เลขาธิการ กกต. คาดใช้เวลา 1-2 สัปดาห์รวบหลักฐานปมร้องยุบพรรคพลังประชารัฐ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยกำลังรวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริง กรณีร้องเรียนยุบพรรคพลังประชารัฐ คาดใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ยืนยันปฏิบัติกับทุกพรรคอย่างเท่าเทียม

20 ก.พ. 2562 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงกรณีที่หลายพรรคการเมืองยื่นคำร้องเพื่อขอให้ กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ ว่า เวลานี้ ขั้นตอนอยู่ที่นายทะเบียนพรรคการเมืองตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมหลักฐาน ก่อนนำเสนอเข้าที่ประชุม กกต. เพื่อขอความเห็น

ส่วนกรณีที่มีการกดดันให้ กกต. เร่งดำเนินการยุบพรรคพลังประชารัฐด้วยความรวดเร็วเหทือนกับพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อห้เห็นว่ามีการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ตอบว่า ในบางกรณี กกต. เห็นว่ามีข้อมูลหลักฐานทางกฎหมายชัดเจน และทำใหเชื่อว่ามีความผิดจริง กกต. ก็สามารถลงมติ เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ทันที

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ยืนยันด้วยว่า กกต. ปฏิบัติกับทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน เพราะเป็นขั้นตอนโดยในส่วนของการร้องเรียนยุบพรรคพลังประชารัฐนั้น ขณะนี้ได้นำข้อมูลหลักฐาน และคำร้องที่เป็นข้อเท็จมาพิจารณา และคดีดังกล่าวจะไม่ช้า คาดว่าในอีก 1-2 สัปดาห์ จะสามารถรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด และส่งที่ประชุม กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การยื่นเรื่องร้องเรียนให้ กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ มีผู้ยื่นครั้งแรกในวันที่ 15 ก.พ. คือ วิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) ได้ยื่นหนังสือต่อประธาน กกต.เรียกร้อง กกต.พิจารณาดำเนินการยุบพรรคพลังประชารัฐ แบบเดียวกับพรรคไทยรักษาชาติแล้ว โดยยกกรณีกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตามที่มีการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรีในนามของพรรค อันเป็นการขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. ที่มาโดยการยึดอำนาจการบริหารประเทศ ซึ่งขัดกับหลักการระบอบประชาธิปไตย 

อีกทั้งการเสนอชื่อดังกล่าวยังเข้าข่ายการครอบงำพรรคการเมือง ของพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยในฐานะที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้ตำแหน่งเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง และยินยอมให้มีการใช้ทรัพยากรของรัฐ และยังมีการสมคบใช้นโยบายของรัฐเพื่อเป็นนโยบายพรรคการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ จูงใจ ในการหาเสียงเลือกตั้งจึงขอให้ กกต. เร่งพิจารณาโดยเร็ว

นอกจากนี้ในวันที่ 18 ก.พ. 2562 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ยื่นเรื่องกับ กกต. ให้พิจารณายุบพรรคพลังประชารัฐ ในข้อหาเสนอคนที่ยึดอำนาจเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่า เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย วันเดียวยังมีเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนใน 3 ประเด็นคือ

การเสนอชื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขหรือไม่ 

การที่ อุตตม สาวนายน จดจัดตั้งพรรคการเมืองก่อนการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ 

การระดมเงินทุนจากโต๊ะจีน ที่พรรคพลังประชารัฐระดมทุนซึ่งต้องเสนอเรื่องให้ กกต. พิจารณา ซึ่งการระดมเงินทุนในครั้งนั้น ทางพรรคฯ ได้เงิน 650 ล้านบาท แต่เมื่อชี้แจงกับ กกต. กลับได้มา 90 ล้านบาท และอ้างว่านอกจากนั้นเป็นเงินที่ได้รับบริจาค ถือเป็นความผิดหรือไม่

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์