อาการป่วยของประเทศไทยจะทุเลา หายดี หรือ โคม่า

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังป่วยหนักด้วยโรคร้ายแรง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และยังรวมไปถึงเรื่องความเชื่อมั่นต่อกลไกต่างๆในสายตาของนานาประเทศ เพราะถูก”อำนาจเผด็จการ” (เจ้าของไข้ปัจจุบัน)ครอบงำดูแลมาเกือบ 5 ปี เป็นธรรมดาอยู่เองที่คนไทยที่รักและห่วงใยประเทศชาติหรือบ้านเมือง จะเป็นทุกข์เป็นร้อนเพราะความห่วงใย

เมื่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า (เปลี่ยนเจ้าของไข้) จึงเป็นเสมือนทางออกหรือการรักษาโรคร้ายทางหนึ่ง ทำให้คนไทยทั้งหลายรู้สึกเป็นความหวังว่าการเปลี่ยนคนดูแล หรือ”การเลือกตั้ง” จะนำพาไปสู่ “การผ่าตัดใหญ่”นั้น จะช่วยรักษาอาการป่วยให้ทุเลาได้

แม้จะยังกังวลอยู่บ้างว่า “การเลือกตั้ง” (ผ่าตัด) จะได้ผลดีหรือไม่ก็ตาม นั่นเพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะที่ผ่านๆมาให้ยากินยาทาอย่างไร อาการก็ไม่ดีขึ้น แถมยังห้ามเยี่ยมห้ามยุ่ง ก็คงได้แต่ฝากความหวังไว้ที่”หมอใหญ่” ผู้ชำนาญการ ซึ่งก็คือประชาชนผู้มีสิทธิในการลงคะแนนเลือกตั้งเท่านั้น

1 คน 1 สิทธิ 1 เสียงเท่าเทียมกัน ที่จะได้ร่วมกันสรรหา “ทีมแพทย์” เพื่อใช้ในการผ่าตัดรักษาประเทศไทย อันเป็นที่รักของทุกๆคน ด้วยความเชื่อว่าเมื่อเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าพัฒนาไปมากแล้ว “ทีมแพทย์” ทั้งหลายซึ่งก็คือนักการเมืองที่กำลังเสนอตัวให้เลือกอยู่ในขณะนี้จะสามารถวิเคราะห์โรคร้าย รวมถึงสาเหตุของการเกิดโรค เพื่อทำการรักษาให้หายขาดได้

การเลี้ยงโรคหรือเลี้ยงไข้ จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก หมอหรือแพทย์คนใดพรรคการเมืองใดจะใช้ยาแรงขนาดไหนก็ได้หากว่าได้รับการคัดเลือกให้เข้าไปทำหน้าที่

ถึงนาทีนี้ก็พอจะมองเห็นแล้วว่า ทีมใดพรรคการเมืองใด ที่พอจะมีโอกาสรับงานใหญ่ในการรักษาประเทศไทย ซึ่งก็มีทั้งแพทย์รุ่นเก่าระดับอาจารย์หมอกับทีมแพทย์รุ่นใหม่ที่กำลังร้อนวิชา

ซึ่งเมื่อพิจารณาลงไปในรายละเอียดแล้ว ทั้งสองรุ่นก็มีจุดดีจุดด้อยพอๆกัน เรื่องความชำนาญในการรักษานั้นแน่นอนว่าเป็นแพทย์รุ่นเก่า แต่รุ่นนี้ก็มีข้อเสียคือชอบรักษาไปดูอาการไป ไม่กล้าที่จะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะห่วงในชื่อเสียงหากเกิดความผิดพลาด ที่สำคัญไม่รู้จักการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการรักษา

ส่วนทีมแพทย์รุ่นใหม่นั้น แน่นอนว่าประสบการณ์ในการรักษาย่อมมีน้อยกว่า แต่ด้วยความรู้สมัยใหม่ที่ได้ร่ำเรียนเพียรศึกษามา ประกอบกับรู้จักการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยเสริมในการวิเคราะห์โรค จึงประกาศด้วยความมั่นใจว่า “อาการป่วยจะหายขาด” อย่างแน่นอน จึงนับว่าได้ใจของใครต่อใครที่เฝ้าหวังเฝ้ารอคอยมากพอสมควร

วันที่ 24 มีนาคม 2562 จึงเป็นวันที่ทุกคนจะต้องตัดสินใจว่าจะใช้หมอเก่าหรือหมอใหม่ หรือจะใช้ทั้งหมอเก่าและหมอใหม่ผสมปนเปกัน เพื่อรักษาประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนเจ้าของไข้หรือผู้ดูแลใหม่นั้น ย่อมขัดใจผู้ที่ดูแลอยู่เดิมไม่น้อย แต่เนื่องด้วยเหตุผลมากมายเลยขัดใจไม่ได้ หันมาใช้วิธีการมากมายเพื่อจะขอเป็นเจ้าของไข้หรือผู้ดูแลต่อไป

ด้วยความคุ้นเคยกับหมอเล็กหมอน้อย พยาบาล ภารโรง หรือแม้กระทั่ง ยามและคนรักษาความสะอาด ก็อาศัยคนเหล่านี้ออกมาประกาศ ป่าวร้องว่า คนไข้(ประเทศไทย) อาการดีขึ้นมากแล้ว ขอเวลาอีกหน่อย รับรองว่าจะหายดี และมีสุขภาพแข็งแรงอย่างแน่นอน ซึ่งก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าเป็นความจริง

และแสดงออกว่า “รำคาญ” ต่อเสียงเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนคนดูแลหรือเจ้าของไข้

จากนี้จึงขึ้นอยู่กับว่า ฝ่ายไหนจะเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเห็นตัวเองคิด และมั่นคงในความคิดเห็นของตนเองมากกว่ากัน

การผ่าตัดใหญ่ ให้ยาแรง ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยจะหายป่วยหรือจะต้องอยู่ในห้องไอซียูต่อไป…

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น