สูตรคำนวณ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ (ว่าด้วยคะแนนตกน้ำ)

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

นับจากวันเลือกตั้ง (24 มีค 2562) ถึงวันนี้ (8 เมย 2562) กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง)  ก็ยังไม่ยอมประกาศสูตรการคำนวน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ให้ชัดเจน ทำให้ในโลกของ"สื่อ"ต้องคอยจับตาดูว่า กกต. จะเลือกใช้สูตรใด ตาม มาตรา 128 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ 2561 ... ระหว่าง สูตร 2 สูตรนี้ คือ 
 
A. สูตรที่มีพรรคการเมืองที่จะได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพียง 16 พรรค (ตามการตีความมาตรา 128 ของพรรคการเมืองหลายพรรค เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ เป็นต้น)

สาระสำคัญของสูตรนี้คือ พรรคการเมืองใดก็ตาม ที่ไม่ได้ สส. เขต และมีคะแนนนิยม (หรือ คะแนนพึงมี) จากคะแนนเสียงทั่วประเทศ ที่ต่ำกว่า 71065 เสียง (เจ็ดหมื่นหนึ่งพันหกสิบห้าคะแนน) จะไม่ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ แม้แต่คนเดียว  ....และ

B. สูตรที่ กรธ. (กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560)บางคน เห็นว่า มีพรรคการเมือง ที่จะได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ รวม 27 พรรค ( 16 พรรคตามข้อ 1 บวกด้วย อีก 11 พรรคเล็ก ที่จะได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคละ 1 คน) แม้ว่า 11 พรรคเล็กเหล่านั้นจะได้ คะแนนนิยม (หรือคะแนนพึงมี) จากคะแนนเสียงทั่วประเทศ ต่ำกว่า 71,065 เสียง (เจ็ดหมื่นหนึ่งพันหกสิบห้าเสียง) ก็ตาม โดยที่ กรธ. บางคนอ้างว่า 

1. สูตรนี้ เป็นการคำนวณตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ 2562 ที่ต้องการให้ทุกคะแนน เสียงของประชาชน ไม่กลายเป็นคะแนนตกน้ำ และถูกทิ้งไป  ...และ

2. การที่พรรคเล็ก ที่ได้คะแนนนิยม (หรือ คะแนนพึงมี)ต่ำกว่า 71,066 เสียง ก็จะได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน นั้นก็มีเหตุผลที่ "ล้อ" (หรือ เลียนแบบ) มาจากการเลือกตั้ง สส.เขต ที่ผู้ชนะการเลือกตั้ง สส.เขต หลายๆ เขต มีคะแนนเสียง 35,000 หรือ 40,000 เสียง ก็ได้เป็น สส.เขตแล้ว  ดังนั้น หากพรรคเล็กๆ ที่ได้คะแนนเสียงทั่วประเทศ เพียง 35,000 หรือ
 40,000 เสียง จึงสมควร ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน 

ผู้เขียน มีความเห็นโต้แย้งทั้ง 2 ประเด็นของ กรธ.บางคน ดังนี้ 

ขอเริ่มด้วย การโต้แย้งเหตุผลตาม ข้อ 2 ของ กรธ. บางคน ที่พยายามอธิบาย โดย"ล้อ"  (หรือเลียนแบบ) การเลือกตั้ง สส.เขต ที่ว่า "ผู้ชนะการเลือกตั้ง สส.เขต หลายๆ เขต ก็ได้คะแนนเสียง เพียง 3หมื่น5พัน หรือ สี่หมื่นเสียง  ก็ได้เป็น สส.เขต แล้ว"

กรธ.บางคน ที่แสดงความเห็นตามสูตรข้อ B คงลืมไปว่า ในการเลือกตั้ง สส.เขต ตัดสินกันที่ "เสียงข้างมาก" (ใครได้เสียงข้างมากในเขตใด คนนั้นก็จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง สส.เขตในเขตนั้นๆ )

ในขณะที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ตัดสินกันที่ "สัดส่วน"คะแนนเสียง ที่พรรคการเมืองได้รับทั่วทั้งประเทศ (ภายใต้คะแนนนิยม หรือ คะแนนพึงมี ต่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน คือ 71065 เสียง)

จะเห็นว่า "หลัก"การตัดสิน สส.เขต และ สส.ปาร์ตี้ลิสต์  ทั้ง 2 กรณีนี้แตกต่างกัน และไม่อาจนำมาใช้ร่วมกัน ....ดังนั้น เหตุผลของ กรธ.บางคน ที่พยายามอธิบายว่าการที่ 11 พรรคเล็ก ต้องได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1คน โดยอธิบาย "ล้อ" (หรือเลียนแบบ) สส.เขตนั้นจึงฟังไม่ขึ้น

กรธ บางคน ที่เลือกที่จะให้พรรคเล็ก 11 พรรค ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน นั้น จะต้องตอบให้ได้ว่า .....ทำไมถึงเลือกตัดคะแนนเสียงของพรรคอนาคตใหม่ ..ในสัดส่วน 71066 คนต่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน ออกไป จากการคำนวณ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ...ซึ่งคะแนนเสียงที่ถูกตัดออกไป ของพรรคอนาคตใหม่ เพียงพรรคเดียว จะสูงถึง 568,520 คะแนน โดยคิดจาก 8 คูณ
 ด้วย 71065   (คือ จากสูตร 2 พรรคอนาคตใหม่จะเสีย สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไป 8 คน)

และในขณะเดียวกัน ก็ได้เลือกตัดคะแนนเสียงของอีก 2 พรรค ที่ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ออกไป อีก 3 คน คิดเป็นคะแนนเสียงที่ถูกตัดออกคือ 213,195 คะแนน (คิดจาก 3คูณด้วย71065) รวมเป็นคะแนนเสียงที่ถูกตัดออกจาก 3 พรรค ที่ควรได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ คือ 781,715 คะแนน
 
เพียงเพื่อมา คำนวณให้พรรคเล็กๆ ที่ไม่ได้สส.เขต ที่ได้คะแนนเสียงทั่วประเทศ 35,000 เสียง และพรรคเล็กอื่นๆ ที่ได้คะแนนเสียงทั่วประเทศ ต่ำกว่า คะแนนนิยม (หรือคะแนนพึงมี) ต่อ สส. 1 คน (คือ ต่ำกว่า 71,065) ที่ทั้ง 11 พรรค มีคะแนนเสียงรวมกัน ราว 6 แสนเสียงได้อย่างไร  

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง กรธ บางคน เลือกที่จะโยนคะแนน 781,715เสียง ทิ้งน้ำ เพียงเพื่อให้คะแนนราว 6 แสนเสียง จาก 11 พรรคเล็กได้รับการคำนวณ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ได้อย่างไร
 
คาดเดาได้ไม่ยากว่า กรธ. บางคน มีเหตุผลที่จะมาตอบคำถามนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า "เจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ 2562 ต้องการให้ ทุกคะแนนเสียงไม่กลายเป็นคะแนนตกน้ำทิ้งไปเหมือนกับการเลือกตั้ง ครั้งอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อน 24 มีนา 2562 (ซึ่งก็คือ เหตุผล ตามข้อ 1 ที่ได้กล่าวไปแล้ว นั่นเอง)
 
เพื่อโต้แย้งความเห็นของ กรธ.บางคน ในข้อ1 ที่พยายามบิดเบือนสูตรการคำนวณ สส.ปาร์ตี้ลิสต์  ...ด้วยการยกเหตุการณ์จริง ของการเลือกตั้งมา 2 เหตุการณ์ คือ
 
ก. การเลือกตั้ง ทุกๆ ครั้ง ก่อนประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ 2540 

ข. การเลือกตั้ง หลังประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ 2540  

เป็นที่ทราบกันดีว่า คะแนนในการเลือกตั้ง สส เขต ที่ตัดสินกันด้วย หลัก "เสียงข้างมาก" ผู้ที่จะได้เป็น สส.เขต มักจะได้คะแนนเสียงราว 50% ของจำนวนบัตรดี ทั้งหมดในเขตนั้นๆ โดยเสียงอีก 50% ที่เหลือ จะกระจายไปยังพรรคอื่น 2-3 พรรค ทำให้พรรคอีก 2-3 พรรคเหล่านั้น ไม่อาจชนะการเลือกตั้ง สส.เขต เพราะได้คะแนนเสียง ที่น้อยกว่า

หรืออาจกล่าวได้ว่า การใช้หลักเสียงข้างมาก ในการเลือก สส.เขต ก่อให้เกิด คะแนนตกน้ำ ทิ้งไป 50 % จะเห็นว่า การเลือกตั้งก่อนปี 2555 ทุกครั้ง จะมีคะแนนเสียงตกน้ำทิ้งไป  19 ล้านเสียง (ถ้าสมมุติให้มีจำนวนบัตรดี เท่ากับ การเลือกตั้ง 24 มีค 2562

เรามาดูการเลือกตั้ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ตามรัฐธรรมนูญ 2540 และตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิกวุฒิสภา พศ.2541 (ที่ใช้เกณท์การตัดสิน ตาม"สัดส่วน) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา 76 (4) ให้ชัดๆ  

สาระสำคัญใน มาตรา76 (4) ตาม พ.ร.บ.นี้  กำหนดให้ พรรคใดได้คะแนนเสียงต่ำกว่า 5% ของคะแนนทั้งหมดทั่วประเทศ ให้ตัดสิทธิพรรคนั้น ออกจากการได้ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ 

(หมายเหตุ การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2550 และตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ และสมาชิกวุฒิสภา พศ.2550 ก็ใช้เกณท์เดียวกัน แต่ลดจำนวนเปอร์เซ็นต์ในการตัดสิทธิพรรคใดออกจากการได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์)

 จะเห็นว่า กรธ ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 และ พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และ สว. 2541 และ 2550 ต่างก็ยอมรับว่า ระบบ หรือ สูตรคำนวณที่จะไม่ให้มีคะแนนตกน้ำทิ้งไปแม้แต่คะแนนเดียว ไม่อาจเป็นไปได้ (ในการคำนวณ สส. ปาร์ตี้ลิสต์ตามสัดส่วน) และยอมให้มี "คะแนนตกน้ำ" ให้น้อยที่สุด ในการคำนวณ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

 รัฐธรรมนูญ 2560 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พศ. 2561 เอง ก็ได้ยอมรับ ในเรื่อง"คะแนนตกน้ำ" ไว้ใน มาตรา 128 (1) เช่นกัน ซึ่งก็คือ พรรคใดที่ไม่ได้ สส.เขต และมีคะแนนนิยม (หรือคะแนนพึงมี)ทั่วประเทศน้อยกว่า 71,065 เสียง ก็จะไม่ได้ สส. ปาร์ตี้ลิสต์แม้แต่คนเดียว 

กรธ.บางคน ที่พยายามผลักดัน สูตรคำนวน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ตามข้อ B เพื่อให้พรรคเล็กอีก 11 พรรค ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคละ 1 คนนั้น โปรดยุติความคิดแบบศรีธนญชัย และโปรดหันไปพิจารณาตัวเองว่า การเลือกตัดคะแนน 781,715เสียง จาก 3 พรรคการเมือง ทิ้งน้ำไป เพียงเพื่อให้คะแนน ราว 6 แสนเสียงจาก 11 พรรคเล็กได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคละ 1 คน ..เป็นความคิดและการกระทำที่ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่? 

 

 

  

 

 
 
 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น