ญาติมิตรร่วมไว้อาลัย อุสมาน ลูกหยี ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ

สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ และจตุพร พรหมพันธุ์ร่วมไว้อาลัยและประกอบพิธีฝังตามธรรมเนียมศาสนาอิสลามให้กับ "อุสมาน ลูกหยี" ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติเป็นครั้งสุดท้าย หลังล้มป่วยจนหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิต ภายหลังร่วมแถลงนโยบายพรรคเพื่อชาติ

พิธีฝังศพอุสมาน ลูกหยี มีเพื่อนมิตรทุกศาสนาเข้าร่วม (ที่มา: Facebook/อุสมาน ลูกหยี)

พิธีฝังศพอุสมาน ลูกหยี ที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช (ที่มา: Facebook/จตุพร พรหมพันธุ์)

พิธีฝังศพอุสมาน ลูกหยี (ที่มา: Facebook/จตุพร พรหมพันธุ์)

วันที่ 6 ก.พ. ที่มัสยิดรูฮฺฮุลลอฮฺ ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มีพิธีฝังศพตามธรรมเนียมศาสนาอิสลาม ให้กับอุสมาน ลูกหยี ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ ที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ โดยมีญาติมิตรของอุสมาน มาร่วมไว้อาลัย นอกจากนี้สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และคณะเดินทางมาร่วมพิธีด้วย

โดยจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติโพสต์ไว้อาลัยอุสมาน เมื่อ 5 ก.พ. ว่า "คือนักสู้ตัวจริง ยิ่งกว่าสู้  มีหัวใจดำรงอยู่ด้วยศักดิ์ศรี ประชาธิปไตยเทิดไว้ในใจนี้ อาลัย อุสมาน ลูกหยี ที่เรารัก ขอให้น้องชาย ผู้ร่วมเป็นร่วมตาย ให้อยู่กับพระผู้เป็นเจ้า พี่ไม่มีวันลืมลูกหยี ขอบคุณทุกอย่าง ชาติหน้าพบกัน พี่รักลูกหยีมาก”

อุสมานล้มป่วยจนหัวใจหยุดเต้นเมื่อ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังร่วมแถลงนโยบายพรรคเพื่อชาติ ก่อนเสียชีวิตที่ รพ.วิภารามเมื่อ 11.23 น. วันที่ 5 ก.พ. ดังกล่าว (ชมคลิปปราศรัยของอุสมาน)

อุสมาน ลูกหยี ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ (แฟ้มภาพ/พรรคเพื่อชาติ)

ด้านพรรคเพื่อชาติได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง การถึงแก่กรรม ของอาจารย์อุสมาน ลูกหยี ประธานยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อชาติ โดยเปิดเผยว่าอุสมาน ลูกหยี ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจ ณ รพ.วิภาราม เมื่อเวลา 11.23 น. วันที่ 5 ก.พ.2562

"ยังความเสียใจเป็นอย่างยิ่งมายังครอบครัว คนรักใคร่ ญาติมิตร คณะกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรคเพื่อชาติ ตลอดจนผู้เคารพรักใคร่ ศรัทธาในแนวคิดอุดมการณ์ประชาธิปไตย ที่อาจารย์อุสมาน ลูกหยี ได้นำเสนอผ่านทางรายการทีวี และโซเชียลมีเดียทั้งหลายมาโดยตลอด" แถลงการณ์ตอนหนึ่งของพรรคเพื่อชาติระบุ

สำหรับอุสมาน ลูกหยี ในสมัยที่เป็นนักศึกษาเคยอยู่พรรคศรัทธาธรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง เช่นเดียวกับจตุพร พรหมพันธุ์ ในช่วงประท้วงขับไล่รัฐบาล รสช. หลัง พล.อ.สุจินดา คราประยูร สืบทอดอำนาจเมื่อพฤษภาคม 2535 นอกจากนี้ยังเป็นวิทยากรฝึกอบรมศิลปะการพูดสถาบันแมนพาวเวอร์     

ต่อมาในปี 2545 กลายเป็นนักพูดที่มีชื่อเสียงจากการร่วมรายการ “สภาโจ๊ก” เช่นเดียวณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (รับบทไตรรงค์ สุวรรณคีรี) ทางไอทีวี นอกจากนี้อุสมานยังเคยร่วมก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ PTV กับวีระ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ก่อแก้ว พิกุลทอง และจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งรายหลังลี้ภัยไปต่างประเทศตั้งแต่ปี 2552

ในช่วงขบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อุสมาน และสมชาย หนองฮี สมาชิกสภาโจ๊ก ได้ไปปราศรัยที่เวทีพันธมิตรเมื่อ 27 มีนาคม 2549 นอกจากนี้ในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปี 2551 เขาได้ฝากบทกลอน "หมาไม่เคย โกงกิน สินของชาติ, หมาไม่เคย บ้าอำนาจ อาฆาตฆ่า ฯลฯ" ให้อมร อมรรัตนานนท์ หรือชื่อปัจจุบันคือ รัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี อ่านบนเวทีเมื่อ 4 กรกฎาคม 2551 ด้วย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

ต่อมาในระยะหลังเขาไปร่วมกับแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวมทั้งจัดรายการในสถานี PEACE 24 นอกจากนี้เขายังอธิบายหลักการศาสนาอิสลามผ่านทาง Facebook Live ส่วนตัว และเมื่อมีการก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ เขายังเข้าร่วมและมีบทบาทในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ

ก่อนหน้านี้จตุพรกล่าวถึงอุสมานว่า ในเหตุการณ์พฤษภาปี 2535 พรรคการเมืองต่างๆ มีนักพูดมากมาย เขากับนายอุสมานเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยรามคำแหงใน พ.ศ. นั้น นักการเมืองระดับไหนก็ตามต่างยกให้ผู้ปราศรัยดีที่สุด ประชาชนรอฟังมากที่สุดคือลูกหยี ทั้งที่เขาเป็นโรคหืดหอบ สุขภาพไม่ดี แต่มีจิตใจที่เข้มแข็ง ช่วงทำศึกหนักๆ ตนก็ไม่กล้าชวน เพราะเราก็ห่วงสังขารเขามีปัญหา จนกระทั่งชวนมาจัดรายการ ช่วงทำกิจกรรมเขาจริงจังทุกเรื่อง ตอนทำศูนย์ปราบโกง เราถูกฟ้องที่กรุงเทพฯ แต่ลูกหยีถูกฟ้องที่ จ.ยะลา

“ในยุทธภพนี้ก็รู้ว่าเขาไม่มีวันตามหลังใครยกเว้นผมคนเดียว ตั้งแต่อยู่ที่รามคำแหงมาแล้ว ใครจะชวนเขา เขาเป็นจอมยุทธ์คนหนึ่ง ใครจะชวนเขาอย่างไรเขาก็ไม่มีวันที่จะยินยอม ยกเว้นผมชวนเขา เขาก็ไม่เคยปฏิเสธกันในตลอดชีวิตนี้มา ก็ไม่น่าเชื่อหลังจากพูดที่ห้องประชุมในวันนั้น พอกลางคืนเข้าโรงพยาบาลรอบแรกหมอก็ให้กลับ แล้วก็รอบหลังเกิดอาการหนักขึ้นมาอีก ต้องกลับไปใหม่ รอบนี้มันหนักที่สุด เพราะกว่าจะไปถึงโรงพยาบาลหยุดหายใจประมาณ 5 นาที กว่าจะถึงโรงพยาบาล หมอก็ปั๊มหัวใจดับไปดับมา 3 รอบ ตอนนี้ก็หายใจได้ด้วยสายออกซิเจน อย่างไม่รู้สึกรู้เนื้อรู้ตัว ก็วาดหวังว่าหลังจากได้มีการส่งข้ามโรงพยาบาลไปอีกโรงพยาบาลหนึ่งที่เขาชำนาญเรื่องโรคหัวใจนั้น เขาได้กลับฟื้นกันมา” จตุพรระบุ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น