นันทนา นันทวโรภาส: วิเคราะห์การสื่อสารการเมือง 4 พรรคใหญ่ ใครปัง ใครพัง

นันทนา นันทวโรภาส ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารทางการเมืองวิเคราะห์ชัยชนะและความพ่ายแพ้ของ 4 พรรคหลักผ่านยุทธศาสตร์การสื่อสาร เหตุการณ์ 8 ก.พ. และ 23 มี.ค. หนุนกระแส พปชร. ปลุกพลังอนุรักษ์นิยมเลือกลุงตู่ ปชป. ขาดตำแหน่งแห่งที่ชัดเจน พท. แคมเปญจืดสุดแม้ยังได้ที่ 1 อนค. คือปาฏิหาริย์ทางการเมืองที่คนรุ่นใหม่ไว้ใจ

ผศ.นันทนา นันทวโรภาส (ที่มา:Facebook/ดร.นันทนา นันทวโรภาส)

30 มี.ค. 2562 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 มี.ค.) ผศ.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ร่วมอภิปรายเสวนาหัวข้อ "อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้ง 24 มีนา" ที่ มธ. ท่าพระจันทร์ จัดโดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มธ. โดยวิเคราะห์การเลือกตั้งและกลยุทธการสื่อสารทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐและอนาคตใหม่ ที่นำไปสู่การได้ ส.ส. มากน้อยไม่เท่ากัน

นันทนามองว่าไม่มีอนาคตหลังการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีกติกาที่ประหลาดมหัศจรรย์ที่สุดในโลก อยู่ๆ กำหนดให้กติการเลือกตั้งให้ใช้บัตรใบเดียว ประชาชนบางคนเคยกาบัตรสองใบก็งงๆ การแบ่งเขตก็ทำตามอำเภอใจมาก อำเภอหนึ่งตัดเป็นหลายเขตได้ ไม่รู้ว่าใครได้ประโยชน์ แต่ผลเลือกตั้งก็คงบอกไปแล้วว่าใครได้ประโยชน์ เบอร์พรรคก็ใช้เฉพาะเขตจึงชุลมุนวุ่นวาย พวกอยู่ต่างประเทศก็งงไปหมดว่าต้องกาใคร แล้วพอส่งบัตรผิดเขตก็เป็นบัตรเสีย ระบบเบอร์เดียวทั่วประเทศที่เคยมีสนับสนุนพรรคการเมือง แต่รัฐธรรมนูญนี้ก็บอกว่าไม่เอา อยากให้ใช้เฉพาะเขตเพื่อให้พรรคอ่อนแอ แล้วยังห้ามเสนอนโยบายประชานิยมแต่รัฐบาลแจกได้เต็มที่ก่อนเลือกตั้ง ให้ ส.ว. (สมาชิกวุฒิสภา) โหวตนายกฯ ได้ มีที่เดียวในโลก กฎเหล่านี้ใครเป็นผู้ร่าง ใครเป็นผู้สร้าง

ผู้คุมกฎบกพร่องอย่างไม่สุจริต เพราะว่า กกต. มีหลายมาตรฐานในการพิจารณายุบพรรคเหลือเกิน ทษช. (ไทยรักษาชาติ) ถูกพิจารณารวดเร็วมาก แต่พรรคน้อมนำคำสอนพระทพุทธเจ้าก็ยังได้ติดป้ายอยู่จนถึงวันเลือกตั้ง พิมพ์บัตรผิดชื่อ ผิดเขต ส่งบัตร-รับบัตรผิดพาด แล้วพอพลาดก็นับเป็นบัตรเสีย นับคะแนน ประกาศคะแนนมีคะแนนเพิ่มเป็น 4 ล้านคะแนนเรียกว่าบัตรเขย่ง ประเทศกูมีจริงๆ

นันทนากล่าวต่อไปว่า หากมองตามทฤษฎีการสื่อสาร ปชป. ส่อแววมาแต่ต้นแล้วว่าไม่มีตำแหน่งแห่งที่ทางการเมืองที่ชัดเจนว่าจะอยู่ในใจของผู้เลือกตั้งกลุ่มไหน แถมช่วงท้าย หัวหน้าพรรคยังส่งจดหมายเพ้อเจ้อออกมา ไม่มีความโดดเด่น ไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นอะไร นาทีสุดท้ายประกาศตัวว่าไม่เอาลุงตู่ ซึ่งหลายคนก็งงเพราะถ้าย้อนกลับไปก็กินอยู่หลับนอนกับทหารจนมีลูกแล้ว แล้วมาบอกว่าไม่มีความสัมพันธ์กันดื้อๆ ก็แปลกมาก ทำให้คนงงกันไปหมดทั้งประเทศ แต่จะโทษหัวหน้าพรรคตัวเองก็ไม่ได้ ความปริแตกก่อนมีการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นการแยกตัวของลุงกำนันหรือการแข่งขันกันเป็นหัวหน้าพรรคก็ทำให้พรรคอ่อนแรง

สำหรับ พท. ครั้งนี้ได้ที่หนึ่งในระบบที่นั่ง ส.ส. เขต แต่ต้องยอมรับว่าแพ้ตัวเอง พท. เคยได้สิบห้าล้านเสียง ครั้งนี้เหลือเจ็ดล้านกว่า ยุทธการแตกแบงค์ไม่เวิร์ค คือจริงๆ เกือบจะเวิร์คแต่ถูกสกัดไปเสียก่อนเหตุการณ์เมื่อ 8 ก.พ. ทำให้ระส่ำระสายไปหมด พลังอนุรักษ์นิยมลุกขึ้นมาแล้วออกไปโหวตหลังเหตุการณ์วันนั้น พวกเขาเปลี่ยนใจว่าออกไปสู้เพราะมีสิ่งที่เขาไม่พอใจ พรรคตระกูลเพื่อก็ฟัดกันเอง ทะเลาะกันเอง จะเก็บตกคะแนนก็ไม่รู้จะตกที่ไหน ไม่รู้จะเจาะกลุ่มอะไร หลัง ทษช. ถูกยุบ พรรคที่เหลือไม่มีแนวทางที่ชัดเจนจึงได้คะแนนมาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

การเลือกตั้งครั้งนี้มีคนมาเลือกตั้งน้อยกว่าที่คาด และไม่ได้ทำลายสถิติในประวัติศาสตร์ด้วย คนเจนวายออกมาเต็มแน่น สะท้อนจากผลการเลือกตั้ง แต่เบบี้บูมเมอร์ออกมาไม่เต็มแรง ทำให้ พท. ไม่ได้คะแนนมากเท่าที่ควร แคนดิเดตนายกฯ อย่างชัชชาติควรปรากฏตัวแต่ต้นจนจบแคมเปญ แต่ตอนนี้กลายเป็นสุดารัตน์ที่คนมักจะนึกไปถึงทักษิณ อันนี้วิเคราะห์ว่าน่าจะมีผลต่อคนกลางๆที่อยากจะเลือก นอกจากนั้น แคมเปญเพื่อไทยกร่อยที่สุดตั้งแต่ที่เห็นมาตั้งแต่ปี 2544 ไม่มีนโยบายที่ชัดเจน ตอกย้ำความล้มเหลวซ้ำซากของรัฐบาล ในเฟสที่หนึ่งของการเลือกตั้งก็ใช่อยู่ แต่การอยู่จนสุดท้ายแล้วไม่เปลี่ยนอะไรเลย ต้องบอกว่า ส.ส. ที่ได้มาถือว่ามีฝีมือเพราะกระแสพรรคช่วยน้อยมาก.

ในส่วนของ อนค. นันทนาวิเคราะห์ว่า ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะชั่วชีวิตไม่เคยเห็นพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาใหม่ ทำทุกอย่างใหม่หมดแล้วได้ ส.ส. มาเกือบร้อยคน ไม่นับไทยรักไทยที่ไม่ได้เกิดใหม่จริงๆ ตามทฤษฎีการตลาดทางการเมือง อนค. กำหนดตำแหน่งแห่งที่ทางการเมืองชัดเจนมาตั้งแต่ต้น ผู้สมัครใหม่หมด ทำทุกอย่างใหม่หมด คนไม่สนใจว่าที่เขตเป็นใครแต่ไปกาให้อนาคตใหม่ นโยบายก็ใหม่มาก จะรื้อผลพวงคณะรัฐประหารถือว่ากล้ามาก ขนาด พท. ยังไม่กล้าเลย ทำให้ดึงดูดคนรุ่นใหม่มาก ตัวธนาธรก็ไม่ได้หล่อมาก วัยรุ่นไม่ได้จะติดฟ้ารักพ่ออย่างเดียว เขาจะบอกว่าคนนี้เป็นไอดอลที่อยากจะให้เปลี่ยนประเทศ เข้าใจคนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่เหล่านั้นไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณพรรคการเมืองไหน เมื่อเขาได้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกเขาก็บอกว่าจะเอาพรรคนี้ และจะปกป้องพรรคนี้ เป็นสิ่งที่คนรุ่นเก่าสบประมาทและพลาดอย่างแรงที่มองคนเหล่านั้นว่าเป็นแค่นักเลงคีย์บอร์ด แต่นักเลงคีย์บอร์ดทำให้ได้มา 80 กว่าที่นั่ง การยุบ ทษช. ก็ทำให้ส้มหล่นที่อนาคตใหม่ด้วย

ต้องบอกว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คครั้งนี้ทำให้การเลือกตั้งเปลี่ยนแปลง และจะเปลี่ยนไปตลอดกาล อนค. คืออนาคตของประเทศจริงๆ การเมืองจะเปลี่ยนแน่นอนเมื่อ อนค. เข้าสภาไม่ว่าจะได้เป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล และเราจะเห็นได้จากการที่ ส.ส. ได้พูด ได้เสนอกฎหมาย คนรุ่นใหม่ได้แจ้งเกิดและสร้างพื้นที่ทางการเมืองแล้วและพวกเขาจะรักษาพื้นที่เหล่านั้นต่อไป ดังนั้นคนรุ่นเก่าอย่าประมาท

นันทนาวิเคราะห์ชัยชนะของ พปชร. ว่าเหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. มีส่วนช่วยชีวิต พปชร. ไว้แน่นอน กลุ่มพลังอนุรักษ์นิยมลุกขึ้นมาสู้ให้ลุงตู่ นอกจากนั้นพรรคก็มีทรัพยากรมหาศาล มีทหารบอกว่าลุงป้อมแจกเอง จุดที่ทำให้อีสานแตกที่ พท. ไม่ได้เต็มทั้งภาคคือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่แจกทันที ถามว่าลืมไหมก็ลืมไม่ลง เพราะแจกแล้วก็ไปลงคะแนนเสียงเลย อีกเหตุการณ์หนึ่งคือเรื่องคืน 23 มี.ค. ปรากฏการณ์นั้นส่ง พปชร. แคมเปญโค้งสุดท้ายที่ว่า ‘เลือกความสงบจบที่ลุงตู่’ เป็นแคมเปญโค้งสุดท้ายที่ดีที่สุดของพรรคการเมืองหากไม่นับปราศรัย อนค. ที่คนดูออนไลน์เป็นล้านวิว และไม่นับ กกต. ที่บอกว่ามีบัตรเกินมา 4-5 ล้านใบด้วย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์