เลือกตั้ง 62 : 5 พรรคการเมืองชูแก้กฎหมายละเมิดสิทธิ ร่วมหนุนปกป้องเสรีภาพการแสดงออก

วงถกเปิดแนวคิดพรรคการเมืองกับนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน 'เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์-มหาชน-สามัญชน-อนาคตใหม่' ชูแก้กฎหมายละเมิดสิทธิ ร่วมหนุนปกป้องเสรีภาพการแสดงออก

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา เวลา 13.00 น. ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดเวทีสาธารณะหัวข้อ “เปิดแนวคิดพรรคการเมืองกับนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน” เชิญตัวแทนพรรคการเมืองนำเสนอนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณวิทิต มันตาภรณ์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กล่าวเปิดงาน และ ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้ดำเนินรายการที่นี่ไทยพีบีเอส ดำเนินรายการ

วัฒนา เมืองสุข ตัวแทนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับประชาธิปไตยที่มีสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐาน นโยบายสำคัญที่จะทำหลังเลือกตั้ง 3R คือ 1. Restore Economy พลิกฟื้นเศรษฐกิจ 2. Return Power to the People คืนอำนาจให้ประชาชน 3. Reform Government Authority สิ่งที่เป็นปัญหาต้องถูกปฏิรูปก่อน

“นโยบายสำคัญอย่างแรกคือการเคารพสิทธิการแสดงออก อะไรที่กระทบสิทธิพื้นฐานของการเป็นคนต้องยกเลิก ระบอบประชาธิปไตยเป็นหลักประกันราคาถูกสุดที่จะสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ สิ่งที่พรรคต้องทำควบคู่คือการปฏิรูปองค์กรที่มีส่วนในการละเมิดสิทธิมากที่สุด เช่นองค์กรในกระบวนการยุติธรรมและกองทัพ รวมถึงการยกเลิกการเกณฑ์ทหารด้วยที่ไม่สอดคล้องกับบริบทภัยคุกคามรูปแบบใหม่ มากกว่านั้นกฎหมายใดที่ออกมาโดยขัดหลักนิติธรรม พรรคเพื่อไทยจะยกเลิกหรือปรับปรุงให้สอดคล้องบริบทสิทธิมนุษยชนโลก คือเป็นไปตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ” วัฒนากล่าว

อลงกรณ์ พลบุตร ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเหมือนสองด้านของเหรียญที่ขาดกันไม่ได้ แต่จะขับเคลื่อนไปในบริบทภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ ประเพณี ธรรมเนียม ระบบกฎหมาย และความเชื่อที่ต่างกันในแต่ละประเทศ

“สิ่งที่ประชาธิปัตย์จะทำถ้าได้เป็นรัฐบาล คือ 1. จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติจัดทำกรอบสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครอบคลุมประเด็นสำคัญ 21 สิทธิตามแนวทางยูพีอาร์ 2. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ โดยเฉพาะปฏิรูปตำรวจให้เหลือแต่ตำรวจส่วนกลาง นอกนั้นเป็นตำรวจจังหวัด ถ้าเราให้ต้นน้ำกระบวนการยุติธรรมอยู่ในกรอบการตรวจสอบและมีส่วนร่วมจากประชาชนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของสิทธิมนุษยชน 3. การปฏิรูปกฎหมาย” อลงกรณ์กล่าว

พาลินี งามพริ้ง ตัวแทนพรรคมหาชน กล่าวว่า นโยบายพรรคมุ่งให้ความสำคัญเรื่องความเท่าเทียมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงความเป็นพลเมืองและวัฒนธรรมซึ่งครอบคลุมเรื่องสิทธิมนุษยชนครบถ้วน ความเท่าเทียมทางการเมืองคือมุ่งเน้นการทำการเมืองแบบไม่แบ่งฝ่ายไม่เลือกข้าง สนับสนุนพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะถ้าเน้นฝักฝ่ายจะแก้ปัญหาประเทศไม่ได้

“เรื่องความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจต้องให้มีการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้เท่ากันโดยมีนโยบายเรื่องเศรษฐกิจออนไลน์ เรื่องสิทธิมนุษยชนความเท่าเทียมต้องมีการปลดล็อก พ.ร.บ.ปราบปรามการค้าประเวณี ที่ลิดรอนสิทธิมนุษยชนของคนด้อยโอกาสที่ทำงานในภาคบริการ ส่วนเรื่องความหลากหลายทางเพศนั้นเรายึดมั่นแน่นอน” พาลินีกล่าว

เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร ตัวแทนพรรคสามัญชน กล่าวว่า อุดมการณ์ 3 ข้อของพรรคสามัญชนคือ ประชาธิปไตยฐานราก สิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมเป็นธรรม นโยบายทุกข้อจึงเป็นนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีนโยบายที่โดดเด่นต่างจากพรรคอื่นคือ 1. สร้างกลไกคุ้มครองนักปกป้องสิทธิ ป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหาย 2. ผลักดันเรื่องความเสมอภาคและความเป็นธรรมทางเพศเป็นวาระแห่งชาติ ผู้หญิงต้องมีสิทธิตัดสินใจเรื่องร่างกายของตัวเองรวมถึงเรื่องการทำแท้ง 3. ทบทวนกฎหมายอาญาที่จำกัดสิทธิและกีดดันแรงงานข้ามชาติและพนักงานทางเพศไม่ให้เข้าถึงสวัสดิการ รวมทั้งกฎหมายที่กีดกันผู้ลี้ภัยไม่ให้เข้าถึงสิทธิการทำงาน นอกจากนี้ยังมีนโยบายเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ คนไร้รัฐ แรงงานพลัดถิ่น ผู้พิการ

“หากเป็นรัฐบาลสิ่งแรกที่จะทำคือแก้กฎหมายที่ควบคุมสิทธิเสรีภาพและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนทั้งหมด ยกเลิกคำสั่งคสช.ทั้ง 35 ฉบับ ยุติการดำเนินคดีกับใครที่พยายามพูดความจริงในสังคม ยกเลิกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความเห็นทางการเมืองของคนไทยทุกคนและคนที่ลี้ภัยในต่างประเทศ” เกรียงศักดิ์กล่าว

พรรณิการ์ วานิช ตัวแทนพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า โครงสร้างนโยบายพรรคอนาคตใหม่ประกอบด้วย 3นโยบายฐานราก 8นโยบายเสาหลัก และ1ปักธงประชาธิปไตย มุ่งหมายในการสร้างสังคมที่คนเท่าเทียมกัน นำประเทศไทยไปเท่าทันโลก เรื่องสิทธิมนุษยชนที่เร่งด่วนที่สุดคือสามจังหวัดชายแดนใต้ ต้องยกเลิกกฎหมายพิเศษที่ใช้อยู่เช่นกฎอัยการศึกหรือพรก.ฉุกเฉิน แล้วใช้กฎหมายปกติ อย่าให้กฎหมายเป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่รัฐเลือกปฏิบัติและยิ่งสร้างความคับแค้นใจเติมเชื้อไฟให้สามจังหวัด แล้วต้องมีการทำกระบวนการความยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่านที่รวมถึงประชาชนไทยทุกคนที่ถูกละเมิดโดยรัฐต้องได้รับการเยียวยา

“เราต้องการการปรองดอง แต่การลืมทุกอย่างแล้วจับมือกันเรียกว่าหมกเม็ดซุกขยะใต้พรม หากทำความยุติธรรมให้ปรากฏแล้วความปรองดองที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในประเทศนี้ เราต้องกำจัดกฎหมายไม่เป็นธรรมที่รัฐใช้อำนาจละเมิดประชาชน ต้องแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 279 ที่บัญญัติให้คำสั่งคสช.ถูกต้องชอบธรรม ประกาศคำสั่งคสช.ต้องถูกพิจารณาใหม่หมด ประกาศคำสั่งที่มีผู้ได้ประโยชน์โดยสุจริตให้เปลี่ยนเป็นกฎกระทรวงหรือกฎหมายอื่น ประกาศใดที่ละเมิดประชาชนต้องยกเลิกและเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย” พรรณิการ์กล่าว

ทั้งนี้มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มาร่วมฟังโดยมีการทำบัตรเลือกตั้งวาระสิทธิมนุษยชนให้โหวตเลือกประเด็นที่อยากให้ผลักดันมากที่สุด ประกอบด้วย 1. ยุติการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย 2. ยุติการควบคุมตัวบุคคลโดยพลการ 3. คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก 4. ส่งเสริมสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบ 5. คุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน 6. คุ้มครองผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยรวมถึงแรงงานข้ามชาติ 7. ส่งเสริมสิทธิความเป็นส่วนตัวในการใช้คอมพิวเตอร์ 8. ให้การเยียวยาเมื่อเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน 9. ยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยประเด็นที่ได้รับคะแนนโหวตมากสุดคือการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งตัวแทนพรรคการเมืองที่มาร่วมเวทีเห็นด้วยในการปกป้องสิทธิในการแสดงออกซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน 

ในช่วงท้าย ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย มอบ “วาระสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองที่มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง” ให้กับตัวแทนทั้ง 5 พรรค โดยเรียกร้องผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองให้ยึดมั่นในพันธกิจด้านสิทธิมนุษยชนต่อประชาชน ย้ำรัฐบาลใหม่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศ และยุติการลอยนวลพ้นผิดเมื่อเกิดการละเมิดสิทธิ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง