วันที่ 3 : P-move ร้อง ปธ.สนช.ค้านร่าง กม.อุทยาน-กม.คุ้มครองสัตว์ป่า รอรัฐสภาจากการเลือกตั้ง

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ชุมนุมหน้าทำเนียบฯวันที่ 3 เคลื่อนไหวไปรัฐสภาร้อง ปธ.สนช. หยุดพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ ร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เหตุขาดการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ย้ำรอให้รัฐสภาชุดใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้ง

12 ก.พ. 2562 วันที่ 3  ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-move ได้ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดิน ตลอดจนยื่นข้อเสนอเพื่อเร่งรัดกระบวนการแก้ปัญหาต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน หรือ Human Rights Lawyer Association (HRLA) รายงานระมวลความเพลื่อนไหวของ P-move ในรอบวันผ่านเฟสบุ๊คแฟนเพจตนเองว่า ช่วงเช้าของวันนี้ P-move ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อจี้รัฐบาลให้นำเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัย อาทิ โฉนดชุมชน บ้านมั่นคง เข้า ครม.โดยมีสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนมารับหนังสือ

ต่อมาช่วงบ่าย P - move เคลื่อนที่ไปยังหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กรณีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ ร่าง พ.ร.บ. สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า ซึ่งกลุ่ม P - move ชุมนุมกดดัน กว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่งเวลา 14.30 น. พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนปัจจุบัน ลงมารับหนังสือคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับด้วยตนเอง และตัวแทน P – move ได้อ่านแถลงการณ์ต่อหน้า พรเพชร พร้อมทั้งแสดงจุดยื่นอย่างแจ้งชัด ในการไม่เห็นด้วยและต้องการให้หยุดพิจารณาร่างกฎหมายนั้นทันที ก่อนเดินขบวนกลับไปยังที่พัก ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับทำเนียบรัฐบาล

เฟสบุ๊คแฟนเพจของ P-move เอง รายงานด้วยว่า บุญ แซ่จุ่ง ภาคประชาชนเพียงหนึ่งเดียวที่ได้เข้าเป็นคณะกรรมาธิการพิจารณาราง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า จากการแต่งตั้งโดยสนช. ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นคณะกรรมาธิการ ด้วยเหตุผลว่า

“ข้าพเจ้าขอยืนยันหลักการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย หลักการสิทธิเสรีภาพของประชาชน และหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำกฎหมาย แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติมิได้คำนึงถึงหลักการดังกล่าว จึงเลือกวิธีให้ร่างกฎหมายที่ประชาชนเข้าชื่อเป็นเพียงเอกสารประกอบการพิจารณา อันไม่เป็นไปตามหลักการดังกล่าวข้างต้น” บุญ กล่าว

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (13 กุมภาพันธ์) จะมีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของ P-move ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเจรจาหาทางออกการแก้ปัญหาต่อไป

สำหรับ P-Move ประกอบด้วยขบวนการภาคประชาชน 6 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน, เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง, สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ, สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ และ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด ประมาณ 500 คน รวมตัวปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลมาตั้งแต่ 3 วันก่อน

แถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม 
ฉบับ ขอให้ สนช. ยุติการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ ร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฉบับ พ.ศ. .... และร่างกฎหมายอื่นๆ โดยทันที

ตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายอำนาจรัฐราชการและกลุ่มทุนเป็นส่วนใหญ่ กำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. .... โดยการจัดทำกฎหมายขึ้นใหม่ทั้งฉบับทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการบริหารประเทศแต่อย่างใด และมีเนื้อหากระทบกับวิถีชีวิตของประชาชนและชุมชนที่รักษาป่ามายาวนานนั้น 

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) และคณะทำงานประชาชนเพื่อการอนุรักษ์และสิทธิชุมชน (คอส.) ได้ติดตามและตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าวมาอย่างใกล้ชิด ขอประณามพฤติกรรมการเร่งรีบพิจารณากฎหมายและเนื้อหาร่างกฎหมายดังกล่าวทั้งสองฉบับ และขอเรียกร้องต่อ สนช. ให้ยุติการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. .... และร่างกฎหมายอื่นๆ โดยทันที ด้วยเหตุผลดังนี้

1. พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนของประเทศและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก กระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน สมควรจะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายและมีระยะเวลาพิจารณาตามสมควร มิใช่เร่งรีบดำเนินการ ดังที่ สนช.ทำอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้เพราะสถานการณ์ที่มีเวลาอันจำกัด และประเทศอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง สส. แต่สนช. กลับเร่งรีบจะส่งผลให้กฎหมายขาดความสมบูรณ์เพียงพอ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่หรืออาจสร้างปัญหาใหม่ในอนาคต

2. ความเร่งรีบในการพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับ อาจทำให้กฎหมายอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 หลายมาตรา เช่น ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิพลเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สิทธิชุมชน หลักนิติธรรม และการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิ หรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรและกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคล ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน สิทธิของชนพื้นเมืองตามปฏิญญาสากล

3. ประเทศไทยกำลังจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกอบกับกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว มิได้มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการบริหารประเทศ สนช. จึงควรยุติการพิจารณากฎหมายและส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นผู้พิจารณา 

เราขอไว้อาลัยต่อระบบราชการและส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความพยายามในการแก้ไขกฎหมายทั้งสองฉบับ เพื่อรวมศูนย์และผูกขาดอำนาจการจัดการทรัพยากรป่าไม้ไว้ส่วนกลาง อันเป็นพฤติกรรมที่สวนทางกับกระแสโลกที่มีการกระจายอำนาจการบริหารจัดการทรัพยากรให้ชุมชนเป็นผู้ดูแลรักษาเยี่ยงอารยประเทศ

เพื่อให้ประเทศเข้าสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติ เราจึงขอเรียกร้องมาสมาชิก สนช.ทุกท่าน ให้ยุติการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ และร่างพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและร่างกฎหมายอื่นๆ โดยทันที เพื่อรอให้รัฐสภาชุดใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งมาดำเนินการต่อไป

ด้วยจิตสมานฉันท์และเชื่อมั่นในพลังประชาชน
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.)
คณะทำงานประชาชนเพื่อการอนุรักษ์และสิทธิชุมชน (คอส.)
12 กุมภาพันธ์ 2562 
ณ หน้ารัฐสภา กรุงเทพมหานคร

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์