ใบตองแห้ง: “ตู่” ตัวเลือกอับจน

ท่านผู้นำอ้าง รัฐธรรมนูญทั่วโลกไม่เคยบอก ผู้นำรัฐบาลต้องลาออกเมื่อลงเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญไทยตั้งแต่ปี 2475 ก็ไม่เคยบังคับว่านายกฯ ต้องลาออก

ใช่เลย แต่รัฐธรรมนูญ 2560 นี่ไง บอกไว้ บทเฉพาะกาลมาตรา 263, 264, 265, 266 บังคับว่า คสช. ครม. สนช. สปท. ถ้าจะสมัคร ส.ส. ต้องลาออกภายใน 90 วันหลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้

ถึงไม่ได้เขียนตรงตัว ว่าถ้าเป็นหัวหน้าพรรค เป็นเลขาธิการพรรค หรือได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ต้องลาออก แต่การสมัคร ส.ส. กับสมัครนายกฯ อันไหนหนักข้อกว่ากัน

ทำไมรัฐธรรมนูญห้าม คสช. ครม. สนช. สปท. สมัคร ส.ส. กรธ.ไม่ยักออกมาอธิบาย (รับเบี้ยประชุมคนละหลายล้านแล้วหายหมด) แต่ก็พอได้เห็น กรธ.มีชัย พยายามสร้างภาพ “รัฐประหารในอุดมคติ” พระเอกขี่ม้าขาว เข้ามายึดอำนาจ กู้ชาติบ้านเมือง จัดระเบียบอำนาจ วางกฎกติกา แล้วจะจัดการเลือกตั้ง อย่างเป็นกลางเที่ยงธรรม ชาวบ้านโปรดเชื่อว่า คณะรัฐประหารจะเป็นกลาง เพราะใครจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ต้องลาออกก่อน

จากนั้น กรธ.ก็ให้อำนาจ คสช. ครม. อย่างไม่เคยมีมาก่อน เหนือกว่ารัฐประหารทุกคณะ คือยังมีอำนาจพิเศษ เป็นกรรมการคุมประเทศ จนมีรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ซ้ำยังต่อท่ออำนาจให้ตั้งพรรค 250 ส.ว. ไว้เลือกนายกฯ อีก 5 ปี

พูดง่าย ๆ คือ เขียนรัฐธรรมนูญว่า รัฐประหารจะเป็นพระเอก เป็นกลาง เป็นผู้มาวางกฎกติกาแล้วจะไม่ลงเลือกตั้ง จึงให้มีอำนาจมากกว่ารัฐบาลปกติ มากกว่ารัฐประหารในอดีตด้วยซ้ำ

ที่ไหนได้ กลับเลี่ยงบาลีว่า รัฐธรรมนูญห้ามสมัคร ส.ส. แต่ไม่ห้ามสมัครนายกฯ ลอยหน้าลอยตา อ้างโอบามา โอบามาร์ค ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ ทั้งที่คนละอำนาจ คนละระบอบ ตัวเองถืออำนาจเผด็จการลงเลือกตั้ง ยังบอก “มึงมาไล่ดูสิ”

ไล่แล้วเป็นไง ถูกจับ นักศึกษาไป 2 คน หาว่าผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ถูกยึดพริก เกลือ กระเทียม เป็นของกลางที่ใช้ในการกระทำผิด ในวันครบรอบ 5 ปี ม็อบปิดเมืองปิดสถานที่ราชการขัดขวางเลือกตั้ง 2 ก.พ. โดยอ้างคำสั่งศาลคุ้มครองการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ

นี่เป็นภาวะที่ตรรกะวิบัติ กฎหมายวิบัติ ถึงขีดสุด เพราะพลังอนุรักษนิยมทำทุกอย่างเพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจ

ถามว่าทำไมประยุทธ์ไม่ถอย ออกไปเป็นคนกลาง อย่างที่ปริญญา เทวานฤมิตรกุล เรียกร้อง อย่างที่ซูเปอร์โพลคาดหวัง ทั้งที่น่าจะสบายตัวกว่า เพราะโดยโครงสร้าง พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ ภายใต้ 250 ส.ว. แต่งตั้ง กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่ควบคุมโดย 6 ผบ.เหล่าทัพ และองค์กรอิสระ ที่ตั้งไปจากยุคนี้

คำตอบง่าย ๆ ก็คือโครงสร้างนี้จะไปไม่รอด ต่อให้อยู่ใต้รัฐราชการ ทหาร ตุลาการ เป็นใหญ่ ทำรัฐประหารได้ทุกเมื่อ แต่รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ 2560 ของตัวเองเมื่อไหร่ คือหายนะ คือทางตันของฝ่ายอนุรักษนิยม

ประยุทธ์จึงต้องลงสนามเอง เพื่อค้ำโครงสร้างนี้ไว้ ถึงแม้ต้องเสี่ยงรบในสนามที่ตัวเองไม่เชี่ยวชาญ ตั้งแต่การเลือกตั้ง ไปถึงการบริหารประเทศในระบอบรัฐสภาโดยไม่มี ม.44 แต่ไม่มีทางเลือกอื่น ตายคาสมรภูมิก็ต้องยอม

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายอนุรักษนิยมก็ไม่มีตัวเลือกอื่น หลังรัฐประหาร 49 ฝากความหวังพรรคประชาธิปัตย์แล้วล้มเหลว ณ วันนี้ กวาดตามองทั้งทหาร นักการเมือง ก็ไม่เหลือใครสักคน นอกจาก “ลุงตู่” ผู้ที่กอบศักดิ์ ชุติกุล เชิดชูว่าพูดจารุนแรงเพราะจริงใจตรงไปตรงมา คะแนนนิยมก็เป็นที่หนึ่งทุกโพล คือเกือบ 30%

นักการเมืองฟังแล้วหัวร่อก๊าก ตัวเลือกอันดับหนึ่ง และเหลือเพียงหนึ่งเดียว ไม่มีใครให้เลือกอีกแล้ว ในฝ่ายอนุรักษนิยม

 

 

 

 

เผยแพร่ครั้งแรกใน: ข่าวหุ้นธุรกิจ www.kaohoon.com/content/276282

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์