2 ปีสังหาร ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ยังไม่สั่งฟ้องคดีวิสามัญฯ ภาพกล้องวงจรปิดหายไปแล้ว

ครบรอบสองปี ชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมเยาวชนชาติพันธุ์ลาหู่ที่ถูกทหารยิงเสียขีวิต อ้าง ขัดขืนตรวจค้น พยายามโยนระเบิดใส่ ทนายอัพเดท หลังไต่สวนการตายเสร็จสิ้นเมื่อ มิ.ย. 2560 อัยการกำลังสรุปสำนวนคดีวิสามัญฆาตกรรม กฎหมายไม่กำหนดกรอบเวลา ขอให้สังคมขับเคลื่อนอีกแรง ภาพกล้องวงจรปิดไม่ปรากฏในชั้นศาล กองทัพระบุ ถูกบันทึกทับไปแล้ว

2 ปีที่แล้ว หรือเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2560 เป็นวันเสียชีวิตของชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมเยาวชนชาวลาหู่ เขาถูกเจ้าหน้าที่ทหารยิงเสียชีวิตที่ด่านบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทหารอ้างว่าชัยภูมิขัดขืนการตรวจค้นรถยนตร์ที่เขาขับมา และยังอ้างว่าการตรวจสอบดังกล่าวพบห่อยาเสพติดจำนวน 2,800 เม็ดซุกซ่อนในส่วนกรองอากาศ

กรณีของชัยภูมิกลายเป็นข่าวที่ดังและเป็นที่จดจำทั่วประเทศ ทั้งจากความกังขาของสังคมต่อพฤติการณ์การตาย ปากคำของพยานแวดล้อมที่พูดไม่ตรงกัน บ้างก็ว่าชัยภูมิถูกทำร้ายบ้าง ไปจนถึงระบุว่ามีการยัดยาก็มี หลักฐานที่จะไขปริศนาดังกล่าวได้คือภาพกล้องวงจรปิดตรงด่านตรวจที่มีถึงเก้าตัว แต่จนถึงบัดนี้หลักฐานกล้องวงจรปิดก็ยังไม่เป็นที่เปิดเผยสู่สาธารณชน มากไปกว่านั้น ถ้อยคำของพลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ที่บอกว่าถ้าตนเป็นทหารก็จะกดออโต้ไปแล้ว ยิ่งกระพือกระแสความไม่พอใจในสังคม และแม้ตอนนี้ร่างชัยภูมิถูกฝังกลบลงดินไปตามพิธีทางศาสนาแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังดำเนินไป

ทนายเล่าความคืบหน้า เรื่องอยู่ที่อัยการสั่งฟ้องคดีวิสามัญฯ แต่ไม่มีกรอบเวลา ภาพกล้องวงจรปิดอันตรธานไปแล้ว

สุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความในคดีของชัยภูมิกล่าวถึงความคืบหน้าว่า ปัจจุบันกระบวนการไต่สวนการตายเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ 6 มิ.ย. 2561 แล้ว ปัจจุบันศาลส่งเรื่องให้อัยการ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องเป็นคดีวิสามัญฆาตกรรมซึ่งเป็นคดีหลักของกรณีนี้ ส่วนอำนาจว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่นั้นเป็นอำนาจของอัยการสูงสุด ล่าสุดอัยการมีการนำฉันทนา ป่าแส น้าสาวของชัยภูมิไปสอบเพิ่มเติมในฐานะพยานตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กระบวนการสรุปสำนวนคดีวิสามัญฆาตกรรมนั้นตามกฎหมายไม่มีกรอบเวลา สังคมก็ต้องมีการขับเคลื่อนเพื่อแสดงให้เห็นว่ายังสนใจคดีชัยภูมิ ส่วนตัวคิดว่าจะเห็นความคืบหน้าหลังเลือกตั้งทั่วไปแล้วเสร็จ

ขั้นตอนไต่สวนการตายที่เสร็จสิ้นไปคือกระบวนการที่ศาลไต่สวนสรุปการตาย ว่าผู้ตายเป็นใคร ตายอย่างไร เจ้าพนักงานเป็นคนทำให้ตายหรือไม่ แต่ยังไม่ระบุว่าผิดหรือไม่ผิด ศาลจะมีคำสั่งออกมาหลังไต่สวนการตายเสร็จสิ้น จากนั้นอัยการจะส่งคำสั่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องตามคดีที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเรื่องการฆ่าคนตายของเจ้าหน้าที่ที่ยิงชัยภูมิหรือไม่ ส่วนคดียาเสพติดนั้นจบลงพร้อมชีวิตชัยภูมิไปแล้ว

ในส่วนของภาพกล้องวงจรปิดที่ไม่ได้เปิดเผยในกระบวนการไต่สวนการตายนั้น สุมิตรชัยกล่าวว่า หลังไต่สวนการตายสิ้นสุด ตนได้ยื่นคำร้องไปทางกองทัพบกให้เปิดเผยภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งทางกองทัพบกก็บอกว่าไม่มีภาพในกล้องวงจรปิดเพราะว่าได้บันทึกข้อมูลทับไปแล้วตามกระบวนการอัดทับข้อมูลเดิมเป็นรอบๆ กล่าวคือภาพวงจรปิดได้อันตรธานหายไปแล้ว

ส่วนทหารที่ยิงชัยภูมินั้น สุมิตรชัยให้ข้อมูลว่าได้ปลดประจำการไปแล้วและถูกแจ้งข้อหาฆ่าคนตาย จึงยังอยู่ในฐานะผู้ต้องหาจากการวิสามัญฆาตกรรมขณะปฏิบัติหน้าที่ อัยการก็ต้องพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

สุมิตรชัยกล่าวว่า ข้อสงสัยระหว่างการไต่สวนการตายยังคงมีอยู่ อย่างเช่น ชัยภูมิมีระเบิดจริงหรือไม่ ภาพที่ปรากฎในข่าวคือมีระเบิดในมือชัยภูมิหลังถูกยิงเสียชีวิต แต่ระเบิดที่อยู่ในมือนั้นหยิบมาจากรถจริงหรือไม่ หลักฐานเหล่านี้หายไป เหลือแต่ปากคำของเจ้าหน้าที่ นอกจากนั้น คำให้การพยานผู้พบเห็นเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุก็เป็นคนที่เห็นเหตุการณ์อยู่ไกลๆ เนื่องจากจุดตรวจค้นอยู่ห่างกับจุดที่ชาวบ้านอยู่ไกลพอสมควร เลยคิดว่าภาพจากกล้องวงจรปิดจะเป็นหลักฐาน ซึ่งตรงด่านนั้นมีกล้องทั้งหมดเก้าตัว ใช้ได้หกตัว และมีหนึ่งตัวที่บันทึกภาพที่ลานตรวจค้น เจ้าหน้าที่ทหารที่รับผิดชอบก็ให้การกับพนักงานสอบสวนว่ามีกล้องหนึ่งตัวฉายไปยังรถชัยภูมิ นี่คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏตอนไต่สวน

ชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมเยาวชนชาติพันธุ์ลาหู่ที่ถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตที่ด่านตรวจรินหลวง เมื่อ 17 มีนาคม 2560 (ที่มา: ภาพจาก Kowit Phothisan)

ใครคือชัยภูมิ ป่าแส ย้อนดูเส้นทาง (ทางกฎหมาย) หลังความตาย

ชัยภูมิ ป่าแส หรือ "จะอุ๊" เป็นชาวลาหู่วัย 17 ย่าง 18 ปี ถือบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) ที่ระบุว่าอายุ 21 ปี เนื่องจากความผิดพลาดของข้อมูลตั้งแต่การสำรวจ กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม

​ตั้งแต่เด็ก ชัยภูมิเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มรักษ์ลาหู่ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการรวมกลุ่มเยาวชนในกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ และกิจกรรมวัฒนธรรมอื่นๆ เพื่อให้ห่างไกลยาเสพติด ผลงานเพลงของชัยภูมิ ได้แก่เพลงเพื่อคนไร้สัญชาติ ชื่อ “จงภูมิใจ” ผลงานภาพยนตร์สั้นได้แก่การเป็นทีมงานภาพยนตร์เรื่อง “เข็มขัดกับหวี” (รางวัลช้างเผือกพิเศษดีเด่น เทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 16 จัดโดยมูลนิธิหนังไทย) และ "ทางเลือกของจะดอ" (รางวัลชมเชยรัตน์ เปสตันยี จากเทศกาลเดียวกัน) รวมถึงร่วมเป็นทีมงานในสารคดีที่ผลิตโดยกลุ่มรักษ์ลาหู่ เช่นรายการบ้านเธอก็บ้านฉัน ออกอากาศทางช่องไทยพีบีเอส นอกจากนี้ ชัยภูมิยังได้เป็นผู้นำในการฟื้นฟูการเต้นแจโก่ของชาวลาหู่จนได้รับการยอมรับในหมู่บ้าน เป็นผู้นำคณะเด็กและเยาวชนกลุ่มรักษ์ลาหู่จากบ้านกองผักปิ้งออกแสดงในหลายพื้นที่  ล่าสุด ได้ร่วมกับศิลปินญี่ปุ่นจากเมืองโอซากาทำนิทานเพลงเรื่องขนมออฟุและตำนานภาษาลาหู่ มาจัดแสดงในงาน ดี ต่อ ใจ ณ แพร่งภูธร เมื่อวันที่ 11-12 มีนาคม 2560

ชัยภูมิเป็นหนึ่งในกำลังเยาวชนที่ร่วมรณรงค์เรียกร้องการแก้ปัญหาภาวะไร้สัญชาติของคนชาติพันธุ์ เป็นแกนนำในการจัดค่ายเยาวชนชนเผ่าและได้รับเลือกเป็นประธานเครือข่ายต้นกล้าเยาวชนพื้นเมือง และเป็นตัวแทนเครือข่ายฯ เข้าร่วมในการประชุมสัมมนาในระดับประเทศมาหลายครั้ง ชัยภูมิเคยให้สัมภาษณ์หลายต่อหลายครั้งว่า ตนเติบโตมาในหมู่บ้านที่แวดล้อมด้วยปัญหายาเสพติดและเคยเป็นเด็กเกเรมาก่อน การร่วมกิจกรรมกับรักษ์ลาหู่ได้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ห่างไกลจากสิ่งชั่วร้าย ได้มีโอกาสเอาใจใส่เลี้ยงดูน้องชายและแม่มากขึ้น เขามีความฝันอยากให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านมีชีวิตที่ดี และตนเองอยากเรียนจบปริญญาตรีและกลับมาเป็นครูสอนหนังสือเด็กในหมู่บ้าน

สุมิตรชัยให้ข้อมูลจากการไต่สวนการตายเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่2561 ว่า รายงานที่พนักงานสอบสวนส่งให้อัยการนำมาส่งศาลในกระบวนการไต่สวนการตาย มีใจความว่า ทหารส่งตัวเครื่องบันทึกภาพและฮาร์ดดิสก์ให้ตำรวจเมื่อ 25 เม.ย. 2560 ตำรวจก็ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตั้งแต่วันนั้น แล้วก็รายงานผลกลับมาให้ความเห็นว่า “ไม่พบภาพในวันเกิดเหตุคือวันที่ 17 มี.ค. 2560 ในตัวฮาร์ดดิสก์”

สภาพที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 (ที่มา: TNN)

สุมิตรชัยเคยขอให้ศาลออกหมายเรียกขอภาพจากกล้องวงจรปิดไปยังหน่วยที่ตั้งอยู่ที่ด่านรินหลวงอันเป็นที่เกิดเหตุ และทำสำเนาให้กับ พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาพที่ 3 ที่เคยระบุว่าได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ศาลไม่อนุญาตให้เรียกมา โดยอ้างว่าข้อเท็จจริงที่นำสืบมีเพียงพอที่จะออกคำสั่งได้แล้ว หมายถึงพยานหลักฐานที่นำสืบนั้นเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ภาพจากกล้องวงจรปิด เนื่องจากหน้าที่การนำสืบของศาลไม่ใช่การตัดสินว่าใครผิดหรือถูก เพราะเป็นการไต่สวนคดีการตาย โดยหลังจากไต่สวนเสร็จ ศาลจะมีคำสั่งศาลว่าผู้ตายเป็นใคร อะไรเป็นเหตุแก่การตาย แล้วจึงจะส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนกับอัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป

การพิสูจน์อัตลักษณ์บนอาวุธในที่เกิดเหตุที่ทหารอ้างว่าชัยภูมิใช้ในการต่อสู้ ได้แก่มีดและระเบิด สุมิตรชัยให้ข้อมูลว่า ไม่พบลายนิ้วมือที่มีด ส่วนที่ระเบิดพบว่ามีดีเอ็นเอบางส่วนที่พบบนตัวระเบิดเป็นชนิดเดียวกับดีเอ็นเอของชัยภูมิ ตรงด้ามจับไม่พบ แต่ก็มีดีเอ็นเอของหลายคนปรากฏอยู่บนระเบิด

การไต่สวนคดีการตายครั้งก่อนหน้านี้ก็ไม่ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดจากบัญชีพยานฝ่ายอัยการ แม้ที่ผ่านมามีกระแสเรียกร้องให้กองทัพเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดที่ด่านตรวจบ้านรินหลวงในวันที่ชัยภูมิเสียชีวิต โดยเชื่อว่าจะเป็นกุญแจสำคัญต่อรูปคดีการตายของชัยภูมิ

ที่ผ่านมา มีบุคคลที่ระบุว่าเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วสองคน ได้แก่ พล.ท.วิจักขฐ์ แม่ทัพภาคที่สาม เจ้าของวลี “ถ้าเป็นผมอาจกดออโต้ไปแล้ว” และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบกที่กล่าวว่า ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วแต่ไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งหมดได้ ต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไปเพราะถือว่าเป็นพยานหลักฐานชิ้นหนึ่ง

ย้อนดูไทม์ไลน์ เกิดอะไรขึ้นก่อน-หลังการตายของชัยภูมิ

17 มี.ค.2560 – ทหารประจำด่านตรวจรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ยิงชัยภูมิ ป่าแส เสียชีวิต ทหารอ้างว่าชัยภูมิขัดขืนการตรวจค้นและพยายามหลบหนีเมื่อพบยาเสพติดในรถยนต์ ชัยภูมิพยายามต่อสู้ด้วยมีดและจะปาระเบิดใส่ จึงต้องยิงชัยภูมิ

20 มี.ค.2560 – ทหารที่เป็นผู้ยิงชัยภูมิเข้ามอบตัว

23 มี.ค.2560 -  – พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ระบุว่าชัยภูมิพัวพันคดียาเสพติด พร้อมระบุว่า “ถ้าเป็นผม ผมอาจกดออโต้ไปแล้วก็ได้”

25 มี.ค. 2560 – คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลงพื้นที่ประสานงานเรื่องการคุ้มครอง หลังมีการร้องเรียนว่ามีกระสุนปืนวางหน้าบ้าน ไมตรี จำเริญสุขสกุล พี่ชายบุญธรรมของชัยภูมิ โดยทาง กสม. ได้พาไมตรีไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.นาหวายว่าถูกข่มขู่

7 เม.ย. 2560 - สำนักข่าว TNN 24 เปิดเผยภาพว่ามีชายลึกลับมาถ่ายภาพบ้านของไมตรีไว้

25 เม.ย.2560 – เจ้าหน้าที่ทหารส่งมอบฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดให้กับพนักงานสอบสวนโดยพนักงานสอบสวน ส่งต่อฮาร์ดดิสก์ไปยังกองพิสูจน์หลักฐานทันที ต่อมาพบว่าการส่งมอบฮาร์ดดิสค์ แทนที่จะเป็นซีดี ทำให้ตำรวจมีความเสี่ยงจะเดือดร้อนเองหากเปิดมาแล้วพบว่าไม่มีภาพหรือฮาร์ดดิสค์ขัดข้อง จึงต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบ

18 พ.ค.2560 – ทนายความในคดีชัยภูมิระบุว่าภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดยังไม่ถึงมืออัยการ

29 พ.ค.2560 – ตำรวจและทหารบุกตรวจค้นบ้านกองผักปิ้ง จ.เชียงใหม่ พร้อมจับกุมฉันทนา ป่าแส น้าสาวของชัยภูฒิ นาหวะ จะอื่อ (ต่อมาถูกคุมขังขณะพิจารณาคดี 331 วัน) น้องสะใภ้ของไมตรี และไมตรี จำเริญสุขสกุล ประธานกลุ่มรักษ์ลาหู่ ผู้ตั้งคำถามกับการวิสามัญฆาตกรรมในคดีชัยภูมิ นอกจากนั้นยังมีผู้ต้องหาคนอื่นอีกรวมทั้งหมดเป็นห้าคน

5 ก.ย. 2560 – ศาลเชียงใหม่ไต่สวนคดีชัยภูมินัดแรก มีการสอบปากคำทหารผู้ยิงชัยภูมิ แต่ไม่มีการนำภาพบันทึกเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุมาประกอบการไต่สวน

13-16 มี.ค.2561 – ศาลเชียงใหม่ไต่สวนพยานในคดีชัยภูมิเพิ่มเติม

24 เม.ย.2561 – ศาลเชียงใหม่พิพากษาปล่อยตัวนาหวะ จะอื่อ หลังถูกฝากขัง 331 วัน

6 มิ.ย.2561 – ศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดฟังคำสั่งไต่สวนเรื่องชันสูตรพลิกศพชัยภูมิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ในการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องในคดีอาญาต่อไป

ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งชี้ว่า ผู้ตายคือ นายชัยภูมิ เสียชีวิตโดยถูกยิงจากอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ทหารและเสียชีวิตบริเวณด่านรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ส่วนเรื่องข้อโต้แย้งของญาติที่ไม่เชื่อว่าชัยภูมิมียาเสพติดไว้ในครอบครอง และไม่เชื่อว่าชัยภูมิใช้มีดและระเบิดเพื่อจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ ศาลไม่ได้มีคำวินิจฉัยให้ โดยศาลเห็นว่า หากมีผลคำสั่งใดๆ ออกไปจะมีผลต่อรูปคดีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ศาลจึงไม่วินิจฉัยสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ทหารยิงนายชัยภูมิ ส่วนกระบวนการต่อจากนี้ศาลจะส่งคำไต่สวนทั้งหมดให้กับพนักงานอัยการเพื่อให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งประเด็นว่า เจ้าหน้าที่ทหารกระทำไปโดยชอบหรือไม่ รวมทั้งพยานและหลักฐานสำคัญโดยเฉพาะกล้องวงจรปิดที่ยังไม่ถูกเปิดเผย ก่อนที่พนักงานอัยการจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องต่อไป

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์