เลือกตั้ง 62 : 'ม.อ.โพล' เผย คนใต้ให้ 'ธนาธร-อนาคตใหม่' เหนือ 'อภิสิทธิ์-ประชาธิปัตย์'

ม.อ.โพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นคนใต้ เกินกว่าครึ่งยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมืองใดเลย 66% แต่ในขณะที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกพรรคใดนั้น พบว่า พรรคอนาคตใหม่ 8.1% รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ 7.3% และพรรคเพื่อไทย 5.8% นายกฯคนใต้อยากให้เป็นมากที่สุดในกลุ่มที่ตัดสินใจ คือ ธนาธร 16.1% รองลงมาคือ อภิสิทธิ์  12% และ พล.อ.ประยุทธ์ 10.3% ตามลำดับ แต่ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างอีก 41% ยังไม่ตัดสินใจ

ภาพจาก THE STANDARD DEBATE 

12 มี.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าา วันนี้ ม.อ.โพล ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เผยแพร่ผลการวิเคราะห์ข้อมูลผลสำรวจ ประเด็น เลือกตั้ง “ภาคใต้ 62” ม.อ.โพล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย ผช.จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและบริการวิชาการ ศูนย์บริการวิชาการ  ผช.ดร.คณน ไตรจันทร์ และอาจารย์ ดร.อิศรัฏฐ์ รินไธสง คณะทำงานโครงการสำรวจความคิดเห็นประเด็น เลือกตั้ง “ภาคใต้ 62” เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัดกระจายทุก พื้นที่ เพศ รายได้ ศาสนา และระดับการศึกษา จำนวน 1,431 กลุ่มตัวอย่าง จัดเก็บระหว่างวันที่ 1 - 28 ก.พ. 2562

จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ตัวอย่างกระจายอยู่ในทุกกลุ่มจังหวัดของภาคใต้ คือกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย คิดเป็นร้อยละ 36.30 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน คิดเป็นร้อยละ 35.60 และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน คิดเป็นร้อยละ 28.20 ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตชนบท (องค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาลตำบล) คิดเป็นร้อยละ 54.60 ส่วนอาศัยเขตเมือง (เทศบาลเมือง/เทศบาลนคร) คิดเป็นร้อยละ 45.40 เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 58.30 ส่วนเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 41.70 นับถือศาสนาพุทธ คิดเป็นร้อยละ 69.70 รองลงมานับถือศาสนาอิสลาม คิดเป็นร้อยละ 29.60 ศาสนาคริสต์ คิดเป็น 0.60 และศาสนาอื่นๆ เช่น พราหมณ์ ฮินดู คิดเป็นร้อยละ 0.10 ตามลำดับ กลุ่มตัวอย่างมีช่วงอายุในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน คืออายุระหว่าง 31-40 ปี คิดเป็นร้อยละ 28.50 อายุระหว่าง 41-55 ปี คิดเป็นร้อยละ 29.90 ต่ำกว่าหรือเท่ากับ 30 ปี คิดเป็นร้อยละ 27.70 ส่วนอายุมากกว่า 55 ปี เป็นกลุ่มช่วงอายุที่น้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 13.80 ส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งมีระดับการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า คิดเป็นร้อยละ 52.70 มีรายได้ระหว่าง 9,001-30,000 บาท มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 61.70 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย/รับจ้าง/ธุรกิจส่วนตัว คิดเป็นร้อยละ 40.70 รองลงมาคือ อาชีพราชการ/รัฐวิสาหกิจ คิดเป็นร้อยละ 19.80 ส่วนอาชีพอื่นๆ เช่น ว่างงาน ข้าราชการบำนาญ เป็นต้น เป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีจำนวนน้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 4.20

จากการสำรวจนโยบายหาเสียงที่มีผลต่อการลงคะแนนเสียงมากที่สุด พบว่า กลุ่มตัวอย่างในพื้นที่เกินกว่าครึ่ง มองว่าปัญหาด้านเศรษฐกิจ/ปากท้อง เป็นนโยบายที่มีผลต่อการตัดสินใจมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 71.60 แต่จากการสำรวจพบข้อมูลที่สำคัญ คือกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เกินกว่าครึ่งยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมืองใดเลย คิดเป็นร้อยละ 66.00 แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่างที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกพรรคใดนั้น พบว่า พรรคอนาคตใหม่ คิดเป็นร้อยละ 8.10 รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็นร้อยละ 7.30 และพรรคเพื่อไทย คิดเป็นร้อยละ 5.80 ตามลำดับ

ส่วนนายกรัฐมนตรีที่คนใต้อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุดในกลุ่มที่ตัดสินใจแล้วนั้นคือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คิดเป็นร้อยละ 16.10 รองลงมาคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คิดเป็นร้อยละ 12.00 และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คิดเป็นร้อยละ 10.30 ตามลำดับ แต่ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างอีกร้อยละ 41.00 ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี

จาการสำรวจประเด็นการเคยไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เคยไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.มาก่อนแล้ว คิดเป็นร้อยละ 87.50 ส่วนที่ไม่เคยไป (ครั้งแรก) คิดเป็นร้อยละ 12.50 และจากคำถามที่ว่าจะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 หรือไม่ กลุ่มตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 92.10 จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 มีเพียงร้อยละ 1.20 ที่จะไม่ไป และยังไม่ตัดสินใจ คิดเป็นร้อยละ 6.70

ประเด็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของกลุ่มตัวอย่างว่าจะเลือกใคร/พรรคใดมากที่สุด พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ตัดสินใจด้วยตัวเอง มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 89.60 รองลงมาคือ บุคคลในครอบครัว คิดเป็นร้อยละ 8.20 ส่วนปัจจัยอื่นๆ มีอิทธิพลเพียงส่วนน้อยเท่านั้นต่อการตัดสินใจของท่านว่าจะเลือกใคร/พรรคใด อยู่ที่ร้อยละ 0.20-0.60

สำหรับเกณฑ์หรือปัจจัยที่มีผลในการตัดสินใจเลือก ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 55.30 พิจารณานโยบายพรรค รองลงมาคือ พิจารณาคุณสมบัติตัว ส.ส.คิดเป็นร้อยละ 33.70 และมีเพียงร้อยละ 1.70 ที่พิจารณาจากความผูกพันต่อตัว ส.ส.เดิม และจากคำถามที่ว่าจะเลือกพรรคการเมืองเดิมที่เคยเลือกหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่จะไม่เลือกพรรคเดิม คิดเป็นร้อยละ 84.80 แต่กลุ่มตัวอย่างที่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองเดิม คิดเป็นร้อยละ 15.20

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.outreach.psu.ac.th/images/psuPoll/2562/Poll_11-3-62_report1.pdf

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง