กลายเป็นผู้สร้างความเสี่ยงให้กับคนอื่นๆ และในสหรัฐฯ เองก็มีกลุ่มที่ต่อต้านการฉีดวัคซีนอย่างจริงจังที่มักจะเรียกกันว่าแอนตีแว็กเซอร์ (Anti-Vaxxer)

นักวิทยาศาสตร์ 2 คน คือ อเล็ก เบเรโซว รองประธานกิจการวิทยาศาสตร์ และจอช บลูม ผู้อำนวยการเคมีและเภสัชศาสตร์ของสมาคมวิทยาศาสตร์และสุขภาพสหรัฐฯ นำเสนอบทความเพื่อวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดของกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีน ในบทความระบุถึงอันตรายของโรคระบาดที่ยับยั้งได้ด้วยวัคซีนอย่างโรคหัด ว่าไม่ใช่โรคที่ไม่เป็นอันตรายแบบที่กลุ่มต่อต้านวัคซีนอ้างกัน

ข้อมูลของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อระบุว่าไวรัสโรคหัดเป็นไวรัสที่มีความสามารถในการติดต่อหนักที่สุดตัวหนึ่ง ผู้คนอาจติดเชื้อได้ตั้งแต่ก่อนร่างกายแสดงอาการผื่นขึ้นหรืออาการอื่นๆ นอกจากนี้แล้วคนที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่องวัคซีนเสื่อมอาจจะติดเชื้อได้ง่ายมากเพียงแค่เดินเข้าไปอยู่ในห้องเดียวกับคนที่มีเชื้อเคยอยู่สองชั่วโมงก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็เคยเปิดเผยว่ามีผู้คนเสียชีวิต 110,000 รายทุกปีด้วยโรคนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบ

ก่อนหน้าที่จะมีวัคซีน สหรัฐฯ เคยประสบปัญหาการระบาดหนักของโรคหัดมาก่อนโดยที่ในช่วงคริสตทศวรรษที่ 2450 มีชาวสหรัฐฯ เสียชีวิตราว 6,000 คนทุกปีจากโรคหัด แต่วัคซีนกลายเป็นชัยชนะของการสาธารณสุขที่สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้ราว 20 ล้านคนต่อปีจากโรคนี้จนแทบทำให้โรคหมดไปจากสหรัฐฯ ในช่วงหลังปี 2543 กระนั้นก็ยังมีกลุ่มคนหันหลังให้ประดิษฐกรรมที่สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้

กลุ่มแอนตีแว็กเซอร์อ้างว่าถ้าหากวัคซีนได้ผลจริง คนที่ไม่ได้รับวัคซีนก็ไม่ควรจะต้องเป็นห่วงอะไร แต่เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเพราะไม่มีวัคซีนใดที่จะได้ผลเสมอไปตลอดเวลา มีจำนวนมากที่อาจจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา อีกทั้งวัคซีนแต่ละชนิดก็มีการกำหนดอายุขั้นต่ำของเด็กที่จะสามารถรับวัคซีนได้เนื่องจากต้องรอให้ภูมิคุ้มกันของเด็กก่อตัวดีพอก่อน วาทกรรมต่อต้านวัคซีนที่แพร่กระจายในอินเทอร์เน็ตจึงเป็นเรื่องเท็จ ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะไม่ให้เด็กหลีกเลี่ยงการรับวัคซีนตามตารางแนะนำของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ

กลุ่มต่อต้านวัคซีนยังมักจะสร้างวาทกรรมผิดๆ เช่นว่า "วัคซีนทำให้เกิดโรคออทิสติค" หรือ "กลัวว่าเด็กจะได้รับวัคซีนมากเกินไป" ซึ่งเป็นเรื่องเท็จทั้งคู่ ในกรณีหลัง ปริมาณสารกระตุ้นการสร้างภูมิต้านทานหรือ "แอนติเจน" ในวัคซีนนั้นมีน้อยมากเมื่อเทียบกับการกระตุ้นที่เกิดจากการที่เด็กคลานกับพื้นแล้วเลียมือตัวเอง

วาทกรรมอีกอย่างหนึ่งที่กลุ่มต่อต้านวัคซีนอ้างคือ "นโยบายฉีดวัคซีนละเมิดสิทธิส่วนบุคคล" ซึ่งเป็นตรรกะที่ผิด เพราะไม่มีสิทธิแบบใดที่จะทำอะไรตามอำเภอใจได้ไปทุกอย่างและการไม่รับวัคซีนของพวกเขาก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนอื่นๆ

เรียบเรียงจาก

WASHINGTON MEASLES OUTBREAK SHOWS ANTI-VAXXERS ARE LITERALLY MAKING US SICK | OPINION, Newsweek, Jan. 29, 2019

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์