'ธนาธร' ลั่น 'อนาคตใหม่' เป็นภัยต่อความมั่นคงของ 'เผด็จการ' ยันไปตามหมายเรียก 6 เม.ย.นี้

'ธนาธร' นำทีมขอบคุณ กทม.ฝั่งธนบุรี - ลั่น 'อนาคตใหม่' เป็นภัยต่อความมั่นคง 'เผด็จการ' - พร้อมไปตามหมายเรียกเสาร์ 6 เม.ย.นี้ 10 โมงเช้า  

3 เม.ย. 2562 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค ว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ กทม. ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พร้อมทีมงาน เดินทางพบปะและขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ จนทำให้คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ในกรุงเทพมหานครมากที่สุด โดยที่เริ่มตั้งขบวนที่บริวเวณหน้าอาคารไทยวีรวัตน์ ติดกับทางขึ้นบีทีเอสวงเวียนใหญ่ ซึ่งมีประชาชน เข้ามาทักทายและเข้ามาถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก รวมถึงกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว โดยเฉพาะคดีความล่าสุดที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เพิ่งได้รับหมายเรียก และท่าทีของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ล่าสุดที่ออกมา ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงพรรคอนาคตใหม่ 

ธนาธร กล่าวว่า เรื่องหมายเรียกของตนล่าสุด ยังไม่ทราบรายละเอียด รู้แต่ว่าเป็นเพียงคดีอาญา ม.116  ดังนั้น วันเสาร์ที่ 6 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น.จะไปตามหมายเรียกที่ สน.ปทุมวัน ส่วนกรณีพรรคอนาคตใหม่ถูกโจมตีเรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เรายืนยันหลายครั้งว่า ไม่ควรนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อทำลายคู่ต่อสู้ หรือต่อศัตรูทางการเมือง ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ฝ่ายเผด็จการต้องการสร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนเกลียดกลัวกันเอง เพื่อให้ประชาชนไม่ไว้ใจกันเอง เพราะเมื่อประชาชนแตกแยกแล้ว ก็จะเป็นเหตุผลให้เผด็จการทหารเข้ายึดอำนาจและปกครองอยู่ต่อไป จึงขอเรียนเชิญพี่น้องประชาชนทุกคนให้มาช่วยกัน หยุดสร้างความแตกแยกในสังคม เพราะกลุ่มคนเดียวที่ทำให้สังคมแตกแยกไม่ใช่เรา แต่เป็นกองทัพที่ต้องการสืบทอดอำนาจ

"ข้อกล่าวหาต่างๆ พวกเราพรรคอนาคตใหม่ยังหนักแน่น แน่วแน่ ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร  ทั้งผมเอง และ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค เตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องเกิด เรารู้อยู่แล้วว่าจะถูกกระทำเช่นนี้ ดังนั้น จึงไม่สะทกสะท้าน เราจะเดินหน้าไปอย่างมั่นคง เรายืนยัน เราไม่มีอะไรเลย ไม่มีคุก ตะราง กฎหมาย ปืน หรือรถถัง สิ่งเดียวที่เรามีคือพรรคอนาคตใหม่ที่จะยึดมั่น และต่อสู้กับเผด็จการทหารอย่างเข้มแข็ง  อย่างไรก็ตาม ทุกคดีความ ทุกข้อกล่าวหาเราพร้อมชี้แจงด้วยความจริงใจ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมจะรักษาพวกเรา การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ การเกิดขึ้นของธนาธรและปิยบุตร ไม่ได้เป็นภัยต่อประเทศ แต่แน่นอนที่สุด เราเป็นภัยคุกคามต่อนายทหารบางกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย ที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาชน แต่เราไม่ใช่คนที่จะทำให้ประเทศไทยเดือดร้อนวุ่นวาย" ธนาธร กล่าว 

ธนาธร กล่าวอีกว่า ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีพี่น้องประชาชนหลายคนต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เพื่อประชาธิปไตย เพื่อคนรุ่นต่อไป และหลายคนโดนคดี บางคนเสียชีวิต บางคนปัจจุบันนี้ยังอยู่ในคุก เพียงเพราะต้องการเสรีภาพให้ประชาชนทุกคน คนในคุก คนที่โดนคดี คนที่ถูกคุกคาม ส่วนใหญ่เป็นคนที่ไม่มีต้นทุนทางสังคม แต่เขาได้เรียกร้องให้กับคนในสังคมทุกคน ถ้าพวกเรา คนที่มีต้นทุนหรือมีชื่อเสียงอยู่บ้าง ยังนั่งเงียบเฉยภายใต้สถานการณ์แบบนี้ เราจะตอบคนรุ่นต่อไปอย่างไรว่า ในสภาพสังคมที่มืดมิดอย่างนี้ เราทำอะไรอยู่ จึงอยากเชิญชวน ต่อต้านเผด็จการร่วมกัน ทำภารกิจนี้ให้จบในคนรุ่นเรา ทำให้การรัฐประหารสิ้นสุดในคนรุ่นเรา 

"กรณีที่ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ ก็อยากจะถามว่าใครกันแน่ที่ทำให้สังคมไทยขัดแย้ง คนที่เรียกร้องความเป็นธรรม หรือคนที่ยึดอำนาจไปจากประชาชน กลุ่มคนที่นำมาซึ่งความวุ่นวาย กลุ่มคนที่นำมาซึ่งความขัดแย้ง คือคนที่ยึดอำนาจไปจากประชาชน แล้วไม่ยอมคืนต่างหาก ดังนั้น การที่ผมเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตย เรียกร้องให้สังคมไทยเคารพสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้เคารพนิติรัฐ หมายถึงกฎหมายบังคับใช้กับคนอย่างเท่าเทียมกัน ถามว่ามันซ้ายจัดอย่างไร สิ่งที่ผมเรียกร้องคือความเป็นปกติ เอาประเทศไทยกลับสู่ความเป็นปกติ เอาประเทศไทยสู่ความเป็นสากล  ไม่รู้ว่า ผบ.ทบ.ต้องการส่งสัญญาณอะไร แต่ขณะที่เราเตรียมการอบรมสร้าง ส.ส. คุณภาพเข้าสภาฯ ขณะที่เราเดินขอบคุณประชาชน ขณะที่เราเตรียมกฎหมายเผื่อไปผลักดันในสภาฯ  คุณอภิรัชต์ก็มาพูดจาให้ประชาชนเกลียดชังเรา พูดจากให้ประชาชนหวาดระแวงกันเอง เราเสียเวลามากมายต้องแก้ข้อกล่าวหา ทั้งๆ ที่ควรเอาเวลาตรงนั้นไปทำสิ่งที่สร้างสรรค์ให้กับประชาชน" ธนาธร กล่าว 

ธนาธร กล่าวอีกว่า การจะนำพาประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตย ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ เพราะพิสูจน์แล้วแค่การเลือกตั้งครั้งนี้ครั้งเดียวก็พบว่าปัญหามากมาย เราต้องยอมรับความจริงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มา เนื้อหา และกระบวนการ ไม่เป็นประชาธิปไตย ใช้งานจริงไม่ได้ พรรคอนาคตใหม่มีจุดยืนชัดเจนคือ การที่จะพาประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยได้ รัฐธรรมนูญ 2560 ต้องได้รับการแก้ไขทั้งฉบับ อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่แปลกประหลาดมาก 10 วัน แล้ว  ปรากฏว่า 1. ผลทางการยังไม่ออก 2. วิธีการคำนวนปาร์ตี้ลิสต์ยังไม่รู้ ไม่มีการเปิดเผยออกมา นี่เป็นวิกฤตศรัทธาที่ใหญ่ที่สุดที่มีต่อองค์กรภาครัฐ ดูจากการล่ารายชื่อถอดถอนของประชาชนซึ่งจำนวนมากกว่า 8 แสนคนแล้ว ไม่มีการล่ารายชื่อถอดถอนที่มากมายแบบนี้มาก่อน 

"ผมอยากเรียนกับ กกต.อยากให้กำลังใจ กกต. ว่า ยังพอมีทางให้การเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับการยอมรับ นั่นคือเปิดเผยข้อมูล ยอมรับความผิด และทำงานกับภาคประชาสังคม ว่า หน่วยไหน เขตไหนมีความไม่ปกติ ก็นับคะแนนกันใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่อย่างโปร่งใส ยังมีความเป็นไปได้ เพราะถ้าจุดเริ่มต้นไม่ได้การยอมรับแล้ว ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปลำบากแน่นนอน" ธนาธร กล่าว 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์