เทศมณฑลนิวยอร์กห้ามเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนเข้าพื้นที่สาธารณะหลังโรคหัดระบาดหนัก

จากกรณีโรคหัดระบาดหนักในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศสหรัฐฯ ทำให้เจ้าหน้าที่ทางการของเทศมณฑลร็อคแลนด์ รัฐนิวยอร์ก ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านโรคระบาดตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา รวมถึงมีการสั่งห้ามไม่ให้เด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนอยู่ในพื้นที่สาธารณะ

ที่มา:Pixabay

29 มี.ค. 2562 เจ้าหน้าที่ทางการเทศมณฑลร็อคแลนด์ รัฐนิวยอร์ก สั่งห้ามไม่ให้เด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนออกสู่พื้นที่สาธารณะในขณะที่รัฐต่างๆ กำลังต่อสู้กับการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีของโรคหัด ไม่ว่าจะเป็นในรัฐแคลิฟอร์เนีย อิลินอยส์ เท็กซัส วอชิงตัน และนิวยอร์ก จากข้อมูลศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค โดยที่ในนิวยอร์กซิตีมีกรณีคนเป็นโรคหัด 180 กรณีแล้ว และในช่วงต้นปีจนถึงกลางเดือน มี.ค. ที่ผ่านมามีผู้ป่วยโรคนี้รวม 314 ราย ใน 15 รัฐ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ทางการร็อคแลนด์ยังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านโรคระบาดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (26 มี.ค.) โดยมีแผนการจะให้สถานการณ์ฉุกเฉินนี้คงอยู่เป็นเวลา 30 วันนับตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 26 มี.ค. หรือจนกว่าผู้เยาว์ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนทุกคนจะได้รับวัคซีนรวม โรคหัด โรคคางทูม และโรคหัดเยอรมัน ที่เรียกว่าเอ็มเอ็มอาร์ (MMR) กันทุกคน

ร็อคแลนด์เป็นเทศมณฑลที่อยู่ห่างออกไปจากแมนฮัตตัน 40 ไมล์ มีกรณีคนเป็นโรคหัดแล้วมากกว่า 150 กรณี เจ้าหน้าที่ร็อคแลนด์ประกาศว่าผู้เยาว์ที่ไม่ได้รับวัคซีนห้ามออกมาในพื้นที่สาธารณะ เช่น โบสถ์ โรงเรียน และศูนย์การค้า แต่ยังสามารถออกมาในพื้นที่เปิดโล่งภายนอกอย่างสนามเด็กเล่นได้

กระทรวงสาธารณสุขในสหรัฐฯ เปิดเผยว่าคนที่เป็นโรคหัดเหล่านี้มากกว่าร้อยละ 82 ไม่ได้รับวัคซีนรวม MMR เลยแม้แต่ครั้งเดียว ในจำนวนนี้ยังมีกรณีที่เป็นเด็กอายุระหว่าง 4-18 ปี ร้อยละ 46 และเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี ร้อยละ 39

เอ็ด เดย์ ผู้ว่าการเทศมณฑลร็อคแลนด์กล่าวว่าทางการจะไปออกไปค้นหาเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีน แต่คาดหวังว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองจะนำตัวเด็กมารับวัคซีนเอง อย่างไรก็ตามถ้าหากพบว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองละเมิดกฎหมายโดยการไม่ให้เด็กรับวัคซีนจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในฐานะคดีอาญาลหุโทษที่มีโทษปรับ 500 ดอลลาร์ (ราว 16,000 บาท) หรือจำคุก 6 เดือน เว้นแต่กรณีที่เด็กไม่สามารถรับวัคซีนได้เนื่องจากสาเหตุทางการแพทย์ที่มีบันทึกเป็นกรณียกเว้นเอาไว้

จากความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของโรคหัด เทศมณฑลร็อคแลนด์เคยออกมาตรการคล้ายกันในปีที่แล้ว โดยห้ามไม่ให้เด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนไปโรงเรียน หลายเดือนถัดจากนั้นมีผู้ปกครองเด็กที่ถูกแบนมากกว่า 40 รายฟ้องร้องหน่วยงานสาธารณสุขของเทศมณฑลขอผู้พิพากษารัฐบาลกลางให้อนุญาตเด็กไปโรงเรียนได้อีกครั้ง แต่ผู้พิพากษาศาลแขวงก็ปฏิเสธข้อเรียกร้องนี้โดยตัดสินว่าการอนุญาตให้เด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนกลับเข้าโรงเรียนนั้นขัดต่อ "ผลประโยชน์ของส่วนรวม"

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐฯ ระบุว่าโรคหัดนั้นถือเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายและส่งผลต่อสุขภาพร้ายแรงตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคปอดบวม ความเสียหายต่อสมอง การสูญเสียการได้ยิน และถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีวัคซีนนั้นเคยมีคนไข้ป่วยเป็นโรคนี้ทุกปีราว 3-4 ล้านราย และส่วนใหญ่เป็นเด็ก จนกระทั่งในปี 2543 สหรัฐฯ ก็ประกาศว่าพวกเขาสามารถกำจัดโรคหัดให้หมดไปจากประเทศได้แล้ว แต่ในช่วงที่ผ่านมาโรคนี้ก็กลับมอีกครั้ง

นักวิทย์ฯ ค้านวาทกรรมต่อต้านวัคซีนในสหรัฐฯ หลังทำโรคหัดระบาดอีกครั้งในวอชิงตัน

ในสหรัฐฯ มีกลุ่ม มีคนมองว่าการระบาดเพิ่มขึ้นของโรคที่น่าจะเป็นเพราะประชากรที่ต่อต้านการฉีดวัคซีนอย่างจริงจังที่มักจะเรียกกันว่าแอนตีแว็กเซอร์ (Anti-Vaxxer) พยายามโฆษณาชวนเชื่ออ้างว่าวัคซีนส่งผลทางลบ ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ขัดหลักวิทยาศาสตร์ และเคยมีนักวิทยาศาสตร์สุขภาพคัดค้านมาก่อนหน้านี้

เรียบเรียงจาก

Measles outbreak: New York county bans unvaccinated children from all public spaces, The Independent, Mar. 27, 2019

New York county bans unvaccinated children from public spaces amid measles outbreak, The Guardian, Mar. 26, 2019

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์