8 จำเลยพ้นข้อหา “นั่งรถไฟไปส่องโกงราชภักดิ์” เหตุยกเลิกความผิดชุมนุมทางการเมือง

ศาลทหารกรุงเทพฯ ชี้เป็นการออกกฎหมายภายหลังการกระทำความผิด มายกเลิกความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องต้องระงับไป รวมแล้วตั้งแต่เกิดเหตุกระทั่งมีการจำหน่ายคดีใช้เวลา 3 ปี 2 เดือนเศษ

ภาพจากเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

15 ก.พ. 2561 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า วันนี้ ศาลทหารกรุงเทพมีคำสั่งจำหน่ายคดี “นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกงราชภักดิ์” ที่มีจำเลยจำนวน 8 คน ถูกอัยการทหารฟ้องร่วมกันในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 เรื่อง ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เนื่องจากได้มีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2561 ในข้อ 1 (7) มายกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 ทำให้การกระทำดังกล่าวของพวกจำเลยไม่เป็นความผิดอีกต่อไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง

ศาลทหารกรุงเทพฯ พิเคราะห์เห็นว่ากรณีนี้เป็นการออกกฎหมายภายหลังการกระทำความผิด มายกเลิกความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องต้องระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (5) ประกอบกับมาตรา 45 ของพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 จึงให้งดการสืบพยาน และจำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ

นอกจากนั้น ศาลทหารยังมีคำสั่งให้ถอนหมายจับของ น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 8 ในคดีนี้ด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอต้องลี้ภัยการเมืองเนื่องจากถูกดำเนินคดีมาตรา 112 เพราะเหตุแชร์ข่าวพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 ของบีบีซีไทย ทำให้ต่อมาศาลทหารได้ออกหมายจับในคดีส่องโกงราชภักดิ์ฯ ไปเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2561

สำหรับจำเลยในคดีนี้ทั้ง 7 คน ได้แก่ สิรวิชญ์ เสรธิวัฒน์, อานนท์ นำภา, กิตติธัช สุมาลย์นพ, วิศรุต อนุกูลการย์, กรกนก คำตา, วิจิตร์ หันหาบุญ, และกรกช แสงเย็นพันธ์ ถูกกล่าวหาว่าได้ร่วมกันนั่งรถไฟจากกรุงเทพไปที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2558 แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่เข้าขัดขวางการเดินทางและเข้าจับกุมดำเนินคดีแกนนำที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง จ.ราชบุรี เสียก่อน

ต่อมา อัยการทหารได้สั่งฟ้องคดีต่อศาลทหารกรุงเทพเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2559 แต่จนถึงก่อนหน้านี้ คดียังไม่สามารถสืบพยานไปได้แม้แต่ปากเดียว รวมแล้วตั้งแต่เกิดเหตุกระทั่งมีการจำหน่ายคดีใช้เวลา 3 ปี 2 เดือนเศษ

จากการที่ศาลทหารมีคำสั่งในวันนี้ จึงส่งผลให้คดีของชลธิชา แจ้งเร็ว และอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ ที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง แต่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในกรณีเดียวกันนี้ไว้ คดีก็ยุติไปด้วยเช่นกัน

 

ภาพการเข้าขัดขวางการเดินทางไปทำกิจกรรมส่องโกงราชภักดิ์ และการเข้าจับกุมผู้ทำกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2558 (ภาพโดย Banrasdr Photo)

 

ทั้งนี้ ยังมีผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ถูกจับกุมดำเนินคดีด้วยอีก 1 คนคือ ธเนตร อนันตวงษ์ ที่ถูกศาลทหารพิพากษาให้จำคุก 8 เดือน โดยเขาได้ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา ศาลจึงลดโทษจำคุกเหลือ 4 เดือน แต่ธเนตรถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 2559 ทำให้ถูกคุมขังจนครบกำหนดโทษแล้ว แต่ปัจจุบันเขายังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เนื่องจากธเนตรยังถูกฟ้องข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และมาตรา 14 ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จากการโพสต์แผนผังการทุจริตสร้างอุทยานราชภักดิ์ด้วย อีก 1 คดี และคดีนี้ยังคงอยู่ในการพิจารณาของศาลทหารกรุงเทพ

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น