การจากไปของ 'เภสัชกรสำลี' ผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิการเข้าถึงยา

เภสัชกรหญิง สำลี ใจดี ประธานถาวรกลุ่ม FTA Watch และผู้ริเริ่มผลักดัน "กลุ่มศึกษาปัญหายา" ต่อสู้เพื่อสิทธิการเข้าถึงยาของประชาชน เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 77 ปี สวดพระอภิธรรมคืนแรก 7 เม.ย. ที่วัดเครือวัลย์ บางกอกน้อย เจ้าภาพงดพวงหรีด

ที่มาของภาพ: FTA Watch

7 เม.ย. 2562 เฟซบุ๊คเพจของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) เปิดเผยว่า ผศ.ภญ. สำลี ใจดี ประธานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน ได้จากไปอย่างสงบด้วยวัย 77 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย.62 เวลา 00.57 น.

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ได้โพสต์เฟซบุ๊คแจ้งกำหนดการสวดพระอภิธรรมศพของ ภญ.สำลี โดยจะจัดขึ้นวัดเครือวัลย์ บางกอกน้อย ศาลา 2 กำหนดการวันที่ 7 เมษายน 62 เวลา 16.00 น. รดน้ำศพ เวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรม วันที่ 8-10 เมษายน 62 เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม วันที่ 11 เมษายน 62 เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม และพิธีบรรจุศพ (เก็บไว้ 100 วัน) นอกจากนี้ระบุด้วว่า "อาจารย์สำลี ใจดี มีความมุ่งมั่นที่จะลดมลพิษสิ่งแวดล้อม และต้องการความเรียบง่าย เจ้าภาพจึงขอความกรุณางดพวงหรีด"

สำหรับ ภญ.สำลี เป็นชาว จ.สุพรรณบุรี ได้เข้าร่วมกับ "กลุ่มศึกษาปัญหายา" (กศย.) ที่ก่อตั้งในปี 2516 หลังจากนั้นเป็นประธานกลุ่มศึกษาปัญหายาระหว่างปี 2518-2528 สำหรับบทบาทในทางวิชาการเริ่มรับราชการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 ในตำแหน่ง อาจารย์คณะบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และย้ายเข้ามาเป็นอาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 นอกจากนี้ยังเป็นเป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์สังคม (วจภส.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ โดยเกษียณอายุเดือนกันยายน พ.ศ. 2555

บทความของ นพ.วิชัย โชควิวัฒน ในปี 2544 ได้เขียนว่าในช่วงที่ ภญ.สำลี มีบทบาทอยู่ในกลุ่มศึกษาปัญหายา ภญ.สำลีและคณะ ได้ผลักดันเรื่องนโยบายยาหลายด้าน อาทิ ผลักดันและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อสำนักงานอาหารและยา (อย.) และรัฐบาล จนสามารถยกเลิกการจำหน่ายยาชุด "เอพีซี" ซึ่งมียาสเตียรอยด์ มีผลทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้ อาจถึงขั้นกระเพาะทะลุถึงแก่ชีวิต, ตีกรอบการขายเครื่องดื่มผสมกาเฟอีน ไม่ให้โฆษณาตามใจชอบจนผู้บริโภคติดกาเฟอีน และยังมีบทบาทสู้เรื่องกฎหมายสิทธิบัตรยา เพื่อไม่ให้บรรษัทยาข้ามชาติผูกขาดยา นอกจากนี้ ภญ.สำลี ยังมีบทบาทฟื้นฟูการนวดไทยอย่างเป็นระบบ รวมทั้งพัฒนาการนวดแผนไทยให้แก่ผู้พิการทางสายตา จนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รับไปทำต่อเป็นโครงการไม้เท้าขาว เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถประกอบอาชีพนวดแผนไทยได้

นอกจากนี้ ภญ.สำลี ยังมีตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิเภสัชศาสตร์เพื่อสังคม และมีตำแหน่งเป็นประธานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) อีกด้วย

รายงานข่าวไว้อาลัยของ เพจ FTA Watch ยังระบุคำไว้อาลัย ภญ.สำลี ด้วยว่า

"กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน หรือ เอฟทีเอ ว็อทช์ (FTA Watch) ไม่ใช่องค์กร พวกเราเป็นแค่เครือข่ายขององค์กรคนทำงานภาคประชาสังคมที่ติดตามการเจรจาการค้าเสรีที่มีผลกระทบในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงยา กระทบต่อสถานทรัพยากรธรรมชาติความหลากหลายทางชีวภาพ ผลกระทบต่อผู้บริโภคสิ่งแวดล้อม และ การกำหนดนโยบายสาธารณะ

พวกเรามารวมตัวกันได้ปัจจัยหลัก เพราะมีแกนนำหญิงแกร่งอย่าง ผศ.ภญ.สำลี ใจดี ที่เรายกให้เป็น 'ประธานถาวรกลุ่ม FTA Watch'

อาจารย์ชักชวนทุกคน ทุกองค์กร ทุกเครือข่ายมาตั้งวงคุยกันถึงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนรูปแบบจากพหุภาคี แบบ การเจรจาในองค์การการค้าโลก หรือ WTO แปลงรูปเป็นแบบทวิภาคี หรือ FTA ซึ่งทำให้ประเทศกำลังพัฒนาแทบไม่มีอำนาจต่อรอง

การตั้งวงคุยครั้งนั้นเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2546 ไม่ถึงเดือนหลังจากที่การประชุม WTO ที่เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก ล้มไม่เป็นท่า

ความมาก่อนกาลของอาจารย์ทำให้พวกเราหลายคนที่ร่วมพูดคุยครั้งแรกยังแอบรู้สึกว่า อาจารย์กังวลเกินไปหรือเปล่า แต่อาจารย์ในฐานะที่เคยฟาดฟันกับรัฐบาลสหรัฐฯและอุตสาหกรรมยาข้ามชาติอย่างโชกโชนไม่ได้วิตกจริตเกินจริง ซึ่งนั่นทำให้ข้อมูลและบทวิเคราะห์ของ FTA Watch มีน้ำหนักและตรงประเด็น จนนำไปสู่การผลักดันภาครัฐให้ต้องตระเตรียมการเจรจาที่ดีขึ้น รวมถึงการสร้างกระบวนการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่พอจะสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายได้จริง ไม่ใช่ผลได้กระจุก ผลเสียกระจาย คนฉิบหายคือคนเล็กคนน้อย ดังที่เคยเป็นมา

อาจารย์สำลี หรือ ย่านุ่น ของพวกเราได้ใช้ทั้งชีวิตของอาจารย์พิสูจน์ถึงการทำงานเพื่อประชาชน ที่ไม่ได้ใช้แค่ชีวิตและหัวใจ แต่ขับเคลื่อนด้วยความรู้ โดยมีหลักสำคัญ คือ

1.วิเคราะห์ข้อมูลความรู้ - รู้จริง รู้เท่าทัน รู้ทั่วกัน
2.หาพันธมิตร - ภาคีร่วมสู้
3.เชื่อมสื่อมวลชน
4.ใจสู้ ยืนหยัด สู้ไม่ถอย ทำงานแบบกัดไม่ปล่อย

เพราะอาจารย์เชื่อว่า การทำงานคือการปฏิบัติธรรม

แน่นอนว่า FTA Watch อยากเห็นกระบวนการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายได้จริง ดีกว่าที่เป็นอยู่ อยากเห็นการเจรจาการค้าที่ใช้ข้อมูลงานวิจัยที่เป็นจริง ไม่ใช่เอนตามอิทธิพลทางเศรษฐกิจหรือคำสั่งผู้มีอำนาจ

อุปสรรคและความล้มเหลวที่พวกเราเผชิญมีอยู่เป็นระยะ แต่ทุกครั้ง อ.สำลีจะบอกพวกเราด้วยดวงตาที่มุ่งมั่นและน้ำเสียงที่เข้มแข็ง

"เราแพ้ตรงไหน เราไม่เคยแพ้ มันคือชัยชนะสะสม มันขยับดีขึ้นๆ ตลอด"

ค่ะ เราจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างความเป็นธรรมของสังคมด้วยความรู้ตามรอยอาจารย์ต่อไป แบบกัดไม่ปล่อย สัญญา"

อาลัย "ผศ.ภญ.สุนทรี วิทยานารถไพศาล" : เภสัชกรหญิงผู้ต่อสู้เพื่อ "การเข้าถึงยา" ของประชาชน, 19 ก.ย. 2550

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น