เลือกตั้ง 62 : กกต.รับคำร้อง ยื่นยุบอนาคตใหม่ ไต่สวน 6 มี.ค.นี้ - สั่งลบ 12 โพสต์ผิด กม.หาเสียง

กกต.รับคำร้อง 'ศรีสุวรรณ' ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ เรียกไต่สวน 6 มี.ค.นี้ ด้าน 'อนาคตใหม่' เตรียมแถลงข่าวตอบ 3 ประเด็นพรุ่งนี้ ขณะที่ 'ธนาธร' โพสต์แจงปมหุ้นปิคนิค และกรณีวัน โอ ซี คอร์โปเรชันฯ วันเดียวกัน กกต. สั่งลบ 12 โพสต์ผิดกฎหมายหาเสียงเลือกตั้ง

4 มี.ค.2562 จากกรณีเมื่อ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบว่าเป็นการจงใจกระทำผิดหรือไม่ และหากเข้าข่ายความผิด ขอให้ กกต. เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคนี้ทันที จากที่เว็บไซต์พรรคอนาคตใหม่ ที่ลงข้อมูลประวัติของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ไม่ตรงกับความเป็นจริง นั้น

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ล่าสุดวันนี้ (4 ก.พ.62) ศรีสุวรรณ โพสต์หนังสือแจ้งจาก กกต. ว่า กกต.รับคำร้องดังกล่าวไว้ไต่สวนแล้ว และมีหนังสือเชิญตนไปให้ปากคำกรณีมีคำร้องว่า ธนาธร อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 73(5) เนื่องจากในเว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่ระบุว่า ธนาธร เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 วาระ ตั้งแต่ปี 2551-2555 จึงไม่ตรงกับความจริง โดย กกต.เชิญไปไต่สวนให้ปากคำในวันพุธที่ 6 มี.ค.นี้ เวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B

อนาคตใหม่เตรียมแถลงข่าวตอบ 3 ประเด็นพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า 5 มี.ค.นี้ เวลา 10.00 น.ที่ห้องแถลงข่าวพรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ ชั้น 7 พรรคอนาคตใหม่เตรียมแถลงข่าว กรณี 1. พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค ถูกดำเนินคดี 2. ข้อชี้แจงและแนวทางการปฏิบัติต่อขบวนการปล่อยข่าวเท็จใส่ร้ายป้ายสีพรรคอนาคตใหม่ และ 3. ชี้แจงข่าวธนาธร ถูกกล่าวหาพัวพันกับธุรกิจโรงเลื่อยไม้เถื่อน ทำลายธรรมชาติ และการมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีทุจริตบริษัท ปิคนิคแก๊ส ตามที่มีสื่อบางสำนักเปิดประเด็นไว้

สำหรับกรณี พล.ท.พงศกร ถูกดำเนินคดีนั้น ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้าน กฎหมาย คสช. ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับบก.ปอท. ในกรณีมีการโพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลในเว็บไซต์ https://www.one31news.com โดยพาดหัวข่าวว่า “เบิกงบกาแฟแก้วละ 12,000” ซึ่งปรากฏเนื้อหาว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมรัฐมนตรี ดื่มกาแฟแก้วละ 12,000 บาท โดยใช้งบสวัสดิการในตำแหน่ง รวมเป็นเงิน 82,000 บาท พร้อมกับนำภาพประกอบที่มี พล.อ.ประวิตร และไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษา มาตัดต่อร่วมกัน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดจากข้อมูลที่คาดเคลื่อนจนประชาชนหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับหน่วยงานรัฐและความมั่นคงของชาติ

โดย พ.อ.บุรินทร์ ร้องทุกข์เพื่อให้ร่วมสืบสวนหาผู้กระทำความผิดจากนั้นทางบก.ปอท. บูรณาการร่วมกับ ศปอส.ตร. ทำการสืบสวนสอบสวนทราบว่ามีผู้เผยแพร่และส่งต่อข่าวปลอมดังกล่าว 6 ราย โดยหนึ่งในนั้นมี พล.ท.พงศกร 

ซึ่งวันนี้ เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ห้องประชุม ปอท.ชั้น 4 อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวางและ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีนี้ ประกอบด้วย 1. บุญยืน แสนคูณ อายุ 43 ปี 2. วิศรุต ธีรปัญญาวัฒน์ อายุ 34 ปี 3. ปรีชา ทัศนา 31 ปี และ4. เกษมสันต์ ทวยมาตร์ อายุ 38 ปี

ธนาธร โพสต์แจงปมหุ้นปิคนิค- วัน โอ ซี คอร์โปเรชันฯ

ขณะที่ ธนาธร โพสต์ข้อความผ่านแฟสบุ๊คแฟนเพจ 'Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' ชี้แจง กรณีของหุ้นปิคนิค และกรณีของบริษัท วัน โอ ซี คอร์โปเรชัน จำกัด โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

ความพยายามที่จะทำลายผมและพรรคอนาคตใหม่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดและเกลียดชังผม

ที่ผ่านมาเราพยายามที่จะไม่ตอบโต้หรือสาดโคลนกลับ พวกเราชาวอนาคตใหม่กำลังทำภารกิจสำคัญด้วยกัน ดังนั้นขอให้เราหนักแน่น อย่าหวั่นไหวไปกับข่าวที่มุ่งหวังทำลายเรา การเดินทางเพื่อเปลี่ยนแปลงยังอีกไกล จับมือกันไว้ให้แน่นและแสดงให้พวกเขาเห็นว่าอุดมการณ์ของเราแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดมากนักและจะไม่โดนทำลายด้วยการเมืองเก่าสกปรกเช่นนี้

อนาคตใหม่วันนี้คือกุญแจดอกสำคัญ คือตัวแปรสำคัญที่จะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของเผด็จการความรุนแรงและความถี่ในการโจมตีผมและพรรคอนาคตใหม่อย่างเป็นระบบ แสดงให้เห็นถึงลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเผด็จการที่ต้องการสืบทอดอำนาจ

กรณีของหุ้นปิคนิค (PICNI)

ในกรณีของหุ้นปิคนิค (PICNI) มีการพยายามโยงว่าผมเกี่ยวข้องกับคดีอื้อฉาวของคุณสุริยา ลาภวิสุทธิสิน ผู้ถือหุ้นเดิม และผมอยู่ในเครือข่ายอุปถัมภ์เดียวกับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ ข่าวดังกล่าวมาจากสื่อบางสำนัก ซึ่งผมขอชี้แจงดังนี้

1. ผมไม่เคยรู้จักและไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับคุณสุริยา ผู้บริหารเดิมของปิคนิค และไม่เคยเข้าไปมีส่วนบริหารใดๆ กับปิคนิคเดิมเลย คดีที่เกี่ยวข้องกับคุณสุริยาเกิดขึ้นนานนับสิบปีก่อนที่ผมจะเข้ามาซื้อหุ้นบางส่วนในบริษัท (ดูไทม์ไลน์ที่คุณณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ สรุปมาได้ที่ https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=2372868842765193&id=100001263023794&sfnsn=mo )

2. เมื่อกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ต้องการเข้าฟื้นฟูกิจการ PICNI ด้วยการควบรวมบริษัทกับ World Gas ผมได้รับการขอร้องจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้เข้าไปช่วยซื้อหุ้นที่เพิ่มทุน เพราะทุนไม่พอต่อการปรับโครงสร้างบริษัท ผมเข้าไปลงทุนหลังคดีความของปิคนิคเดิมที่เกี่ยวข้องกับคุณสุริยาหลุดจากบริษัทปิคนิคไปแล้ว

3. ผมตัดสินใจช่วยเพราะผมได้ put option ที่จะทำให้ผมขายคืนได้ด้วยผลตอบแทนร้อยละ 7-8 ต่อปี ผมถือหุ้นไว้ระยะเวลาหนึ่งก็ขายออกไปให้กับนักลงทุนอื่นบางส่วน และใช้ put option ขายหุ้นส่วนที่เหลือคืนกลุ่มที่เสนอขายให้ผม

4. ตลอดเวลาที่ผมถือหุ้นอยู่ ผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการบริหารบริษัท หรือกระทำการใดๆ ให้บริษัทเสื่อมเสียในฐานะผู้ถือหุ้น แม้แต่ผู้ถือหุ้นท่านอื่น (เช่น คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา, คุณชัชวาลย์ เจียรวนนท์, คุณวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์) ผมก็ไม่ได้รู้จักกันเป็นส่วนตัว เท่าที่จำได้ แม้แต่การประชุมผู้ถือหุ้น ผมก็ไม่เคยไปด้วยตัวเองสักครั้ง

กรณีของบริษัท วัน โอ ซี คอร์โปเรชัน จำกัด

ในกรณีของบริษัท วัน โอ ซี คอร์โปเรชัน จำกัด มีความพยายามที่จะทำให้ประชาชนเชื่อว่า บริษัทวันโอซีที่ผมถือหุ้นอยู่ ทำกิจการโรงเลื่อยและสัมปทานค้าไม้ จนทำให้มีคนนำเรื่องนี้ไปโจมตีต่อว่าเป็นโรงเลื่อยเถื่อนและทำลายป่าไม้ทำให้เกิดภูเขาหัวโล้น

วัน โอ ซี เป็นบริษัทที่ผมเตรียมไว้ใช้ในธุรกิจส่วนตัว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้บริษัทนี้แต่อย่างใด สถานะของบริษัทนี้ตลอดมาเป็น sleeping company ปัจจุบันบริษัทนี้อยู่ในระหว่างปิดกิจการ 

ธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปในภาคธุรกิจอันเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนบริษัท มักระบุขอบเขตกิจการของบริษัทกว้างๆ ไว้ ซึ่งโดยมากเขียนกันเป็นมาตรฐาน เพื่อให้เมื่อประกอบกิจการแล้วขยับขยายต่อไปจะได้ไม่ต้องไปขอแก้ไขเพิ่มอันจะเสียเวลาทั้งของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ประกอบการ ซึ่งเรื่องนี้คนทั่วไปที่ทำธุรกิจและสื่อมวลชนก็เข้าใจเป็นอย่างดีว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไป

ดังนั้นการนำเอาวัตุประสงค์ของบริษัท วัน โอ ซี เพียงบางข้อในหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคลมากล่าวหาว่าผมเป็นเจ้าของโรงเลื่อยและสัมปทานค้าไม้โดยไม่มีหลักฐานอื่นใดมายืนยัน จึงเป็นการสร้างข่าวเท็จที่มุ่งหวังจะสร้างความเกลียดชังในสังคม

ต้องยอมรับว่าผมเสียดายอย่างยิ่งสำหรับสำนักข่าวที่เป็นผู้จุดประเด็นนี้ เนื่องจากเคยเป็นความหวังของสังคมไทยว่าจะยืนหยัดตรวจสอบผู้มีอำนาจอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรม ไม่มีอคติและไม่เลือกปฏิบัติ

ผมยืนยันในข้อเท็จจริงทั้งสองกรณี สำนักข่าวใดมีข้อเท็จจริงหักล้างคำกล่าวของผมข้างต้น ผมยินดีรับฟัง แต่หากไม่มีหลักฐานพิสูจน์คำกล่าวหา กรุณาอย่าทำลายกันด้วยการเมืองแบบนี้เลยครับ เพราะด้วยการเมืองแบบเก่าที่สร้างให้ประชาชนชิงชังกันเองแบบนี้ ประเทศถึงไม่พัฒนาไปไหนในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา

ในโลกที่กระแสโลกาภิวัตน์เชี่ยวกราก สื่อทุกสำนักต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ ประชาชนจากเดิมที่เป็นเพียงผู้เสพข่าวกลายเป็นทั้งผู้เสพ ผู้เขียน และตัวแสดงในคนคนเดียวกัน สื่อคือตัวกลางที่เชื่อมระหว่างข่าวกับผู้เสพข่าว ตัวกลางที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีคุณภาพ หรือไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้อ่านได้ จะถูกเทคโนโลยีทำลายหายไป

องค์กรสื่อทั้งหมดเผชิญกับรายได้ที่ลดลง ผลประกอบการส่วนใหญ่ขาดทุน และยังหารูปแบบการทำธุรกิจที่ทำกำไรอย่างยั่งยืนไม่ได้ ถ้าผมเป็นผู้บริหารสื่อบางสำนัก แทนที่จะเอาเวลามาสร้างความเกลียดชังกันในหมู่ประชาชน ผมจะนำเวลาไปพัฒนาความรู้และทักษะของคนในองค์กรเพื่อตอบสนองกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างข่าวที่มีคุณภาพกว่าคนอื่น องค์กรธุรกิจสื่อสมัยใหม่จะอยู่ได้ก็ด้วยคุณภาพ

ผมยกตัวอย่างเช่น เมื่อครั้งผมไป World Economic Forum ที่เวียดนาม นักข่าวจาก Channel NewsAsia สำนักข่าวจากสิงคโปร์ มาสัมภาษณ์ผม เขาคนเดียวตั้งกล้องวิดีโอ, ถ่ายภาพนิ่ง, ทำประเด็น และสัมภาษณ์ด้วยตัวเองโดยมีเนื้อหาคำถามอันแหลมคม ภายใน 3 ชั่วโมงหลังการสัมภาษณ์ ข่าวถูกตีพิมพ์เผยแพร่ในโลก online เนื้อหาถูกเขียนสรุป พร้อมบริบทการเมืองที่ไม่ได้อยู่ในการสัมภาษณ์เพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจ คลิปประโยคสำคัญถูกตัดต่อให้สั้นกระชับและแนบในเนื้อข่าว ทั้งหมดทำโดยคนๆ เดียว นี่คือองค์กรสื่อสมัยใหม่ชั้นนำ

ทว่าองค์กรสื่อไทยบางองค์กรกลับเลือกวิธีที่คิดสั้น เพราะการลงทุนลงแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงมันยาก, ต้องเสี่ยง, เหนื่อย และใช้เวลา ทางเลือกอื่นคือหันไปรับใช้เผด็จการเพื่อผลประโยชน์ระยะสั้นโดยยอมทิ้งเสรีภาพและจรรยาบรรณสื่อในการเสนอข่าว

เมื่อสื่อบางสำนักยังเขียนถึงผมในลักษณะสร้างความเกลียดชังด้วยความเท็จเช่นนี้ ประชาชนจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข่าวที่สื่อสำนักนั้นเขียนถึงคนอื่นจะไม่มีลักษณะแบบเดียวกัน

ผมขอให้กำลังใจสื่อมวลชนทุกท่านที่ยังมีความหวังและเชื่อมั่นอยู่ว่าสื่อมวลชนที่เข้มแข็งคือเสาหลักต้นหนึ่งของประชาธิปไตย ขอให้กำลังใจทุกคนที่ยืนหยัดในเกียรติภูมิของนักข่าว สำหรับผม ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนวงการสื่อไปแค่ไหน การตีแผ่ความจริงที่ผู้มีอำนาจไม่อยากให้ประชาชนรู้ หรือการเป็นปากเป็นเสียงให้แก่ผู้ที่ถูกกดขี่คุกคาม ยังเป็นสิ่งที่น่าหลงใหลและน่านับถืออยู่เสมอ

สั่งลบ 12 โพสต์ผิดกฎหมายหาเสียงเลือกตั้ง

วันเดียวกัน กกต.มีคำสั่งลบภาพและข้อความหาเสียงที่เข้าข่ายผิดกฎหมายและระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. 2561 ตามที่คณะทำงานติดตามเกี่ยวกับการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้เสนอรวม 12 กรณี ประกอบด้วย 

1.กรณีบัญชีเฟซบุ๊ก Watsawan Yensuk โพสต์ภาพนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยมีข้อความว่า "ยังไม่ทันไรสันดานโกงก็โผล่แล้ว! #ยายลั่นไม่เอาอนาคตใหม่!! " 

2.กรณีเพจเฟซบุ๊ก สนับสนุนลุงตู่เป็นนายกคนที่ 30 โพสต์ภาพนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยมีข้อความว่า "ภาพหลุดอนาคตใหม่ ดับความชั่ว ความเลวเปิดเผย" และข้อความว่า "ชัดเจน! ใครเผาประเทศ!" 

3.กรณีบัญชีเฟซบุ๊กสุริยา ขำเจริญพร โพสต์ข้อความและรูปภาพนายกลุ่มเชียร์ ลุงตู่ โพสต์ภาพ สัญลักษณ์พรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อชาติ โดยมีรอยเท้าปิดทับสัญลักษณ์ ของพรรคทั้งสามและมีข้อความว่า "นี่คือคำตอบที่กูให้มึง ไอ้เหี้ยพรรคเผาบ้านเผาเมือง "

4.กรณีบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Ziko Mesa โพสต์รูปภาพนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยมีข้อความโจมตีบุคคลดังกล่าวข้อความว่า "แนวคิดจุดยืนชัดเจนเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ !"

5.กรณีเฟซบุ๊กจั่วหัวโพสต์ภาพนางชยิกา วงศ์นภาจันทร์ โดยมีข้อความว่า "หลานยิ่งลักษณ์-ทักษิณ ประกาศรื้อฟื้นโครงการโคตรโกงตามรอยยิ่งลักษณ์" 

6.กรณีเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ต้านนิรโทษกรรม โพสต์ภาพ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายเหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และโพสต์ภาพการเผาบ้านเมือง รวมทั้งใส่สัญลักษณ์พรรคไทยรักษาชาติ และมีข้อความประกอบภาพ "อย่าลืมผลงานของพวกเรา" 

7.กรณีมีบุคคลโพสต์ภาพสัญลักษณ์พรรคเพื่อชาติ พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อไทย โดยมีข้อความว่า "พอกันทีวาทกรรมเผาบ้านเผาเมือง !!! เพราะพวกเรา..." รวมทั้งมีภาพการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดง 

8.กรณีทวิตเตอร์บัญชี vnomenon โพสต์ภาพสัญลักษณ์พรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อชาติ โดยมีภาพบุคคลคือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และมีข้อความว่า “แกนนำสำคัญ ที่ร่วมมือกันเผาบ้านเผาเมือง!! ปี 53 อยู่พรรคไหนกันบ้าง..ดูเอา”

9.กรณีเพจเฟซบุ๊ก ยังจำได้ไหม โพสต์รูปภาพการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดงโดยมีข้อความว่า "ไทยรักษาชาติ" และมีข้อความอีกว่า "อย่าลืมพวกที่เคยทำร้ายบ้านเมืองเรา " 

10.กรณีเพจเฟซบุ๊ก ยังจำได้ไหม โพสต์ภาพนายจตุรนต์ ฉายแสง นายเหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และโพสต์ภาพการเผาบ้านเมือง รวมทั้งใส่สัญลักษณ์พรรคไทยรักษาชาติ และมีข้อความประกอบภาพ "ยุบแน่ๆ คุกรออยู่ "

11.กรณีเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ต้านนิรโทษกรรม โพสต์ภาพนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และมีข้อความว่า "พรรคไหนเผา ..เราไม่เลือก และข้อความว่า "เผาเลยครับพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง รวมทั้งโพสต์ภาพสัญลักษณ์ พรรคไทยรักษาชาติ

12.กรณีทวิตเตอร์บัญชี Leader Democracy โพสต์ข้อความ "ขอเรียกร้องเชิญพี่น้องประชาชน ผู้รักชาติ พระมหากษัตริย์ และประชาชนทั้งหลาย คว่ำบาตร พรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ ในการเลือกตั้ง

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์