เลือกตั้ง 62: ไม่มีเสรีภาพในกรมกองสำหรับนายทหารชั้นผู้น้อย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ทหารชั้นผู้น้อยคิดอย่างไร บรรยากาศการเมืองในช่วงการเลือตั้งในค่ายทหารเป็นอย่างไร บทสนทนาสั้นๆ ทางโซเชียลมีเดียระหว่างบัณฑิตหนุ่มหมาดๆ กับเพื่อนสนิทที่ต้องเข้ารับใช้ชาติเป็นทหารชั้นประทวน เนื่องจากความหวั่นเกรงจะถูกคุกคาม จึงขอไม่เปิดเผยชื่อจริงของคู่สนทนา 

สิ่งที่เป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมของเผด็จการบ้านเรา ก็คือการพยายามอธิบายด้วยวิธีการต่างๆ ให้เห็นภาพในอดีตที่มีความวุ่นวายกับภาพปัจจุบันที่ดูสงบ เพื่อค่อยๆ ทำให้ให้ประชาชนรู้สึกว่าสถานการณ์แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ให้เชื่อว่าว่าคือตัวแทนแห่งความสงบในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

เข้าสู่ช่วงการเลือกตั้ง วิธีการที่นำใช้เพื่อที่จะทำให้พรรคที่สนับสนุนรัฐบาลทหารได้รับชัยชนะคือ การบังคับให้ทหารชั้นผู้น้อยใช้สิทธิเลือกผู้สมัคร สส.ตามคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ  

ผมขอหยิบยกเอาการสนทนาระหว่างผมและเพื่อนที่เป็นทหาร ถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในค่ายทหารที่เขาประจำการ ในช่วงก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้  ที่ทำให้เห็นถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียไปกับองค์กรที่มีโครงสร้างเผด็จการ 

"มอส"เพื่อนของผมที่เรียนรุ่นเดียวกันที่อยู่ในกองทัพมีความเครียด จนถึงขั้นออกมาระบายความคิดเห็นส่วนตัวผ่านทางเฟสบุ๊คกันจำนวนมาก ข้อความออกมาในทำนองไม่เห็นด้วยกับแนวทางนโยบายของ ผบ.ทบ. และการทำงานของรัฐบาล คสช. 

เมื่อเราได้พูดคุยกัน มอสเล่าให้ผมฟังว่า

"สองครั้งต่อสัปดาห์ผู้กองของเราจะมาพูดเกี่ยวกับแนวทางการทำงานของรัฐบาลให้พวกเราฟัง แล้วพวกเราต้องทำงานสนองแนวนโยบายช่วยรัฐบาล จากนั้นผู้กองก็จะพูดชื่นชมรัฐบาลนานนับชั่วโมง และในค่ายของเราจะเปิดเพลงหนักแผ่นดินทุกวันตามนโยบายท่านของท่าน ผบ. "
 
“ช่วงนี้เห็นเครียดๆ เรื่องการเมืองเป็นยังไงบ้างเพื่อน ข้างในนั้นสบายดีไหม ?” ผมถามมอสทางกล่องข้อความของเฟสบุ๊ค 

“ช่วงนี้ข้ารู้สึกไม่สบายว่ะ.....ข้างในค่ายทุกข์ใจกับการเมืองกันมาก” มอสตอบ

“เออ..ช่วงนี้เห็นว่าในกองทัพแบ่งฝั่งแล้ว จริงไม่จริงไม่รู้ ระหว่างฝั่งที่สนับสนุนรัฐบาลกับฝั่งที่ต้องการให้ทหารกลับเข้ากรมกองเหมือนเดิม”  ผมถาม 

“เอ็งก็คิดดู ผู้บังคัญบัญชาข้างในค่ายสั่งห้ามแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ห้ามวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในแง่ลบ แต่สามารถชมรัฐบาลได้”  มอสตอบ 

ผมนึกในใจ โอ้โหมันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ สั่งห้ามแสดงความคิดเห็นวิจารณ์รัฐบาล แต่แสดงความชื่นชมได้ ผมจึงพิมพ์ตอบมอสกลับไปว่า 

 “หนักอยู่นะ ถ้าข้างในนั้นเป็นแบบนี้..อีกอย่างเราเป็นทหารลุกน้องทำอะไรก็ไม่ได้เลย อีกอย่างใครมันจะไปชอบได้ทุกคนวะ” 

“เอาจริงๆ ทหารที่อยู่ข้างล่างเขาไม่เอาด้วยอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องอำนาจของคนเพียงไม่กี่คนที่ไปสร้างปัญหามา แล้วเอาสถาบันทหารไปอ้างสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง” มอสตอบ 

“ข้างในนั้นเขาจะบังคับให้เลือกพรรคพลังประชารัฐทั้งหมดเลยหรือเปล่าในค่าย” ผมถามด้วยความสงสัย เนื่องจากทราบข่าวมาบ้างว่าในค่ายทหารมีการสั่งให้เลือกพรรคที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์  

“แต่จะทำไงได้ลูกเมียก็ต้องกินข้าว เลยได้แต่เงียบๆ ทำอะไรไม่ได้ เขาจะสั่งจะให้ทำอะไรเราก็ต้องก้มหัวทำไป ทุกวันหัวหน้าเรียกกำลังพลไปกล่อมเพื่อให้ทำงานช่วยรัฐบาล ให้รักรัฐบาล” มอสตอบ

“แล้วเราอยากรู้ว่า ถ้าเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลพลเรือนในค่ายทหารจะให้ชื่นชมรัฐบาลเหมือนเดิมหรือเปล่า แล้วผู้นำเหล่าทัพจะพากันออกมาปฏิญาณตน เพื่อรับใช้รัฐบาลอีกหรือเปล่า” ผมถามด้วยความคับข้องใจกับการออกมาตบเท้าของผู้นำทหารเมื่อไม่นานมานี้กับมอส  

มอสตอบกลับมาว่า “เพื่อความกระจ่างขึ้นว่าทำไมทหารในกองทัพถึงยังสนับสนุนรัฐบาลอยู่ ทุกวันนี้ทหารต้องฟัง ผบ.หน่วย พูดโน้มน้าวใจสัปดาห์ละสองครั้ง ฟังเป็นชั่วโมง ที่ผ่านมามีคำสั่งสำรวจที่อยู่บ้านเลขที่ของกำลังพลทุกเขต บางหน่วยก็ให้กำลังพลย้ายเลขที่บ้านเข้ามาในหน่วยให้หมดเพื่อจะได้เช็คจำนวนเสียของทหารที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง” 

“โคตรเศร้าเลยวะ....” ผมตอบแล้วถามต่อไปอีกว่า “แล้วแสดงว่าก็มีหน่วยเลือกตั้งที่ค่ายทหารใช่ไหม ? ”  มอสตอบ ”ไม่มีในค่ายหรอก”

“แล้วถ้าผลคะแนนออกมาพรรคฝั่งที่ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ละ ฝ่ายที่ไม่ใช่สนับสนุนรัฐบาล คสช.ได้มากกว่าล่ะ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเอ็งหรือเปล่า? ” ผมถามมอส 

“เอาจริงๆ ผบ.ทบ.คนนี้หางออกตั้งแต่นักข่าวถามเรื่องปฏิวัติแล้ว ถ้าไม่ได้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรชึ้น” มอสตอบ 

ผมเลยเสริมมอสไปว่า “พ่อก็เคยปฏิวัติมาแล้วทำไมลูกจะไม่กล้าทำ รอสถานการณ์และโอกาสเท่านั้นแหละ อีกอย่างปฏิวัติแต่ละทีเงินก้อนมหาศาลใครมันจะไม่อยากทำ”

“ทหารหนุ่ม ๆ หลายคนก็ปวดใจกับเหล่าผู้นำเหล่าทัพ การเมืองมันบริหารแบบกองทัพไม่ได้ ข้อนี้ทหารข้างล่างแบบพวกข้ารู้ดี ยิ่งตอนนี้กองทัพกับรัฐบาลก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ไม่เลือกวิธีการ ไม่สนว่าคนอื่นจะจับไต๋ได้หรือไม่ ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ประชาชนส่วนใหญ่คิดเห็นตรงกันข้อหนึ่งคือ เอา รบ.ออก เอา คสช.ออก”  มอสตอบ

“รอประชาชนตัดสินใจในวันที่ 24 มีนาคมนี้ไปด้วยกัน เราประชาชนอยากเห็นประชาธิปไตยเกิดขึ้น เองอยู่ข้างในค่ายก็ระวังตัวด้วยนะ” ผมตอบมอส 

“ตอนนี้ในรุ่นข้ามีทหารอยู่สองคนที่จะเสี่ยงโดนจับมาก ข้อหาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองต่อรัฐบาล ถ้าโดนจับไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตเลยนะ” มอสบอกผม

“ยังไงเอ็งก็ระวังตัวด้วยละ” ผมตอบและจบสนทนาไป..เนื่องจากเพื่อนต้องไปเคารพธงชาติและฟังเพลงหนังแผ่นดินตามแนวทางท่าน ผบ.ทบ. 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น