ใบตองแห้ง: เผด็จการแพ้ไม่เป็น?

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

“คิดหรือว่า จับปากกาแล้วจะฆ่าเผด็จการได้ ฝันไปเหอะ …เขาวางหมากไว้หมดแล้ว …ถ้าฝ่าย ปชต.กงเต๊กชนะเลือกตั้ง ที่สุดก็จะปฏิวัติอีกรอบ”

ผู้สมัครพรรคลุงกำนันโพสต์แล้วโดนกระหน่ำ แก้ต่างพัลวัน อ้างประเทศถูกครอบงำด้วยวงจรอุบาทว์ เลือกนักการเมืองเลวก็เกิดรัฐประหาร ไม่มีใครชอบรัฐประหารหรอก แต่ต้องตัดวงจรอุบาทว์

แก้ต่างอย่างไรก็ไม่สำคัญ เพราะชาวบ้านรู้ทัน เธอเพียงแต่พูด “โป๊ะเชะ” เท่านั้น ใครก็รู้ว่าอำนาจที่คุมประเทศอยู่ไม่มีวันยอมแพ้ ไม่ยอมให้ฆ่าด้วยปากกา “เขาวางหมากไว้หมดแล้ว” คือ 250 ส.ว. กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ องค์กรอิสระ กลไกแจกใบเหลืองใบส้มใบแดงใบดำ กระบวนการยุบพรรค

แล้วถ้ายังแพ้อีก ก็คงจะแพร่คลิปปลอม โทษ “ระบอบทักษิณ” ก่อม็อบปิดเมืองยึดสนามบิน จนเกิดรัฐประหาร

ศึกครั้งนี้แพ้ไม่ได้ เพราะเดิมพันใหญ่หลวงนัก ประยุทธ์จึงปรี๊ด เมื่อนักข่าวถาม ถ้าแพ้เลือกตั้งจะทำอย่างไร

ทั้งที่ถามมีเหตุผล ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยที่ถูกดูหมิ่นเป็นกงเต๊ก ได้ฉันทามติเกิน 250 เสียง หรือถ้าพรรคประชาธิปัตย์ “นักบอยคอต” ทิ้งห่างพลังประชารัฐ จะหวังให้งูเห่ากัดมาร์ค พลิกมติมาสนับสนุนได้อย่างไร

เข้าใจตรงกันนะ ถึงจะมี 250 ส.ว.ขอแค่ 126 ส.ส. ก็เป็นนายกฯ แต่ถ้าได้ไม่ถึง 250 ก็เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย สำคัญกว่านั้น อย่าดูหมิ่นฉันทามติของประชาชน การเลือกตั้งทำให้เกิดพลังแห่งความชอบธรรม ยิ่งแบ่งข้างชัดว่า เอา-ไม่เอาลุง สมมติมีคนใช้สิทธิล้นหลาม 40 ล้านเสียง แล้ว 20 ล้านลงให้ฝ่ายประชาธิปไตย 10 ล้านให้ ปชป. 8 ล้านให้พรรคลุง 4 ล้านกระจายไป ถามว่ากล้ารัฐประหารไหม

คนไม่เอาลุงตั้ง 30 ล้าน จะถูอยู่อย่างไร (ต่อให้อ้างว่าคนเลือก ปชป.รู้แก่ใจ เดี๋ยวก็พลิกไปหนุนลุง) ความชอบธรรมของ 30 ล้านเสียง กับ 250 ส.ว.ลุงตั้ง อย่างไหนยิ่งใหญ่กว่ากัน อย่างไหนน่าอายกว่ากัน

ชัยชนะจากเลือกตั้งจึงเป็นปัจจัยชี้ขาด วันที่ 24 ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยได้เกิน 20 ล้านเสียง พรรคเชียร์ลุงได้ ส.ส. 70-80 คนก็จบเห่ ขืนใช้วิธีชิงตัวงูเห่า หรือเกิดใบเหลืองใบส้มใบแดงใบดำระนาว ลดคะแนน 20 ล้านเหลือ 10 ล้าน ก็วิบัติเท่านั้น

ใครว่าปากกาฆ่าเผด็จการไม่ได้ ถ้ากาฝ่ายประชาธิปไตยท่วมท้น ก็ส่งลุงกลับบ้าน

เพียงแต่ “เผด็จการ” ไม่ได้หมายถึงประยุทธ์มนุษย์คนเดียว หากหมายถึงระบอบรวมศูนย์อำนาจรัฐราชการ ที่สร้างความเข้มแข็งมา 5 ปี ถึงลุงไม่ได้ไปต่อ ก็ยังมี 6 ผบ.เหล่าทัพ สืบทอดกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และ ส.ว.โดยตำแหน่ง มีข้าราชการเกษียณล้นองค์กรอิสระ

การต่อสู้จึงไม่จบง่าย เพราะทุกฝ่ายมีส่วนได้เสีย และมีเดิมพันอันใหญ่หลวง เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ถ้าพลังอนุรักษนิยมชนะ ระบอบเผด็จการครึ่งใบ ทุนนิยมประชารัฐ ก็จะเข้มแข็ง รัฐทหารรัฐตำรวจยิ่งฮึกเหิมในการละเมิดสิทธิ

แต่ถ้าพลังอนุรักษนิยมแพ้เลือกตั้ง แม้ยังกุมรัฐพันลึก ก็จะเป็นฝ่ายถอยไปตั้งรับ ปกป้องตัวเองจากการแก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปกองทัพ เลิกเกณฑ์ทหาร ลดงบลดนายพล ลดอำนาจมหาดไทย กระจายสู่ท้องถิ่น

เดิมพันสูงขนาดนี้ จึงอย่าหลอกกันเลย ว่ารัฐราชการเป็นกลาง ทุกฝ่ายมีส่วนได้เสีย ต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องชามข้าวตัวเอง ไม่ว่าใช้กลโกงหรือใช้อำนาจข่มขู่คุกคาม

ฟังดูก็น่าสะพรึง ที่ต้องสู้กับอำนาจปืนอำนาจกฎหมาย เพียงแต่ครั้งนี้สู้กันในกติกาหย่อนบัตร หนึ่งคนหนึ่งเสียง สนามของประชาชน

ใช่เลย ประชาธิปไตยชนะก็ยังมีอุปสรรค ถ้าเป็นรัฐบาลเดี๋ยวก็มีม็อบไล่ ถูกบิดเบือนกฎหมายเอาผิด ใช้ปืนใช้รถถังยึดอำนาจอย่างมีสมบัติผู้ดี

แต่ไม่คิดบ้างหรือว่ามันซ้ำซากจนคนรู้ทัน นับวัน ยิ่งต่ำตม

 

เผยแพร่ครั้งแรกใน: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/hot-topics/news_2336826

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น