เกมแมวจับหนูของ คสช.

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ถ้าใครสนใจการเมืองการปกครองเปรียบเทียบอย่างผมโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ปกครองโดยระบอบเผด็จการ เช่นเดียวกับลูกผสม (hybrid) หรือเผด็จการกึ่งประชาธิปไตย (ไม่ใช่อวดว่าตัวเองเก่งนะครับ ยังมีอีกเยอะที่ไม่รู้) ก็น่าจะพอรู้ว่าประเทศเผด็จการส่วนใหญ่มีการเลือกตั้งแม้แต่เกาหลีเหนือ (ยกเว้นบางประเทศเช่นบรูไนหรือซาอุดิอาระเบีย) แต่เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ Free and Fair วัตถุประสงค์คือต้องการสร้างความชอบธรรมให้ระบอบของตัวเองบนภาพที่ว่ามาจาก consent ของประชาชนที่ถูกปกครอง เช่นเดียวกับการระดมความภักดีจากประชาชนควบคู่ไปกับพิธีกรรมของรัฐที่มีทุกปี เข้าทำนองรัฐนาฏกรรมหรือ Theater state ทำนองนั้น

สำหรับประเทศไทยก็เหมือนกัน ตั้งแต่การยึดอำนาจเมื่อปี 2557 มีความพยายามที่จะทำให้รัฐประหาร หรือ coup d'etat กลายเป็นปฏิวัติหรือ Revolution นั้นคือเข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของรัฐอย่างมากมาย ปัจจัยสำคัญคือรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยนิติบริกร (หรือนักมายากลทางกฏหมาย) วัตถุประสงค์ไม่ใช่แค่ "การสืบทอดอำนาจ" แต่เป็น consolidated authoritarianism หรือเผด็จการแบบมั่นคง ในคราบประชาธิปไตย

คสช.รู้ล่วงหน้าแล้วว่าไม่ว่าวันใดวันหนึ่งพวกเขาก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง ที่รีรอจนคนด่าเพราะนอกจากหวงเก้าอี้แล้วคงไม่มั่นใจว่าตนสามารถจัดวางโครงสร้างอำนาจได้อย่างที่ตัวเองวางแผนไว้ รูปแบบการเลือกตั้งจึงมาพร้อมกับรัฐธรรมนูญปี 2560 พร้อมกฏหมายลูก และคำถามพ่วงที่ให้ สว.มาเลือกนายกฯ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย เช่นเดียวกับการครอบงำหรือร่วมมือกับองค์กรต่างๆ และการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่เป็นเครื่องมือไว้รอเล่นงานรัฐบาลที่ไม่ใช่เครือข่ายตัวเอง

ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็น "ปาหี่" ของคสช. (Bangkok Post ก็พาดข่าวอย่างนี้เช่นกัน) ที่ท่าทีเหมือนกับเป็นเชิงแข่งขัน (competitive) แต่อย่างที่รู้กันว่าไม่ free and fair เลยเพราะประยุทธ์ได้เปรียบในทุกด้าน จึงกลายเป็นการเลือกตั้งกึ่งเสรี (semi-competitive) ไปเหมือนการเลือกตั้งในสิงคโปร์ที่ทำให้พรรค People's Action Party ได้เป็นรัฐบาลผูกขาดมายาวนาน นอกจากนี้เดิมพันของคสช.และประยุทธ์นั้นสูงมากจึงไม่มีทางที่จะยอมให้อีกฝ่ายขึ้นมามีอำนาจเป็นอันขาด (ตามความจริงฝ่ายตรงกันข้ามขึ้นมาก็มีอำนาจจำกัดอยู่แล้ว)

ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ถึงแม้ดูเหมือนฝ่ายตรงข้าม คสช.จะได้เปรียบ มีหลายคนรู้สึกฟินกับความหวัง แต่ก็เหมือนกับแมวกำลังเล่นกันหนูคือปล่อยให้หนูวิ่งหนีไปด้วยความหวังว่าตัวเองจะรอดแต่สุดท้ายก็เสร็จแมว นั่นคือสุดท้ายแล้ว คสช.จะต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การเลือกตั้งนี้จบสิ้นโดยตัวเองได้สืบต่ออำนาจต่อไปตามแผน

หรือถึงแม้ฟลุ๊กสุดๆ ฝ่ายตรงข้ามกับคสช.ได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็จะต้องพบกับเหตุการณ์ที่เรียกว่ายิ่งลักษณ์ 2.0 คือถูกระบบราชการและองค์กรอันทรงอิทธิพลทั้งหลายยึดอำนาจ มีกลุ่มคนดีออกมาอาละวาด อย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณซึ่งตอนนี้แพ้ในฐานะนักการเมือง แต่ถ้าในฐานะผู้นำการเคลื่อนไหวทางการเมือง เขาอาจระดมพล กปปส.เวอร์ชั่น 2.0 ขึ้นมาได้สำเร็จ พวกเกลียดทักษิณและไม่ศรัทธานักการเมืองจากการเลือกตั้งอย่าง เบญญา นันทขว้าง (ที่อุตส่าห์ลงเลือกตั้ง) มีเยอะแยะไปและรอวันออกอาละวาด แม้แต่การทำรัฐประหารอีกรอบก็ถือว่าเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่พร้อมจะนำมาใช้ได้ ดูสัญญาณได้จากคำพูดของ ผบทบ.เมื่อหลายเดือนก่อน และคำขู่ของเบญญาในเฟสบุ๊คของเธอ

ข้อโจมตี "การนำทักษิณกลับบ้าน" ต่อพรรคเพื่อไทยและ "เจ๊กล้มเจ้า" ต่อพรรคอนาคตใหม่ยังคงทรงพลังอยู่สำหรับมวลชนจำนวนมาก สำหรับมวลชนที่ต่อต้านประยุทธ์และรัฐประหารไม่สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองได้เพราะถูกกองทัพคุมไว้หมดแล้ว เหตุการณ์ความไม่สงบจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะพ่ายแพ้ไปอย่างราบคาบ

ตอนนี้กำลังสู้กันในการฟอร์มรัฐบาล ผมอาจจะผิดก็ได้ แต่ก็ยินดีถ้ามันผิด
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์