คนรุ่นใหม่ในโลกใบใหญ่ที่กำลังสั่นคลอน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เคยมองไปรอบๆ โลกของเราในตอนนี้บ้างไหม ไม่รู้สึกถึงหมอกควันแห่งความสิ้นหวังและความหดหู่ที่คืบคลานไปแทบจะทุกหัวระแหงหรอกหรือ สงครามแย่งชิงดินแดนดำเนินอยู่ในหลายพื้นที่อย่างไม่ลดละ ท่ามกลางทะเลผู้ลี้ภัยหลายล้านคนที่จำต้องทิ้งชีวิตที่เคยรู้จักไว้เบื้องหลัง ร่อนเร่ไปตามทางที่ไม่คุ้นเคยเพื่อความหวังอันริบหรี่ในการกอบกู้ชีวิตที่พลังทลายไปต่อหน้าต่อตาพร้อมกับควันปืนของนักรบชุดเขียวที่ต่อสู้เพื่อสงครามของผู้อื่น การโจมตีก่อการร้ายที่เกิดขึ้นอย่างมิอาจคาดเดาเพื่ออุดมการณ์อันแรงกล้าที่ทำให้มนุษย์ฆ่ากันเองได้อย่างเหี้ยมโหดยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานที่จำเป็นต้องฆ่ากันเพียงต้องการมีชีวิตอยู่รอดต่อไป วิกฤติการณ์โลกร้อนและภัยธรรมชาติมากมายที่ปะทุขึ้นโดยปราศจากการเตือนภัยล่วงหน้า ภาวะเหล่านี้คือความเป็นจริงหรือข้อเท็จจริงทั่วไปที่เมื่อบรรดาคนรุ่นใหม่จากหลากหลายประเทศมานั่งล้อมวงถกกันเมื่อไหร่ต่างก็เข้าอกเข้าใจเห็นใจซึ่งกันและกันถึงความรู้สึกอึกอัดที่ตนเองต่างต้องเผชิญ หรือแม้กระทั่งอากาศที่เราหายใจก็ได้กลายมาเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องทะนุถนอม คนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นมาในยุคนี้จึงพากันตั้งคำถามว่าอนาคตของเราต่อไปจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรากัน เราเกิดมาในยุคที่อารยธรรมมนุษย์กำลังจะการล่มสลายหรือ ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เหล่า คนรุ่นใหม่จะเอือมระอาไปกับสถานการณ์โลกอันน่าระเหี่ยใจที่เป็นอยู่และออกมารณรงค์เรียกร้องสิทธิในการก่อร่างสร้างโลกที่พวกเราต้องการ

วัยของเราเป็นวัยของความฝัน แปรรูปอยู่ตลอดเวลา
ทิวเขาสีน้ำเงินครามปรากฏเป็นกำแพงหนาม ขัดกลางอากาศสดที่เห็นรูปภาพ
มีมนต์ขลังดึงดูดอย่างเร้นลับ บางอย่างไม่เคยเปิดเผย
ดำเนินไประเรื่อยอย่างสุขสงบด้วยความงดงามเป็นของตัวเอง 
คงจะซุกซ่อนอยู่ในซอกหลืบเชิงผา หรือก้อนหิน เวิ้งทราย ธารน้ำซ่านเซาะกระซิบ
อยากอยู่ในชุดยีนส์เก่าซีด เป้เกาะอยู่บนหลังติดกล้องถ่ายรูป
บุกไประหว่างแมกไม้ ค้นหาเพื่อแอบฉกฉวยความงามความหมายด้วยกล้อง
ก่อนผู้ใหญ่คนรุ่นพ่อจะทำมันแหลกสลายป่นปี้ 
เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวที่แทรกอยู่กับลมหายใจเข้าออกอย่างมิอาจแยกได้

                       

ถ้าผมเป็นพ่อ, พิมาน สถาพร

ทางฟากสหรัฐอเมริกา คนรุ่นใหม่ได้ปลุกกระแสให้ประชาชนกว่าล้านคนออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปนโยบายควบคุมการครอบครองปืนที่เป็นหนึ่งในต้นตอของปัญหาเหตุการณ์ยิงกราดกันในที่สาธารณะและในสถานศึกษาซึ่งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประเทศ ในโปแลนด์ คนรุ่นใหม่ได้ฟ้องรัฐบาลของตนเองในข้อหาเพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหาโลกร้อน (“Young People”) ที่เกาหลีใต้ ค่านิยมของคำว่าเพศกำลังถูกท้าทายโดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มออกมาเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมของสตรี กลุ่มเพศที่สามเองก็เริ่มตื่นขึ้นจากภวังค์ของการถูกกีดกันความเป็นมนุษย์ในสังคมเกาหลีที่มีมาช้านาน ส่วนเวเนซูเอลานั้น การเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อทวงคืนสิทธิความเป็นเจ้าของประเทศของตนแทบจะเป็นความฝันอันหอมหวานที่สวยงามเกินเอื้อมเพราะแค่จะประทังชีวิตไปวันๆ ยังต้องจำใจกินน้ำคำแกล้มเนื้อเน่า ผู้ที่ทนไม่ไหวอพยพไปตายเอาดาบหน้าที่ประเทศอื่นกลับโดนเหยียดดูถูกรังเกียจ ถูกไล่ให้กลับไปจนตรอกที่ประเทศของตนเสีย

ที่ประเทศไทยของเราเองนั้นก็มีปัญหาซับซ้อนไม่แพ้ชาติใด การปฏิเสธสิทธิและความคิดเห็นของผู้อื่น การตกลงเออออห่อหมกกันเองระหว่างผู้มีอำนาจในการจัดการบริหารประเทศและจัดตั้งรัฐบาล ความบิดเบี้ยวที่สุดแสนจะพิลึกพิลั่นของการบังคับใช้ “กฎหมาย” การบริหารบ้านเมืองตามใจฉัน หูหนวกขี้หูเต็มบ้องไม่ฟังใครทั้งสิ้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้ประชาชนธรรมดาและคนรุ่นใหม่เหมือนถูกเหยียบย่ำไม่ต่างอะไรกับขยะไร้ค่า มองไปข้างหน้าเห็นแต่เพียงอนาคตอันมืดมัว

ในทุกยุคทุกสมัย คนรุ่นใหม่ล้วนต้องการเดินทางค้นหา ก่อร่าง สร้างสรรค์เส้นทางไปสู่สังคมในความฝัน คนรุ่นใหม่ไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหนที่เราจะออกมาตะโกนกู่ร้องให้พวกผู้ใหญ่ในสังคมได้รับรู้ถึงเจตจำนงแห่งวัยเยาว์ แต่เสียงที่ตะโกนแทรกออกมาจากผู้ใหญ่บางคนกลับบอกว่า เด็กวัยรุ่นพวกนี้ไร้เดียงสา ไร้สาระ ตื้นเขิน ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่มีวิจารณญาณ ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าประเทศจะล่มจมเพราะพวกไม่รักชาติ

ด้วยความเคารพอย่างที่สุดนะคะ ลุง ป้า น้า อาทั้งหลายที่ยังติดหล่มอยู่ในหนองน้ำเมื่อวันวาน ความรักชาติคืออะไรหรือ ประเทศไทยคืออะไรหรือ ลุงๆ ป้าๆ จ๋า ใช้ชีวิตมาก็แสนนาน แต่เอ เคยลองมองย้อนกลับไปถามตัวเองหรือไม่ว่าสิ่งที่ท่านๆ นำมาอ้างเพื่อกล่าวหาว่าพวกเราไร้เดียงสานั้นหมายถึงอะไรกันหรือ

ประเทศไทย? รัฐไทย?

อารยธรรมมนุษย์เกิดขึ้นดับสูญเปลี่ยนผ่านเป็นเช่นนี้มายาวนานกว่าพันปี ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มที่มนุษย์ย้อนกลับไปเขียนประวัติศาสตร์ของตนเองนั้น มีการบันทึกถึงยุคความเป็นอาณาจักรที่มีความเป็นชนชั้นแยกแยะออกจากกันอย่างชัดเจน นักปราชญ์อย่างขงจื้อจัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรได้รับการยกย่องเทิดทูน ในขณะเดียวกันชาวนาที่อยู่ละแวกข้างเคียงกลับเป็นเพียงไพร่ที่ไม่มีใครเห็นไม่มีสิทธิใดๆ แม้แต่ในอาณาจักรที่มีความรุ่งเรืองทางปรัชญาและองค์ความรู้อย่างกรีกอันเป็นอารยธรรมแรกที่ก่อรากฐานแนวคิดประชาธิปไตยก็ไม่ยอมรับความเท่าเทียมทางสิทธิของผู้หญิงและบรรดาไพร่ทั้งหลาย

แต่แล้วยุคความเป็นรัฐชาติก็เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 19 จากหลายปัจจัยตั้งแต่การสั่นคลอนของชุดความคิดในยุคกลางไปจนถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Eley and Suny 8) สมัยที่กษัตริย์ขี่ม้าขี่ช้างออกไปทำศึกเพื่อช่วงชิงอำนาจและดินแดนมาเป็นของตนภายใต้โครงสร้างของความเป็นอาณาจักรได้จบลงไปนานแล้ว โลกกลายเป็นชุมชนที่ประกอบด้วยรัฐชาติต่างๆ มากมาย และความเป็นรัฐชาตินี้เองทำให้เกิดรัฐไทยรูปแบบใหม่ขึ้น ไพร่ได้กลายมาเป็นประชาชนไทยภายใต้รัฐไทยในระบอบประชาธิปไตยที่ปลิวไหวไปตามกระแสอำนาจในเอื้อมมือของคนบางกลุ่ม

มุมมองของความเป็นรัฐชาติที่แตกต่างนี้อยู่ในใจกลางของช่องว่างทางความคิดระหว่างคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ความเป็นรัฐชาติสำหรับคนรุ่นเก่าคือความยึดติดกับจินตนาการของอาณาจักรไทยที่ยิ่งใหญ่ล้นฟ้าคับโลก อาณาจักรไทยที่มีรากฐานอยู่บนพรมแดนที่มีการขีดเส้นแยกจากอาณาจักรรอบข้างอย่างชัดเจน ซึ่งความเป็นรัฐชาติเช่นนี้เกิดขึ้นจากประวัติศาสตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างแนบเนียนโดยการเหมารวมเอาอาณาจักรโบราณที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์รัฐชาติไทย คนรุ่นเก่าหลับหูหลับตาเชื่อเป็นตุเป็นตะว่ารัฐชาติไทยเกิดจากการเสียสละของบรรพบุรุษที่อาจมีหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับรัฐไทยในปัจจุบัน

ความเป็นพลเมืองของคนรุ่นเก่าจึงเป็นไปในรูปแบบคนกึ่งไพร่ คนไทยควรรู้สึกซาบซึ้งต่อการต่อสู้แย่งชิงดินแดนที่เกิดขึ้นมาบนพื้นที่แห่งนี้เมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว พวกไพร่ไม่มีสติปัญญาพอที่จะไปเรียกร้องความเป็นเจ้าของประเทศ หากแต่เป็นเพียงผู้ขออยู่อาศัยใต้ชายคาของนายทาสเท่านั้น นอกจากนี้พวกเขามองว่าคนที่ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบศิวิไลซ์ดั่งเช่นคนกรุงก็ไม่มีความรู้ความคิดเท่ากับคนเมืองศิวิไลซ์ที่ถูกกำหนดพฤติกรรมความเป็นคนจากกลุ่มชนชั้นนำที่มีอำนาจ อย่างเช่นในยุคจอมพล ป. พิบูลสงครามที่จัดทำหนังสือคุณสมบัติความเป็นคนไทยศิวิไลซ์ออกมาบังคับไม่ให้หญิงไทยที่เดิมทีอาศัยอยู่ในภูมิภาคอากาศร้อนเหลือทนใส่เกาะอก หญิงไทยที่มีวัฒนธรรมจึงควรใส่เสื้อผ้าหนาเทอะทะเลียนแบบชาวตะวันตกที่มาจากพื้นที่หนาวเหน็บ ความเป็นพลเมืองของคนสมัยเก่ามองไม่เห็นว่าอำนาจจะเป็นเรื่องของประชาชนทุกคนได้อย่างไร พวกเขาเห็นว่าเราควรยอมจำนนให้คนบางกลุ่มที่ถืออภิสิทธิ์มาควบคุมจัดการสังคม คนบางกลุ่มเหล่านั้นอ้างว่าตนเองดีกว่าใคร เนื่องจากพวกเขานี่เองที่เป็นคนกำหนดความหมายของคำว่าความดีงามและความเหมาะสม สำหรับคนรุ่นเก่าแล้ว ใครก็ตามที่ตั้งคำถามต่อการเล่าประวัติศาสตร์มหากาพย์เรื่องนี้ต่างก็ถูกแยกออกจากคุณสมบัติอันพึงมีของคนกึ่งไพร่ที่ “ดี” ในรัฐไทย คุณงามความดีในบริบทของรัฐไทยในแง่นี้จึงถูกขีดไว้ในวงที่จำกัดและคับแคบ

คนรุ่นเก่าหาได้มองย้อนกลับไปพิจารณาถึงความเป็นไปได้อื่นในการให้คำจำกัดความของรัฐไทยไม่ ถ้ามองในมุมกลับกันนั้น รัฐไทยอาจเป็นเพียงรัฐใหม่ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดินแดนแห่งอาคเนย์ที่ผ่านการเกิดขึ้นอาณาจักรโบราณที่รุ่งเรื่องและเสื่อมสลายมานักต่อนัก มีการย้ายถิ่นที่อยู่แลกเปลี่ยนต้อนข้าศึกไปมาจนทำให้เกิดการหลอมลวมกันของชาติพันธุ์ต่างๆ ในแง่นี้รัฐไทยอาจเป็นเพียงรัฐชาติหนึ่งที่เกิดขึ้นเพียงไม่นานในโลกยุคใหม่และมีรากฐานอันอ่อนไหวซึ่งจนถึงทุกวันนี้คนในชาติก็ยังคงถกเถียงกันอยู่เนืองๆ ถึงความหมายและความเป็นไทยและรัฐไทย

ไม่ว่าคำจำกัดความของรัฐไทยจะเป็นอย่างไรก็ดี ในสายตาของคนรุ่นใหม่นั้น รัฐไทยเป็นเพียงหนึ่งในหยดน้ำที่ไหลไปพร้อมกับหยดน้ำอีกมากมายในโลกใบนี้ ทัศนคติต่อความคิดเรื่องพื้นที่พรหมแดนของคนรุ่นใหม่จึงต่างออกไปจากคนรุ่นดึกดำบรรพ์อย่างสิ้นเชิง ในโลกทุกวันนี้คนรุ่นใหม่สามารถทำให้ทุกที่ในโลกกลายเป็นห้องนั่งเล่นของพวกเราได้อย่างไม่ยากเย็นนัก วันนี้เราอาจจะนั่งอ่านหนังสือในร้านกาแฟที่เชียงใหม่ ส่งของให้ลูกค้าที่พังงา หรือเขียนรายงานส่งอาจารย์ที่กรุงเทพ แต่อีกวันหนึ่งเราอาจไปนั่งอยู่ที่เกาหลีใต้ในร้านกาแฟรสชาติเดิม ทำทุกย่างได้เหมือนตอนอยู่ที่เมืองไทย คุยกับที่บ้านผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เดิม ประหนึ่งเหมือนอยู่บ้าน

โลกออนไลน์เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความเข้าใจต่อพรหมแดนของคนรุ่นใหม่ต่างออกไป ช่วงอาทิตย์นี้มีการพูดถึงข่าวการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นที่นิวซีแลนด์ ความไร้สาระของโดนัล ทรัมป์ไปพร้อมๆ กันกับข่าวเลือกตั้งในเมืองไทยในทวิตเตอร์ หรือแม้แต่คนไทยที่อยู่ต่างแดนเองก็เถอะ เวลาที่พวกเขาบ่นคิดถึงบ้าน คำว่าคิดถึงบ้านนั้นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาคิดถึงรัฐไทยแม้แต่นิดเดียว หากแต่เป็นความคิดถึงวัฒนธรรมและพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันกับประชาชนด้วยกันต่างหาก “โอย คิดถึงบ้านจัง” ที่ออกมาจากปากของคนไทยในต่างแดนจึงหมายถึง โอย คิดถึงส้มตำไก่ย่าง คิดถึงเพลงพี่เบิร์ดสมัยเด็กที่แหกปากร้องกับเพื่อนๆ คิดถึงทะเลใต้ พริกอ่องเหนือที่ไปเที่ยวไปกินกับครอบครัวในวัยเด็กต่างหาก เส้นพรหมแดนที่แสนจะแคบและจำกัดในอดีตจึงกลายมาเป็นเส้นในจินตนาการที่ห่างเหินกับการรับรู้ถึงความใกล้ชิดกันของโลกที่เป็นจริง

น้ำหนักความเท่าเทียมของเสียงก็เป็นอีกเรื่องที่คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่มีความเห็นไม่ลงรอยกัน สมัยก่อนยุคสื่อสังคมออนไลน์นั้น รัฐไทยเป็นเพียงเสียงเดียวที่มีอำนาจ การสื่อสารระหว่างรัฐและประชาชนจึงเป็นไปในแบบช่องทางเดียว คือผ่านสื่อทีวีและวิทยุต่างๆ ซึ่งล้วนแต่ทำหน้าที่เป็นโทรโข่งป่าวประกาศสิ่งที่ผู้มีอำนาจต้องการบอกหรือบังคับใครในชาติต้องฟัง เสียงของคนในชาติจึงมีความไม่เท่าเทียม มีแต่เสียงของผู้มีอำนาจเท่านั้นที่ดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ เสียงของประชาชนคนธรรมดากลับถูกมองว่าเป็นเสียงแมลงหวี่งู้งี้ฟังไม่ได้ยินและน่ารำคาญ

มาถึงยุคปัจจุบันที่การสื่อสารได้เปลี่ยนไปเกินกว่าที่พวกดึกดำบรรพ์จะจินตนาการได้เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว สมัยนี้ใครๆ ก็เป็นเจ้าของเสียงของตนเอง ทุกคนมีช่องทางการสื่อสารของตนเอง ใครอัดอั้นไม่พอใจเรื่องอะไร อยากบ่นอยากระบาย เปิดประเด็นเรื่องใดก็ทำได้เพียงปลายนิ้วผ่านทาง Facebook Twitter Instagram ใครอยากอ่านอยากฟังก็เข้าไปดู ไม่มีการบังคบแหกตากรอกหูให้ดูให้ฟังมันเสียทุกทาง ไม่ว่าคุณจะมาจากตระกูลร่ำรวยเพียงใด สวยหล่อแค่ไหน หรืออายุเท่าใด คุณก็มีสิทธิเท่าฉันในที่จะป่าวประกาศความคิดของตนเอง คนรุ่นใหม่จึงไม่เห็นว่าเสียงของพวกเราเป็นเพียงแมลงหวี่ แต่เป็นโทรโข่งเสียงดังที่มีศักดิ์ศรีทัดเทียมกับเสียงของทุกคนในสังคม 

ด้วยแนวคิดความเป็นรัฐชาติที่ต่างออกไปนี้ คนรุ่นใหม่จึงมองเห็นสังคมไทยอย่างที่เป็นอยู่ ไม่ใช่รัฐชาติที่คนกึ่งไพร่ต้องใส่ชุดไทยนั่งจีบขนมครกในเรือนไม้ริมน้ำ คนรุ่นใหม่ไม่แยแสผลประโยชน์อำนาจเก่าหรือมายาคติอันบิดเบี้ยวที่สร้างขึ้นโดยผู้มีอำนาจ เพราะพวกเราเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิของความเป็นพลเมืองเท่ากัน ไม่มีใครหน้าไหนที่มีสิทธิล้นฟ้ามากกว่าใคร พวกเรามองดูรัฐไทยจากความหวังที่จะเห็นประเทศมุ่งหน้าไปสู่ขอบฟ้าของการพัฒนาดังที่เกิดขึ้นในประเทศรอบทิศทั่วโลก ความหวังเช่นนี้เป็นความหวังอันบริสุทธ์ที่มาจากเบื้องลึกของจิตวิญญาณมนุษย์ที่ส่งต่อและจุดประกายให้กันรุ่นแล้วรุ่นเล่า คนหนุ่มสาวที่มีความหวังอันแรงกล้าอย่างจิตร ภูมิศักดิ์จึงไม่มีวันถูกทำลายให้เลือนหายไปจากบทสนทนาแห่งประชาธิปไตยได้อย่างที่ผู้มีอำนาจขีดเขียนประวัติศาสตร์แบบทางการต้องการให้เป็น

ด้วยความหวังของคนรุ่นใหม่นี้เองประเทศไทยจึงกำลังจะก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านไปพร้อมกับกระแสของโลกใบนี้ที่ความเป็นรัฐชาติแบบเก่ากำลังได้รับการขีดเขียนให้ความหมายใหม่ การจะต้านทานแรงเหวี่ยงของความเปลี่ยนแปลงคงเป็นไปได้ยากในศตวรรษที่ 21 เพราะนี่คือชีวิตจริงที่โลกหมุนไปทุกวันอย่างไม่มีวันหวนกลับ หาใช่หนัง Avengers ที่มีธานอสผู้อาจหาญมาจัดระเบียบโลกในแบบที่ตนต้องการเพียงดีดนิ้วมือ 

“…แต่คนย่อมเป็นคนในสารธารอันเหยียดยาว คงคู่กับเดือนดาวผงาดเด่นในดินแดน”

จิตร ภูมิศักดิ์

ด้วยความจริงใจและท้าทาย

คนรุ่นใหม่คนหนึ่ง

Works Cited

Eley, Geoff and Ronald Grigor Suny. Becoming National: A Reader, Oxford UP, 1996.

“Young People Changed Activism and Politics in 2018.” NowThisHer, 2018, 
www.facebook.com/NowThisHer/videos/376398632907643/.

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์